“กห.”ร่วงอันดับ 4 เผย งบบุคลากรลดลงกว่า 2 พันล.ขณะที่ งบฯซื้ออาวุธเพิ่มขึ้นหลังถูกชะลอในปี 67 ขณะที่ เหล่าทัพจัดหาอากาศยานทดแทน เผย ปรับหมวดกิจกรรมใช้เงินให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาล เลิกพีอาร์สร้างภาพลักษณ์-สร้างการรับรู้เข้าใจทางการเมือง ยันไม่ใช่ภารกิจทหาร ด้าน “กอ.รมน.”โดนหั่น 32 ล. ส่งสภาฯ ตัด-เพิ่ม
27 เม.ย.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ได้ผ่านความเห็นชอบ รายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 3,752,700 ล้านบาท โดยเป็นการตั้งงบแบบขาดดุล เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2567 ที่กำหนดไว้จำนวน 3,480,000 ล้านบาท เป็นจำนวน 272,700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.84 % นั้น เพื่อเตรียมงบประมาณส่วนหนี่ง สนับสนุนโครงการแจกเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต จำนวน 152,700 ล้าน ที่น่าสนใจคือ ในงบกลางได้ระบุวงเงินไว้ 805,745,000,000 บาท เมื่อเทียบกับงบกลางปี 67 วงเงิน 614 ,943,366,700 บาท เป็นการเพิ่มขึ้น 190 ,801,633,300 บาท ส่วนหน่วยรับงบประมาณสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กระทรวงการคลัง 390,314,843,300 บาท. กระทรวงศึกษาธิการ 340,584,658,100 บาท , กระทรวงมหาดไทย 294,863,269,300 บาท ,กระทรวงกลาโหม 200,923,780,500 บาท , กระทรวงคมนาคม 193,618,643,000 บาท
ในส่วนของงบประมาณกระทรวงกลาโหม ได้รับการการจัดสรร ในวงเงิน 200,923,780,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ได้รับการจัดสรร 195,743,956,500 บาท คิดเป็นกรอบวงเงินที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5,179,824,000 บาท แบ่งเป็นสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 9,577,924,600 บาท เพิ่มขึ้นประมาณ 313,252,700 บาท กองทัพบก 96,605,260,400 บาทเพิ่มขึ้น 1,231,868,800 บาท กองทัพเรือ 41,593,230,800 บาทเพิ่มขึ้น 2,367,159,500 บาท กองทัพอากาศ 36,940,315,200 เพิ่มขึ้นประมาณ 639,522,800 บาท กองบัญชาการกองทัพไทย 15,208,211,800 บาท เพิ่มขึ้นประมาณ 477,446,800 บาท สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทส 998,838,500 บาท เพิ่มขึ้น 150,573,400 บาท
โดยพบว่า ตัวเลขของแผนงานบุคลากรภาครัฐ ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ รวมแล้วลดลงประมาณ 2,549 ล้านบาท แต่ของกองบัญชาการกองทัพไทย และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่งบฯของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ได้รับการจัดสรร 7,224,654,400 บาทลดลงจากปี 2567 ที่ได้รับ 7,257,006,500 บาท เท่ากับลดลงประมาณ 32 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม งบประมาณในส่วนแผนงานยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ ของเหล่าทัพยังอยู่ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยสำนักงานปลัดกระทรวงเพิ่มขึ้นประมาณ 99 ล้านบาท กองทัพบกประมาณ 2,650 ล้านบาท กองทัพเรือเพิ่มขึ้น 1,863 ล้าน กองทัพอากาศเพิ่มขึ้น 1,049 ล้านบาท โดยโครงการของเหล่าทัพบก จะเป็นการจัดหาเฮริลคอปเตอร์ กองทัพเรือ เครื่องบินลำเลียง และ กองทัพอากาศเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตี
น่าสนใจว่า ในปีนี้รัฐบาลได้พิจารณารายการผูกพันข้ามปีงบฯ ที่มีวงเงินพันล้านขึ้นไป โดยกำหนดในหัวข้อความสอดคล้องระหว่างนโยบายและหน่วยงานรับงบประมาณ โดยกระทรวงกลาโหมจัดอยู่ในหัวข้อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เช่นเดียวกับกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการจัดทำรายละเอียดเป็นร่างพระราชบัญบัญญัติงบประมาณจะเสนอให้สภาฯพิจารณา ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯเพื่อจะมีการปรับลดหรือเพิ่มในขั้นตอนต่อไป
มีรายงานว่า ในส่วนของงบประมาณของแผนงานบุคลากรภาครัฐที่ถูกปรับลดทุกเหล่าทัพ เป็นไปตามแผนงานของกระทรวงกลาโหมในการลดจำนวนทหารลงตามแผนพัฒนากองทัพ ขณะที่การกำหนดกิจกรรมของกระทรวงกลาโหมเดิมที่มีอยู่24 กิจกรรม ในปี 68 มีการปรับลดกิจกรรมเรื่องความมั่นคงภายในลง เช่นการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนในเรื่องการเมือง การลดความแตกแยก การประชาสัมพันธ์การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร เพราะเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของทหาร โดยปรับมาเป็นกิจกรรมพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนแทน และบางกิจกรรมที่เหล่าทัพต้องไปดำเนินตามนโยบายรัฐบาล โดยกระทรวงกลาโหมจะได้รับกิจกรรมในลักษณะ 142 ข้อ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดประมาณ 20 ข้อ เช่นเรื่องการปราบปราม การบำบัดฯ การลาดตระเวนตามแนวชายแดน เป็นต้น
สำหรับคาดการณ์กรอบเวลาในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบปี 68 ได้แก่ 5-6 มิ.ย. 67 ขอเปิดวิสามัญพิจารณาฯ ในวาระ1, วันที่ 28-24 ส.ค. 67 สภาฯ พิจารณาวาระ 2-3 จากนั้น วันที่ 9-10 ก.ย. 67 วุฒิสภาพิจารณา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทีทีบี - กระทรวงกลาโหม เดินหน้าสร้าง “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ครบ 5 หน่วยขึ้นตรง เสริมภูมิคุ้มกันและสร้างชีวิตทางการเงินที่ดี ให้แก่กำลังพลทั่วประเทศ
ทีทีบีและ 5 หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ร่วมสะท้อนความสำเร็จโครงการ “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ประจำหน่วยงาน หลังพัฒนาเครือข่ายพี่เลี้ยงแก้หนี้ครอบคลุมทุกเหล่าทัพ พร้อมช่วยเหลือกำลังพลที่มีปัญหาหนี้สิน มุ่งสร้างกลไกดูแลสุขภาพทางการเงินจากภายในหน่วยงาน เพื่อลดปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กำลังพลไทยทั่วประเทศ
'กลาโหม' กำหนด 5 สี ประเมินความเสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ปัจจุบันระดับ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง
“สภากลาโหม“ สั่งคุมเข้ม-สกัดกั้นการประกอบโดรน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เผยฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์ แบ่งระดับ 5 สี ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง ขอ ปชช.สบายใจ ตอนนี้ยังสงบอยู่
เปิดแผนตั้ง 'หมู่บ้านมั่นคง' 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่อง อ.น้ำยืน อุบลฯ
พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงแผนการสร้างหมู่บ้านมั่นคง ตามแนวชายแดน ว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย
'พล.ท.อดุลย์' ถกสภากลาโหมนัดส่งท้ายปีฯย้ำสานต่อความร่วมมือด้านมั่นคง-ระหว่างประเทศ
'พล.ท.อดุลย์' ถกสภากลาโหมนัดส่งท้ายปีงบประมาณ2569 พร้อมขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจความมั่นคง ย้ำ สานต่อความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างประเทศ
นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
แห่สมัคร 'พลทหารอาสา' เกือบ 8 พันนาย คัดเลือกครั้งแรก 28 พ.ย.
ยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' 8 วัน ทุกเหล่าทัพ รวม 7,898 นาย คิดเป็น 31.59% จากยอดเปิดรับทั้งหมด 25,000 นาย กำหนดคัดเลือกครั้งที่ 1 วันที่ 28 พ.ย.

