
นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด
10 ส.ค.2569-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยมีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแหงชาติเข้าร่วมด้วย
นายอนุทินกล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่งในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในวันนี้เห็นว่าไทยช่วยไทยไม่ใช่แค่ 60-40 ไม่ใช่เป็นเรื่องของไทยช่วยไทย แต่คำว่าพลัสคือ เราพยายามจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ทั่วไปในประเทศของเราได้มีต้นทุนชีวิตที่ลดลงและเราพยายามจะหาโครงการต่างๆและวิธีการต่างๆมาทำให้ท่านได้สามารถสร้างโอกาสสร้างรายได้เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ
รัฐบาลจึงมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายแก้ไขปัญหาหนี้สินและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่เป็นธรรมและมีต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพเพิ่มรายได้และเสริมความเข้มแข็งของทุกครัวเรือน และทุกชุมชนอันเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
นายกฯ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนให้โครงการดีดีเช่นนี้ไปถึงมือของพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุดและถ้าเป็นไปได้ให้ครอบคลุมให้มากที่สุด วันนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านได้ดำเนินโครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่งด้วยวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านกองทุนชุมชนเมืองและกองทุนชุมชนทหาร 79,610 กองทุน ในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับประชาชนทั่วประเทศให้เงินทุนหมุนเวียน สำหรับการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเงินทุน แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้มากที่สุดจะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และเสียดอกเบี้ยสูงๆแพงๆ เราทนสภาพนั้นไม่ได้ เพราะต้องเสียไร่ เสียนา เสียบ้านโครงการนี้จะสร้างโอกาสให้ประชาชนได้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงซึ่งการจะประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่
นายอนุทินกล่าวว่า ตนให้อำนาจในการตัดสินใจอำนาจในการจัดตั้งนโยบายกับนางสุขสำรวยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ไปทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อทำให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งหลาย ฉะนั้นความร่วมมือทั้งหลายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะเราจัดงบประมาณไว้แล้วและจัดโครงการจัดหลักการการให้การช่วยเหลือประชาชนให้เขามีต้นทุนในการลงทุนต่างๆได้ดีขึ้น ซึ่งเงินกองทุนหมู่บ้านได้สร้างหมอลำที่มีชื่อเสียงมาแล้ว อย่าคิดว่าเงินนี้เป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเราสามารถจับหลักของธุรกิจสามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสของการสร้างรายได้ นี่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราจะช่วยให้ท่านไม่ต้องไปจมปลักอยู่กับเงินกู้นอกระบบที่มีต้นทุนแพงอย่างมหาศาลและยังต้องเซ็นสัญญาทาสต่างๆทำให้เราเสียโอกาสทั้งหมดในชีวิตที่เรามีอยู่และความเดือดร้อนนี้มันก็ไปถึงครอบครัวเราด้วย
“ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะเริ่มด้วยเงินงบประมาณประมาณ 4.4พันล้านบาท แต่ถ้าท่านทำแล้วแล้วมันเกิดประโยชน์เกิดผลสำเร็จเกิดประสิทธิภาพ สร้างรายได้สู่เศรษฐกิจ ฉะนั้นรัฐบาลต้องถือว่าท่านคือ เฟืองจักรตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวหลัก เพราะท่านเป็นกลุ่มคนที่มากที่สุดในประเทศของเราการสนับสนุนการไว้วางใจความมุ่งมั่นที่อยากจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะผลสำเร็จเหล่านี้เกิดขึ้นรัฐบาลก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างให้กับท่านอย่างเต็มที่ ผมอยากจะเซ็นเพิ่มงบให้พวกท่านใจจะขาดขอขอให้พวกเราช่วยกันทำให้บรรลุผลสำเร็จ”
ด้านนางสุขสมรวย กล่าวว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก ประชาชนฐานราก ต้องการเพิ่มรายได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อสร้างสภาพคล่อง ในระบบการผลิต การประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญ และเล็งเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือ โดยการเพิ่มงบประมาณ เพื่อเข้าไปสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านฯ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกในระยะยาว และยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ให้แก่ประชาชนในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
นางสุขสมรวย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการขยายโอกาสในการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 4,452,000,000 บาท ไว้สำหรับการดำเนินโครงการดังล่าวแล้ว กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จะขอสนับสนุนงบประมาณ จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบที่กำหนด และส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี (ปี 2556 – ปัจจุบัน) สิ่งสำคัญคือจะต้องมีการจัดประชุมเพื่อมีมติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีมติการลดอัตราอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุน บัญชีที่ 1 ลง 50%
สำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบัน (1 รอบสัญญา) ปรับปรุงสัญญา และจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญา เพื่อให้สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยใหม่ และจัดทำประกาศลดดอกเบี้ยและเอกสารประกอบโครงการ หากได้รับเงินเพิ่มทุนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการลดดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ถวายเครื่องสักการะ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ถวายเครื่องสักการะ และกราบนมัสการสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569
ฟังเสียงปชช.! 'อนุทิน' ยันคกก.ศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ ดูความคุ้มค่าทางศก.
นายกฯ ระบุ คกก.ศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ ดูความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หวังเชื่อมโยง 2 ชายฝั่ง ตะวันตก-ตะวันออก ให้สะดวก ย้ำ รัฐบาลฟังเสียงประชาชนอยู่ตลอด
นายกฯ เรียก 'กลาโหม-บิ๊กราญ' หารือ บอกเรื่องโยกย้ายเหล่าทัพ มอบ 'ปกรณ์' ชงแก้กม.อาวุธปืน
นายกฯ เรียกหน่วยงานความมั่นคงถก บอกหารือโยกย้ายเหล่าทัพ พร้อมมอบนโยบายทำงาน เข้มบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืน มอบ ‘ปกรณ์’ ปรับปรุง-ออกกฎหมายใหม่ ย้ำสอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการแน่
'อนุทิน' แจงโพสต์ 'วิ่งหัวชนกำแพง' แค่เตือนตัวเอง ไม่ตอบหมายถึงใคร เอามือแตะหน้าผากบอก 'หัวโน'
’อนุทิน‘ แจงโพสต์ 'วิ่งหัวชนกำแพง' แค่ ‘สอนตัวเอง เตือนตัวเอง’ ไม่ตอบหมายถึงใคร เอามือแตะหน้าผาก บอก ‘หัวโน’
ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า
'วีระยุทธ' ฟาดเดือด! ใครทำ 'กำแพงคอร์รัปชัน' สูงขึ้นไม่รู้จบ
'รองหัวหน้า ปชน.' สวนกลับ 'อนุทิน' คนไทยกำลังเผชิญกำแพงคอร์รัปชัน สารพัดโกง รัฐบาลทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ

