ศาลอาญาอนุญาตเลื่อนนัดพิพากษาแอมมี่ กับพวกหมิ่นเบื้องสูง เผารูป ครั้งที่ 2 หลังเเม่ยื่นใบรับรองเเพทย์ลูกป่วยเเอดมิท ศาลฮึ่มนัดหน้าเบี้ยวจ่อออกหมายจับ
25 เม.ย.2567 - เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาครั้งที่ 2 คดีหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำอ.1199/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์หรือแอมมี่ เดอะ บอตทอม บลูส์ ศิลปิน-แกนนำม็อบป่วนเมือง และนายธนพัฒน์ กาเพ็ง เป็นจำเลย 1-2 ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 “มาตรา 217 “ฐานวางเพลิงเผาทรัพย์” และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯพ.ศ.2550 มาตรา 14 (3)
โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อคืนวันที่ 28 ก.พ.2564 จำเลยกับพวกได้ร่วมกันวางเพลิง โดยใช้น้ำมันก๊าดราดใส่ และจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ซึ่งประดิษฐานติดตั้งบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมได้รับความเสียหาย นับเป็นการแสดงอาฆาตมาดร้าย ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ต่อมาจําเลยได้นําภาพเข้าและเผยแพร่สู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในบัญชีเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า “The BOTTOM BLUES” ของจําเลย ซึ่งเป็นการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตที่เปิดเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จึงเป็นการ นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และได้ประกันตัว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมาศาลได้นัดฟังคำพิพากษานายไชยอมรกับพวกมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่นายไชยอมร ได้ขอเลื่อนฟังคำพิพากษา อ้างว่า มีอาการเจ็บป่วยซึ่งศาลอนุญาต ให้เลื่อนมาฟังคำพิพากษาในวันนี้
นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ ปูน จำเลยที่ 2 กล่าวก่อนเข้าฟังคำพิพากษาว่า วันนี้ศาลนัดฟังคำพิพากษา ถามว่ากังวลไหมก็กังวล 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะจากผลประกันของเพื่อนๆที่ไม่ได้รับการประกันตัวก็จะเป็นแนวโน้มที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้กังวลมาก ถ้ากระบวนการยุติธรรมทำยังยืนหยัดเรื่องความยุติธรรมสิทธิการประกันตัวควรเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ
ที่ถามว่าเเอมมี่จะมาหรือไม่ ตอนนี้ไม่ได้คุยกับแอมมี่เลยก็คิดว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่จำเป็นจริงๆแอมมี่ก็น่าจะเดินทางมา เพราะเราสู้ด้วยข้อเท็จจริง สู้ตามพยานหลักฐานเเละสู้ตามสิ่งที่เรียกร้องยืนยันไม่หนักใจ
วันนี้ จำเลยที่ 1 ไม่มา ส่วนโจทก์ จำเลยที่ 2 ทนายจำเลยที่ 1-2 มาศาล
มารดาของนายไชยอมร ซึ่งเป็นนายประกันจำเลยที่ 1 แถลงขอเลื่อนอ่านคำพิพากษา เนื่องจาก จำเลยที่1 ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงไทยปากเกร็ด ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 67 พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาประกอบ
โจทก์ขอคัดค้าน เพราะการนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่แล้ว จำเลยที่ 1 ก็ใช้อาการเจ็บป่วยขอเลื่อนไปแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์เป็นการประวิงเวลาคดี
มารดาของนายไชยอมร แถลงต่อศาลว่า จำเลยที่ 1 มีอาการป่วยเกี่ยวกับปอดจำเป็นต้องรักษาอาการต่อเนื่อง ให้พอมีสุขภาพแข็งแรงมากพอก่อน และในนัดหน้าจะนำตัวมาตามนัดเพื่อคำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์แล้วเป็นมามีเหตุจำเป็น จำเลยที่ 1 มีอาการป่วย ประกอบกับสอบถามจำเลยที่ 2 แล้ว อยู่ในช่วงยื่นสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย อนุญาตให้เลื่อนนัดฟังพิพากษาออกไปเป็น 27 พ.ค.2567 และกำชับให้นายประกันจำเลยที่ 1 นำตัวมาฟังคำพิพากษา หากไม่อาจนำตัวจำเลยที่ 1 มาได้ศาลจะมีการพิจารณาออกหมายจับต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เท้ง-ไหม-โรมและพวก กับโอกาสรอดที่ศาลฎีกา?
จากมติของที่ประชุมใหญ่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
โดนอีกคดี! ศาลสั่งจำคุก 30 ปี 'โจ้ พฤทธิกร' ทีมงานส้มหมิ่นเบื้องสูง รวมโทษคดี 112 เป็น 50 ปี
ศาลอาญา มีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ยื่นฟ้องนายพฤทธิกร สาระกุล หรือ โจ้ อดีตทีมงานก้าวหน้าเป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ละเอียดยิบ! เปิดเหตุผล ป.ป.ช. เชือด อดีต 44 สส. พรรคส้ม เสนอแก้มาตรา 112
ป.ป.ช.ฟันจริยธรรมร้ายแรง 44 สส.ก้าวไกล เสนอกฎหมายแก้ไข ม.112 ฐานไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข “พิธา-เท้ง-ศิริกัญญา-โรม-วิโรจน์” โดนถ้วนหน้า ส่งศาลฎีกาฟัน
‘พรรคส้ม’ไร้เพื่อน คุยลั่นมาตรฐานสูง
เห็นโฉมหน้ารัฐบาลต่อไปรำไร "อนุทิน" ย้ำห้ามแตะนิรโทษกรรม ม.112
'เท้ง' โวย 'อนุทิน' สร้างวาทกรรม ปชน. แก้ ม.112 ทั้งที่พูดเรื่องนิรโทษกรรมคดีหมิ่นสถาบัน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวตอบโต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ต้องบอกว่าการยกมือในวันนั้น ไม่ใช่การเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 แต่เป็นการผลักดันเรื่องนิรโทษกรรมของนักโทษที่โดนคดีทางการเมือง
’อนุทิน‘ ชัด ไม่ร่วมรัฐบาลพรรคประชาชน ปมยังเดินหน้าแก้ ม.112
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุจุดยืนชัด ไม่จับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่ยังมีนโยบายแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังดีเบตไทยรัฐทีวี ย้ำต่างอุดมการณ์ แต่ยังทำงานร่วมกันได้ หากเป็นเรื่องแก้ปัญหาประชาชน

