23 ก.พ.2567 - นางอาจารี ศรีสุนาครัว รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง เปิดเผยถึงอาการสภาพร่างกาย กรณีที่ 2 นักกิจกรรมทางการเมือง คือนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ "ตะวัน" และ นางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือ "บุ้ง" ประกาศอดอาหารระหว่างคุมขังพิจารณาคดี ว่า สำหรับอาการของ นางสาวทานตะวัน เจ้าตัวยังคงยืนยันในอุดมการณ์ในการอดอาหาร ซึ่งเดิมทีแรกทางเจ้าหน้าที่ของทัณฑสถานหญิงกลาง ได้ตรวจร่างกายแล้วพบว่า นางสาวทานตะวัน มีอาการอ่อนเพลีย จึงได้ส่งเข้ารับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ตั้งแต่วันแรก จากนั้นก็ได้มีการส่งตัวไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ส่วนอาการในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์
อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนได้รับรายงานว่า นางสาวทานตะวัน ยังคงให้การช่วยเหลือตัวเองได้ดี แต่มีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากอดอาหารมาหลายวัน อย่างไรก็ตาม นางสาวทานตะวัน ยังไม่ได้อยู่ในขีดอันตราย เพราะระดับน้ำตาลในเลือด สัญญาณชีพจร ความดันยังคงปกติ ส่วนในเรื่องของการจัดเจ้าหน้าที่ของเรือนจำในการดูแล เราได้มีการจัดเตรียมเรียบร้อย โดยดำเนินการไปตามระเบียบ ส่วนรายชื่อบุคคลที่มีการระบุโดยผู้ต้องขัง จำนวน 10 รายชื่อให้สามารถเข้าเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ หรือเพื่อน ก็สามารถเดินทางเข้าเยี่ยมที่โรงพยาบาลได้ โดยในวันนี้ นางสาวทานตะวัน ได้ยื่นคำร้องขอให้พ่อแม่เดินทางเข้าเยี่ยม แต่ในส่วนของเพื่อนยังไม่ปรากฏรายชื่อแต่อย่างใด รวมถึงกรณีของทนายความสามารถเข้าพบลูกความได้ตามปกติ ทั้งนี้ ถ้าเจ้าตัวมีอาการดีขึ้นก็จะต้องมีการส่งตัวกลับเรือนจำและสังเกตอาการต่อเนื่อง ขอให้ไม่ต้องกังวลเรามีสถานพยาบาลและมีแพทย์คอยตรวจอาการ ยืนยันว่าในตอนนี้ นางสาวทานตะวัน ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ
นางอาจารี กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของ นางสาวเนติพร หรือบุ้ง แม้ว่าทำการอดอาหารมาหลายวันแล้วก็ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็มีอาการร่างกายอ่อนเพลีย ส่วนถ้าหลังจากนี้มีอาการถึงขั้นที่จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เราก็จะส่งไปเข้ารับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่วนถ้าจะต้องมีการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์พิเศษใด ๆ ก็อาจจะมีการพิจารณาส่งตัวไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอื่นๆที่เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายร่วมกับทางกรมราชทัณฑ์ เช่น โรงพยาบาลตำรวจ
"กรณีของบุ้งได้ไปอยู่ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 2 ครั้งแล้ว ไปครั้งนึงก็ประมาณ 5-7 วัน ขึ้นอยู่กับความเห็นแพทย์ ซึ่งบุ้งค่อนข้างสุขภาพแข็งแรงกว่าตะวัน ช่วยเหลือตัวเองได้ เดินไปห้องน้ำเองได้ แต่ก็ยังปฏิเสธการรักษา ปฏิเสธการรับประทานอาหารทุกชนิดทั้งทางปากและการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ซึ่งบุ้งไม่เชิงมีพฤติกรรมอาละวาด แต่อาจมีอาการหงุดหงิด แต่เข้าใจได้ว่าเป็นเพราะการอดอาหาร เนื่องจากร่างกายอาจแปรปรวน ส่วนเรื่องอารมณ์เสียต่างๆ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีประสบการณ์ในการรับมือและปฏิบัติตามสิทธิผู้ป่วยและสิทธิผู้ต้องขัง"นางอาจารี กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีวีไอพี! รุทธพลยันคุมขัง 'ฉลอง' ตามระเบียบเรือนจำ
รมว.ยุติธรรม ยันคุมขัง 'ฉลอง เรี่ยวแรง' ไม่มีอะไรพิเศษ เเม้เป็นนักการเมือง เป็นไปตามระเบียบเรือนจำ
'3 นิ้ว' บุก ยธ. บี้คุ้มครอง 'อานนท์' เลิกแยกแดนผู้ต้องขังคดี 112
'อดีตแกนนำม็อบ 3 นิ้ว' บุกยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม วอนคุ้มครองความปลอดภัย 'อานนท์ นำภา' และผู้ต้องขังคดีการเมือง หลังส่งจดหมายร้องหวั่นถูกแยกแดนเสี่ยงอันตราย
'บิ๊กต่าย' ตั้งกก.ฟันวินัยร้ายแรง '3 หมอชั้น 14' สรุปพฤติกรรมชัดเอื้อ 'ทักษิณ'
'ผบ.ตร.' ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 หมอ รพ.ตำรวจ 'โสภณ-ทวีศิลป์-ชนะ' ปมเอื้อ 'ทักษิณ' นอนวีไอพีชั้น 14 มอบหมาย 'พล.ต.อ.อิทธิพล' นั่งประธาน เร่งสรุปโดยเร็ว
นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ ฉุดเศรษฐกิจเสียโอกาส 3 แสนล้าน จี้รัฐยกเครื่องเรือนจำ
ม.ธรรมศาสตร์ จัดเสวนาตีแผ่ปัญหา “ผู้ต้องขังในเรือนจำไทย” ชี้ ปัจจุบันนักโทษไทยล้นคุก เพราะ “สังคมเหลื่อมล้ำ-ความไม่รู้กฎหมาย-ระบบการดูแลที่ไม่มีปร
บุ้งตายไปนานแล้ว แต่พวกฆาตกรยังอยู่ดีมีสุขในสังคม
วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความว่าถ้าไม่มีขบวนการส้ม ถ้าไม่มีพวกหัวโจกปั่นหัวเด็กและหนุ่มสาว
ฟื้นทักษะชีวิตหลังกำแพง คืนคุณค่า 'ผู้ต้องขังสูงวัย' ลดผิดซ้ำหลังพ้นโทษ
ราว 1 ใน 3 หรือมากกว่า 30% ของผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวกลับสู่สังคม จะมีการกระทำผิดซ้ำในช่วง 3 ปีหลังพ้นโทษ สถิติดังกล่าวที่กรมราชทัณฑ์เก็บรวบรวมไว้ สะท้อนถึงความเปราะบางของตัวผู้ต้องขัง และสังคมไทย

