'อดีตรองอธิการ มธ.' ฟันเปรี้ยง! 7 ตัวแปร ชี้ชะตาการเมืองปีนี้

7 ม.ค. 2565 – รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การเมืองปี 2565 ยังไม่มีอะไรแน่นอน มีตัวแปรหลายตัวที่จะทำให้ political scenario หรือสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป

ตัวแปรแรกคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถเป็นายกรัฐมนตรีต่อไปจนครบวาระหรือไม่ เนื่องจากมาตรา 258 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดให้บุคคลสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นระยะเวลารวมกันได้ไม่เกิน 8 ปี คำถามจึงอยู่ที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ในปี 2560 ดังนั้นจะนับรวมเวลาที่พลเอก ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้หรือไม่ ฝ่ายที่เชียร์พลเอกประยุทธ์เชื่อว่าไม่รวม แต่ฝ่ายตรงข้ามบอกว่ารวม ดังนั้นต้องรอให้ศาลรัฐธรรนูญวินิจฉัยเมื่อใกล้ๆ กำหนดเวลา นั่นคือประมาณเดือนพฤษภาคม 2565

ตัวแปรที่ 2 คือ ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐจะมีผลทำให้ถึงกับพรรคแตกหรือไม่ หรือทำให้พลเอกประยุทธ์กับพลเอกประวิตร ต้องแยกทางกันเดินหรือไม่ แม้จะยืนยันว่าความตายเท่านั้นที่จะทำให้แยกจากกันก็ตาม

ตัวแปรที่ 3 คือ การเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทยจะมีมากน้อยเพียงใด หัวหน้าพรรคยังจะเป็นคนเดิมหรือไม่ บทบาทของทายาทคุณทักษิณในพรรคจะเพิ่มมากขึ้นอย่างไรหรือไม่ และจะมีการประกาศตัว candidates นายกรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ ถ้ามี มีชื่อใครเป็น candidate บ้าง และในที่สุดพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบหรือไม่

ตัวแปรที่ 4 พรรคก้าวไกลจะถูกยุบหรือไม่ จากการให้การสนับสนุนผู้ที่มีเจตนาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ตัวแปรที่ 5 ขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ จะอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ หรือจะกลับฟื้นคืนชีพกลับมามีพลังอีกครั้ง

ตัวแปรที่ 6 ประธานคณะก้าวหน้าจะถูกตัดสินจำคุกในคดีใดคดีหนึ่งหรือไม่ ทั้งคดีที่สมัครลงเลือกตั้งโดยที่รู้ว่าตัวเองถือหุ้นบริษัทวีลัคมีเดียอยู่ และคดีวัคซีนพระราชทาน ตามมาตรา 112

ตัวแปรที่ 7 พรรคที่ตั้งใหม่และกำลังจะตั้งใหม่ เช่น พรรคไทยภักดี พรรคกล้า พรรคของ 4 กุมาร และอาจมีพรรคอื่นๆ อีก จะทำให้ประชาชนมีความหวังที่จะได้พรรคการเมืองยุคใหม่ที่ปราศจากนักการเมืองน้ำเน่าได้อย่างแท้จริงหรือไม่

ทุกตัวแปรล้วนมีผลต่อสถานการณ์การเมืองไทยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากพลเอกประยุทธ์ไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีเกินกว่า 8 ปี จะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่ พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อใคร หรือจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ โดยให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ หรือหากศาลรัฐธรรมนูญให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ แต่รอยร้าวระหว่างพลเอก ประยุทธ์และพลเอกประวิตรไม่สามารถประสานกันได้ การเมืองก็จะเป็นอีกแบบ

หากพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยถูกยุบ และประธานคณะก้าวหน้าถูกศาลตัดสินจำคุก ก็จะมีคนสร้างความวุ่นวายด้วยการลงถนนประท้วง เหตุการณ์มีโอกาสบานปลายจนคาดไม่ได้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศแน่นอน

ดังนั้น สถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไรจึงขึ้นอยู่กับตัวแปรเหล่านี้ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ผลการเลือกตั้งซ่อมในเดือนนี้ รวมทั้งผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ส่วนหนึ่งว่าพรรคการเมืองใดในปัจจุบันได้รับความนิยมมากกว่ากัน อย่างน้อยก็ในจังหวัดที่มีการเลือกตั้งซ่อม และมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ไม่ว่าตัวแปรแต่ละตัวแปรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ หวังว่าตัวแปรที่ 7 จะเปลี่ยนไปในทางที่เป็นคุณแก่บ้านเมือง กล่าวคือในบรรดาพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ และที่กำลังจะตั้งขึ้น หวังว่าจะมีสักพรรคหนึ่งหรือสองพรรค ที่ประกอบด้วยนักการเมืองเลือดใหม่ พันธุ์ใหม่ ที่มีความรู้สูง ไม่มีประวัติด่างพร้อย ไร้นักการเมืองน้ำเน่าเขี้ยวลากดิน และจะต้องแสดงเจตนาที่ชัดเจนว่า ต้องการที่จะคงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์สืบไป จะให้ดียิ่งกว่านั้น คือมีจำนวนพรรคมากพอที่จะทำให้สามารถจับขั้วใหม่ทางการเมืองได้ ประชาชนจะได้มีทางเลือกมากขึ้น

หากมีพรรคการเมืองเช่นนี้เกิดขึ้นจริง ผมจะลงคะแนนให้อย่างไม่ลังเล และหวังให้ประชาชนทุกคนทำแบบเดียวกัน เพื่อทำลายความเชื่อที่อาจเป็นความจริงที่ว่า พรรคการเมืองในประเทศไทย จะได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่เงินเพียงอย่างเดียว

อย่าลืมว่า อนาคตของชาติอยู่ในมือของประชาชนทุกคน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ปัดดีลการเมือง หลังควง 'เศรษฐา' ดูมวยราชดำเนิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกโยงว่ามีการพูดคุยทางการเมือง ว่า ไม่มี ก็เป็นการเปิดหูเปิดตา

'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน

'อนุทิน' ขำข่าว 'งูเขียว' ซบน้ำเงิน โชว์น้ำมันเขียวกลางวงสื่อ ก่อนแซะ 'พรรคส้ม' กระโดดงับอีกแล้ว

“อนุทิน” บอกไม่รู้ข่าว 10 งูเขียวเข้าพรรคสีน้ำเงิน แจงภาพ “เนวิน-บุญยิ่ง” แค่ไปดูบอล อย่าโยงการเมือง ก่อนหยิบน้ำมันเขียวโชว์