
'จตุพร' ย้ำอดีตนักธุรกิจอสังหา ได้เวลาเป็นนายกฯ คิดใหญ่ตามดีเอ็นเอปล่อยกู้พม่ามาซื้อสินค้าอดีตนายกฯ ซัดกล้าคิดเชิงผลประโยชน์ทับซ้อน ถามคนไทยพร้อมวัดใจลุกขึ้นมาจัดการหรือยัง?
26 มิ.ย.2567 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ย้ำถึงแนวคิดขายคอนโดมิเนียมให้ต่างชาติ 75% และครอบครองได้ 99 ปี ว่า คอนโดทั้งประเทศสร้างแล้วขายไม่ได้มีประมาณ 1.3 ล้านยูนิต เฉลี่ยราคาขายประมาณ 3 ล้านบาทต่อยูนิต เมื่อรวมทั้งระบบจึงเป็นมูลค่าสูงมาก
อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้เป็นของหัวหน้ารัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติ ส่วนวิธีการซื้อนั้น ต้องเข้าใจระบบของฮองกงที่ให้ซื้อผ่านโทรเคน โดยบริษัทไทยจะไปตั้งสาขาที่ฮองกงไว้ซื้อขาย ไม่ต้องยุ่งยากขนเงินเข้าประเทศมาซื้อ แล้วมาโอนในไทยเป็นเงินบาท
นายจตุพร กล่าวอีกว่า นายกฯ เดินทางไปต่างประเทศเพื่อชวนต่างชาติมาลงทุนในไทย ขณะนี้ยังไม่มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาประเทศ แต่แนวคิดขยายการครอบครองคอนโดให้ต่างชาติถึง 99 ปีและซื้อได้ถึง 75% ของคอนโดที่สร้าง ดังนั้น ประเทศจะเสียหายแทบไม่เหลืออะไร
สิ่งสำคัญ ธนาคารในไทยส่วนใหญ่ถูกต่างชาติถือหุ้นจำนวนมาก แทบเรียกว่า เป็นธนาคารต่างชาติมาตั้งที่ไทย เมื่อบ้าน ที่ดิน ประชาชนไม่มีปัญญาผ่อนค่างวด จึงถูกธนาคารยึดแล้วทรัพย์สินตกไปเป็นของต่างชาติที่ถือหุ้นใหญ่ในธนาคาร
นายจตุพร กล่าวว่า แนวคิดต่างชาติซื้อคอนโดทำให้เกิดความเสียหายทางอ้อมโดยไม่รู้ตัวก็หนักอยู่แล้ว ยิ่งนายเศรษฐา ก่อนมาเป็นนายกฯ มีอาชีพเดิมเป็นนายทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ อีกอย่างหัวหน้าพรรคเพือไทยก็เป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งของบริษัท เอสซี แอสเสท ล้วนเป็นคนสำคัญทางการเมือง
“ดังนั้น ย่อมเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบาย ซึ่งไม่แตกต่างจากอดีตนายกฯ ให้เงินกู้พม่าแล้วมาซื้อสินค้าของบริษัทอดีตนายกฯ เสียเอง มาคราวนี้ ลองบอกว่า สองบริษัท (แสนศิริกับเอสซี) จะสละสิทธิ์”
พร้อมทั้งกล่าวว่า ในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ มีโครงการเสนอให้ต่างชาตินำเงิน 40 ล้านมาซื้อที่ดิน 1 ไร่ได้สิทธิ์อยู่ไทยเป็นพิเศษ ยังถูกกล่าวหาขายชาติ ส่วนสมัยนี้มีจำนวนคอนโดขายไม่ออกชัดเจนปริมาณ 1.3 ล้านยูนิต ดังนั้น เมื่อเป็นนายกฯ มาจากธุรกิจอสังหาฯแล้ว ทำไมกล้าคิดเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบายขึ้นมา
“เป็นนายกฯ เซลล์แมนออกไปต่างประเทศอ้างเพื่อชวนนักลงทุนมาไทย แต่มีใครคาดคิดว่าไปเที่ยวขายคอนโดให้ต่างชาติมาซื้อเพื่ออยู่ไทยนานถึง 99 ปี แต่กองเชียร์ที่ค้านขายที่ดินตะโกนว่าเป็นการขายชาติสมัย พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเงียบเสียงหมดเมื่อนายเศรษฐา คิดขายคอนโดแลกสิทธิ์อยู่นาน 99 ปี แล้วคนไทยได้ประโยชน์อย่างไร ดังนั้น จึงได้เวลาที่คนไทยต้องลุกขึ้นมาจัดการ”
นายจตุพร เสนอว่า หากนายเศรษฐา ต้องการขายคอนโดแล้ว ควรทำเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เพื่อคนไทยจะได้มาซื้อคอนโด แต่เมื่อเศรษฐกิจย่ำแย่แล้ว จึงเสนอให้ต่างชาติมาซื้อพร้อมแลกกับสิทธิครอบครอง 75% อยู่นาน 99 ปี ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างยิ่ง
"ไม่เพียงเท่านั้น คนไทยยังจะต้องผจญกับนโยบายของรัฐบาลเศรษฐา พรรคเพื่อไทย ทั้งบ่อนคาสิโน ดิจิทัลวอลเล็ต และยังจะเสียดินแดนให้ต่างชาติที่ซุกซ่อนไว้กับโครงการแลนด์บริดจ์ ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งคนไทยพร้อมที่จะวัดใจกันแล้วหรือยัง"นายจตุพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' แนะ 'อนุทิน' กางแลนด์บริดจ์สื่อสารให้ชัด หวั่นจะเสียค่าโง่แบบตอม่อโฮปเวลล์
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ (LIVE) รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชา
เตือน สถานการณ์ปั่นป่วนรอบไทย ชายแดนใต้ปลุกปั่นแยกดินแดน บี้รบ.รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม
'จตุพร' เตือน สถานการณ์ปั่นป่วนบีบรอบไทย ชายแดนใต้ยังสนุกปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน บี้ รบ.หนู รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม ต้าน 'แลนด์บริดจ์' โครงการหากิน ยกที่ดินให้ทุนต่างชาติ ติงอยากขึ้น VAT ก็ลองดู แค่อดีตขึ้นค่ารถเมล์ 25 สต.รมต.ยังเด้งพ้นตำแหน่ง
'จตุพร' หนุน 'เอกนัฏ' ลดค่าการกลั่น 2 บ.แต่โรงกลั่นยังฮึดฮัด เตือนพ.ค.ชี้ชะตาน้ำมัน-ปุ๋ยหมด
'จตุพร' เตือน วิกฤตไทยลุกลาม ถาโถมหนักอึ้ง คาดเมษา-พฤษภา ดีเซลแพงทะลุกว่า 60 บ. ซ้ำร้ายน้ำมัน-ปุ๋ยหมดสต็อกทุกข์ระทมอดอยากระบาดทั่วหย่อมหญ้า ส่วนพ่อค้าน้ำมันหอบกำไรกันเบิกบาน ให้กำลังใจ รมว.พลังงาน ขอลดค่ากลั่น 2 บ.ยังฮึดฮัด เชื่อ 'ศุภจี' เหนื่อยแบกปัญหา
'จตุพร' จี้ นายกฯ เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบ
'จตุพร' จี้ นายกฯ อนุทิน เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบด้านอาหาร ชูมาตรการให้ ปชช.มีอยู่มีกิน ฟาดโรงกลั่นรัฐถือหุ้นข้างมากนิ่งเงียบโกยกำไร ฉะพวกเห็นแก่ตัว ทิ้งคนไทยหิวโซ ต้องพึ่งตนเอง ส่วนกลุ่มทุนปากพะงาบรอโกยกำไร บี้รื้อโครงสร้างพลังงานก่อนจะไปไม่รอด
ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!
เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'จตุพร' กระตุกนายกฯ ปชช.ไม่ได้คิดรวย ขอแค่อยู่รอดก็พอ บี้เด็ดขาดทลายพ่อค้าสูบกำไร
'จตุพร' กระตุ้นนายกฯ ใช้ความกล้าหาญ เป็นผู้นำเด็ดขาดรื้อโครงสร้างน้ำมัน สร้างระบบตลาดยุติธรรม ยันไม่ใช่การตื่นตระหนกของประชาชน แต่น้ำมันที่กลั่นเพิ่มแล้วยังสูญหาย ลั่นยามวิกฤตหนักหน่วงปชช.ไม่ได้คิดถึงเรื่องรวย แต่คิดจะอยู่รอดอย่างไร เตือนประเทศจะพังทุกระบบ

