'พรรคสี่กุมาร' ได้ร่วมรัฐบาลแน่! 'กุนซือสมองเพชร' เปิด 4 เหตุผลการันตี

‘ไพศาล’ ชมเปาะ ‘พรรคสี่กุมาร’ ไปได้สวย เปิด 4 เหตุผลการันตี ได้เปรียบพรรคอื่น โอกาสร่วมรัฐบาลสูง

27 ธ.ค. 2564 – นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า พรรคใหม่ของกลุ่มสี่กุมารซุ่มเงียบเตรียมการเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว

1.ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่ากลุ่มสี่กุมารตั้งพรรคการเมืองใหม่ เรียบร้อยแล้วและจัดวางผู้สมัครรับเลือกตั้งไปไกลแล้ว จำนวนมากเป็นนักการเมืองเก่าที่มาจากพรรคการเมืองอื่น และแน่นอนว่าพรรคนี้จะเสนอให้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะคุ้นเคยกับเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยมาหลายปี พร้อมที่จะทำงานได้ทันที

2.พรรคใหม่ของกลุ่มสี่กุมารมีฐานเสียงมวลชนที่แน่นอนแม้ว่าจะเป็นพรรคใหม่ก็ตาม นั่นคือฐานเสียงซึ่งเป็นเครือข่ายจากร้านธงฟ้าบ้าง ร้านสะดวกซื้อบ้าง ร้านที่เข้าโครงการสารพัดคนละครึ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการประมวลข้อมูลไว้พร้อมที่จะใช้ในการเลือกตั้ง จึงมีความได้เปรียบ เพราะจะใช้วิธีการรณรงค์เลือกตั้งโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยและมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้เลือกตั้งที่เก็บรวบรวมไว้ทั่วประเทศอีกด้วย

3.ท่าทีของคุณสนธิรัตน์ ซึ่งเป็นแกนสำคัญของพรรคใหม่นั้น ยืนยันกับผมเมื่อวันที่พบกันวันก่อน ว่าเป็นพรรคที่เปิดกว้าง ไม่เป็นศัตรูกับฝ่ายใด พร้อมจะร่วมมือกับทุกฝ่าย ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะร่วมรัฐบาลหรือตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคอื่น ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะมีเสียงมากก็ตาม ดังนั้น ผู้สมัครและสนับสนุนพรรคใหม่ จึงมีโอกาสที่จะเป็นรัฐบาลมากกว่าพรรคอื่นอีกหลายพรรค

4.เนื่องจากกลุ่มสี่กุมารและดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้ถอนตัวออกจากรัฐบาลในลักษณะที่ได้รับความชอบธรรมและสง่างามตามควรดังนั้น จึงไม่ต้องรับผลกระทบเชิงลบจากการบริหารของรัฐบาลปัจจุบัน ในขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะต้องรับผลกระทบในเรื่องนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปชป.' จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลแลนด์บริดจ์ ชุมพร–ระนอง 1 ล้านล้าน ถามเอกชนลงทุนจริงหรือรัฐแบกความเสี่ยง

รองโฆษกปชป. จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลโครงการ Land Bridge ให้ครบ ทั้งรูปแบบ PPP เอกชนที่ยืนยันลงทุน สมมติฐานปริมาณตู้สินค้า ภาระเวนคืน และแผนรองรับหากเอกชนถอนตัว ชี้โครงการระดับ 1 ล้านล้านบาทต้องตอบให้ชัดว่าใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และหากไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย

'ศุภจี' โชว์ภาพเบื้องหลังเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หารือ 'แทมมี่ ดักเวิร์ธ' สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ

ศุภจี เผยภาพระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐฯ การเจรจาการค้า ก่อนและหลังเข้าพบคุณแทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ

ไม่รั่วสตางค์เดียว! ‘อนุทิน’ยัน‘พรก.กู้เงิน4แสนล้าน’นายกฯต้องรับผิดชอบ

"นายกฯ อนุทิน" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้ายนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ ย้ำจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อ ปชช. รับรองไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.