กุนซือใหญ่ ลั่น! แก้ กม.กลาโหม ให้ฝ่ายการเมืองโยกย้ายทหารได้ กำเริบมากไป

21 เม.ย.2567-นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า การแก้กฎหมายกลาโหม ให้ฝ่ายการเมืองโยกย้ายทหารได้โดยไม่ต้องมีพระบรมราชโองการเป็นเรื่องมากไปแล้ว

ก่อนหน้านั้น นายไพศาล ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “วอนหาเรื่องแบบนี้ กำเริบมากไปไหม” ระบุว่า การมองทหาร เป็นภัยของฝ่ายการเมือง ถึงขั้นจะแก้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารยึดอำนาจ เป็นการวอนหาเรื่อง ที่อาจเกิดเรื่องเมื่อใดก็ได้

การแก้ไขกฎหมายกลาโหม ให้เพิ่ม กรรมการสภากลาโหมจากฝ่ายการเมือง 3 คนเป็น 5 คน หมายความว่า ฝ่ายการเมืองต้องการยึดอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายทหารโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะก่อนหน้านั้น กรรมการสภากลาโหม ประกอบด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ 3 คน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด 1 คนเป็น 4 คน ขณะที่ฝ่ายการเมือง มีรัฐมนตรีรัฐมนตรีช่วยและปลัดกลาโหม รวม 3 คน จะแก้เพิ่มเป็น 5 คน เท่ากับยึดอำนาจแต่งตั้งเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ต้องฟังเสียงฝ่ายประจำกันอีกต่อไป

เพิ่มอำนาจให้ฝ่ายการเมืองสามารถสั่งปลดย้าย ฝ่ายทหารได้ทันทีที่มีข้อสงสัย ในการเคลื่อนย้ายกำลังทหาร หรือสงสัยว่าจะทำการยึดอำนาจ ซึ่งปัจจุบันนี้การโยกย้ายทหารจะทำได้โดยพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ เท่ากับยึดอำนาจพระมหากษัตริย์อีกทางหนึ่ง จึงเป็นเรื่องใหญ่หลวงยิ่งนักจึงเท่ากับเป็นการเริ่มต้น ด้วยความไม่ไว้วางใจกันเสียแล้ว ต่อให้แก้ได้แบบนี้ ก็ไม่มีทางป้องกัน การยึดอำนาจได้ ตราบใดที่แก้ไขดวงเมือง ที่มีพระอังคารเป็นศูนย์พาหะนำหน้าลัคนา ไม่ได้!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จักรภพ' เตือนวิกฤตชายแดนไทย–เขมร อย่าปล่อยอารมณ์นำประเทศ

'จักรภพ' เตือนวิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา อย่าปล่อยอารมณ์นำประเทศ ชี้ทหารมีหน้าที่ทั้ง 'ปฏิบัติการรบ–รักษาสันติภาพ' แนะรัฐเร่งกำหนดเป้าหมายให้ชัด ก่อนกำลังพลคลางแคลงใจรบเพื่ออะไรแน่

ตอนที่ 3 การเปลี่ยนผ่านของระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นจากอำนาจอธิปไตยจากอาณัติสวรรค์และจากวงศาไปสู่อำนาจอธิปไตยจากปวงชน: บทบาทของสหรัฐอเมริกากับสถาบันจักรพรรดิ

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนมาใช้หลักการอธิปไตยจากปวงชนคือการพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สองให้กับสหรัฐอเมริกา โดยหลังจากญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1945