
7 ก.ค.2567-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ตอนหนึ่งระบุว่า ประชาชนรู้สึกอึดอัดกับระบบอำนาจปกครองเห็นแก่ตัว และสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง ดังนั้น จึงควรลุกขึ้นสู้ จัดการกับนักประชาธิปไตยแอบอ้าง จำบังแสวงหาประโยชน์เข้าพวกพ้อง ระบบการปกครองไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์เป็นการปกครองของประชาชน แต่เป็นเพียงการปกครองแบบประชาธิปไตยทางผ่าน แล้วเกิดปัญหาตามมาตั้งแต่การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ เพราะเป็นการเลือกตั้งแบบอยู่เหนือคำจำกัดความว่า ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่เลวน้อยที่สุด
รูปแบบการปกครองขณะนี้ ไม่แตกต่างจากการหาผู้ปกครองที่มากด้วยอำนาจไปขุดทองผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง โดยไม่สนใจว่า จะเหลือสิ่งมีค่าใดให้คนรุ่นถัดๆ ไปได้ประโยชน์กันบ้าง ดังนั้น ประชาชนจึงต้องลุกขึ้นมาขัดขวางอำนาจผลประโยชน์จากเลือกตั้งที่ใหญ่โตจากพวกพ้องเอาแต่ผลประโยชน์เหล่านี้
“เหตุที่ประชาชนต้องสู้นั้น ต้องเริ่มต้นด้วยไม่เห็นแก่ตัว ยิ่งเมื่อรูปแบบการปกครองไม่ว่าแบบใดหากได้ผู้ปกครงที่เห็นแก่ด้วยแล้ว ประชาชนต้องสู้ด้วยการไม่เห็นแก่ตัว โดยยึดผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง”
นายจตุพร ย้ำว่า สิ่งสำคัญโครงการขายคอนโดให้ต่างชาติครอบครองได้ 75% แล้วอยู่ไทยนาน 99 ปี รวมถึงโครงการชวนต่างชาติมาลงทุนแลนด์บริดจ์ได้เช่าสิทธิ์ถือครองที่ดิน 3 แสนไร่ นอกจากนี้โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตส่อเกิดความเสียหายกว่า 4 แสนล้าน การตั้งบ่อนคาสิโนหวังได้ประโยชน์นับล้านล้าน ทั้งนี้โครงการเหล่านี้ล้วนเป็นโครงการเห็นแก่ตัว และเป็นโครงการผลประโยชน์มหาศาลมีมูลค่าเป็นล้านๆ ที่ผู้ปกครองกับผู้มีอำนาจจะหาประโยชน์ทั้งสิ้น ดังนั้น ประชาชนต้องลุกขึ้นมาจัดการ
“ประชาชนต้องลุกขึ้นสู้โดยไม่เห็นแก่ตัว เพราะระบบการปกครองของไทยมักเน้นแต่ให้ประชาชนหิว จะได้คิดถึงปากท้องเพื่อให้หายหิว จึงไม่มีเวลาไปคิดถึงส่วนรวม ดังนั้น ในวันนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อความฉิบหายของวันข้างหน้า และอาจเสียหายหนักกว่าการปกครองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมาด้วย”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' แนะ 'อนุทิน' กางแลนด์บริดจ์สื่อสารให้ชัด หวั่นจะเสียค่าโง่แบบตอม่อโฮปเวลล์
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ (LIVE) รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชา
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
รัฐบาล โอ่ 'สิงคโปร์' สนใจ 'แลนด์บริดจ์' ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันประเมินคุ้มทุนทางศก.
‘โฆษกรัฐบาล’ เผย วงคุย นายกฯ-รมว.กลาโหมสิงคโปร์ ชื่นมื่น ระบุสิงคโปร์สนใจ ‘แลนด์บริดจ์’ ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันรัฐประเมินคุ้มทุนทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ไม่อนุมัติโครงการกระดาษเปล่าแน่นอน

