จวกยับ! โจรทำผิดกฎหมาย ได้รับยกย่องจาก รมต.ยุติธรรม เป็นนักสร้างสันติภาพ

10 ม.ค. 2567 - เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่อง รัฐบาลเศรษฐา เศรษฐี เอาใครมาเป็น รมต.ยุติธรรม ว่ะ ? มีเนื้อหาดังนี้

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ ราชทัณฑ์ไม่ใช่สถานที่ฆ่าคน ราชทัณฑ์ไม่ใช่สถานที่ทรมานคน ถ้าใครเจ็บป่วยก็ต้องไปรักษา ซึ่งการไปรักษาไม่ใช่แค่นายทักษิณเพียงคนเดียว แต่มีคนจำนวนมากไปรักษา ส่วนการรักษาของนายทักษิณนั้น เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ที่ถูกต้องคือ
ราชทัณฑ์ คือ กรมที่มีหน้าที่ลงโทษควบคุม และดูแลผู้กระทำผิด
หน้าที่หลักของงานราชทัณฑ์คือ
• การดูแลนักโทษให้อยู่ในความเรียบร้อย
ป้องกันไม่ให้นักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำ
• ตรวจตรานักโทษในห้องขัง ระหว่างทำงานหรือพักผ่อน เพื่อป้องกันการหลบหนีหรือเหตุความรุนแรง
• ดูแลสวัสดิการผู้ต้องขังในเรือนจำ
คำพูดของ รมต.ยุติธรรม ที่ว่า “ราชทัณฑ์ไม่ใช่สถานที่ฆ่าคน ราชทัณฑ์ไม่ใช่สถานที่ทรมานคน ถ้าใครเจ็บป่วยก็ต้องไปรักษา” คือการพูดแง่เดียว เพื่อเข้าข้างนักโทษที่ชื่อทักษิณหรือไม่ คงไม่ต้องตอบ เพราะทุกคน รวมทั้งผู้พูดเอง ก็เข้าใจตรงกันอยู่แล้ว
***เพราะหน้าที่หลักของราชทัณฑ์
***ไม่ใช่การดูแลสวัสดิการหรือสุขภาพของนักโทษ
***แต่เป็นงานคุมขัง และป้องกันการหลบหนี
แต่งานราชทัณฑ์ยุค รมต.ทวี และรัฐบาลเศรษฐีคือ การดูแลสวัสดิการให้ นช.ทักษิณ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า กรณีผู้ต้องขังไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล กฎหมายระบุว่าที่นั่นคือเรือนจำ ซึ่งการอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมไปไหนไม่ได้ คือการเสียเสรีภาพแล้ว ไม่ว่าห้องสี่เหลี่ยมจะมีขนาดใดก็ตาม
ถ้าท่าน รมต.ยุติธรรมตอบแบบนี้ ก็ส่งนักโทษคนอื่นๆ หรือทั้งหมด กลับไปนอนอยู่ห้องสี่เหลี่ยมที่บ้านของเขาเอง หรือถ้าให้ดี ให้นักโทษไปอยู่ห้องสี่เหลี่ยมในซอยบ้านท่านเยอะๆ หน่อย
รมต.ยุติธรรม ยังกล่าวสดุดีนักโทษกลางสภาว่า
”ผมมองว่าท่านทักษิณ เป็นนักสร้างสันติภาพ แม้ก่อนหน้านั้นท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ แต่วันนี้เมื่อต้องการให้บ้านเมืองมีสันติภาพ มีสันติสุข มีความปรองดอง ท่านก็กลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม การป่วยเกิดก่อนรัฐบาลนี้เข้าม“
โจรทำผิดกฎหมาย รับสารภาพว่าทำผิดกฎหมายและเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ได้รับการยกย่องจาก รมต.ยุติธรรมว่า เป็นนักสร้างสันติภาพ
แบบนี่นักโทษทุกคนที่รับสารภาพและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็เป็นล้วนนักสร้างสันติภาพ ซิครับท่าน
ความจริงที่ถูกต้องคือ…
ผู้ที่ทำผิดกฎหมาย รับสารภาพและเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์และไม่เกี่ยวอะไรกับความเป็นผู้สร้างสันติภาพ แต่เขายังคงเป็นนักโทษ ที่ต้องรับโทษตามกฎหมาย
คนที่เป็นนักโทษ ต้องโดนลงโทษหรือโดนสาบแช่ง ไม่ใช่ได้รับการประกาศเกียรติคุณกลางรัฐสภา จาก รมต. ยุติธรรมว่า “นักโทษเป็นนักสร้างสันติภาพ”
รัฐบาลเศรษฐี เอาใครมาเป็น รมต.ยุติธรรม ว่ะ ?

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศรีสุวรรณ' บุกกระทรวงยุติธรรม ค้านพักโทษ 'ทักษิณ' จี้ต้องดำเนินคดีต่อกับพวกกว่า 5 คน

นายศรีสุวรรณ จรรยาผ็นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง รมว.กระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อคัดค้านการพิจารณาพักการลงโทษ นช.ทักษิณ ชินวัตร

'พินทองทา' เผย 'ทักษิณ' นับวันรอได้พักโทษอีก 2 เดือน

"โอ๊ค-เอม" ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม "ทักษิณ" ครั้งที่ 48 หลังคุมขังมาแล้ว 6 เดือน 7 วัน "พินทองทา" เผย “ทักษิณ” นับวันรอพักโทษ อีกเพียง 2 เดือน ถือคติต้องไม่เครียด ส่งกำลังใจให้กันและกัน เชื่อ คนข้างในกำลังใจดี-ไม่เศร้า คนรอก็กำลังใจดีตามไปด้วย ส่วน “สภา สส.” เตรียมโหวตชื่อนายกฯ “ทักษิณ” ยังไม่ได้ฝากอะไรถึงพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่คุยเรื่องหลานและสุขภาพ ไม่คุยการเมือง

ราชทัณฑ์ แจงกรณี 'แอมป์ ณวรรษ' ผู้ต้องขังคดี112

กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ตามที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีผู้ต้องขัง “นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา”หรือ “แอมป์” ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีอาการป่วยและถูกกักโรคภายในเรือนจำ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) นั้น

'รุทธพล' แจงปมค้านพักโทษ 'ทักษิณ' รอราชทัณฑ์ชี้แจงเพิ่ม ย้ำให้พิจารณาตามกฎหมาย

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม คปท. มีหนังสือต่อ รมว.ยุติธรรม เรื่องการขอให้ทบทวนการพักโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะในการต้องโทษจำคุกครั้งแรกไม่ได้รับการคุมขังจริง

สส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย - 'พีระพันธ์' ส่งตัวแทนมารับหนังสือรับรองจาก กกต. คงเหลืออีก 3 คน

ทีมทนายความจากพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนเข้ารับหนังสือรับรองแทน สส.บัญชีรายชื่อของพรรค 11 คน และจะเดินทางออกจากพรรคในเวลา 12.00 น. เพื่อไปรายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในเวลา 12.030 น.