'อนาคตไกล' รับซื้อ 'ปลาหมอคางดำ' 20 ตันเพื่อกำจัด อัด 'พิธา' ตรรกะวิบัติอ้างคนจะเพาะเลี้ยงมากขึ้น

“พรรคอนาคตไกล” บรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง รับซื้อปลาหมอคางดำ 20 ตันเพื่อกำจัด อัด "พิธา-ก้าวไกล ตรรกะวิบัติ" อ้างคนจะเพาะเลี้ยงมากขึ้น

21 ก.ค. 2567 - ที่พรรคอนาคตไกล นายภวัต เชี่ยวชาญเรือ โฆษกพรรคอนาคตไกล กล่าวว่า ปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำชื่อสามัญ Blackchin tilapia ชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron Ruppell ปลาชนิดนี้สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ทำให้เจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อระบบนิเวศน์ สร้างความเดือดร้อนเสียหายเป็นวงกว้างให้กับเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564 ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ หากผู้ใดฝ่าฝืนทำการเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ มีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ตามมาตรา 144 ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  

ล่าสุด นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมงออกประกาศกรมประมง เรื่อง ประชาสัมพันธ์ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ ลงวันที่ 19กรกฎาคม 2567 โดยกรมประมงอยู่ระหว่างดำเนินการ ควบคุมกำจัดไม่ให้ปลาชนิดนี้ แพร่ขยายและเป็นการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและลดความเดือนร้อนต่อเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมงจึงได้ประชาสัมพันธ์ต่อพี่น้องประชาชนห้ามทำการเพาะเลี้ยงและนำปลาหมอคางดำไปปล่อยในแหล่งน้ำอย่างเด็ดขาด  

นายภวัต กล่าวต่อว่าพรรคอนาคตไกลพร้อมคณะทำงานได้เล็งเห็นความสำคัญและได้ติดตามปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ของประเทศ โดยให้ความสำคัญแก่พี่น้องเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตวน้ำและชาวประมงที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและเดือดร้อนเสียหายจากแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่เกิดจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยเร่งด่วน ได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำที่ตายแล้วที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยรับซื้อในกิโลกรัมละ 20 บาท จำนวน 20 ตัน เพื่อนำไปกำจัดทำลายหรือแปรรูปเป็นอาหารสัตว์หรือหมักทำลายปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพ โดยประสานที่ศูนย์ช่วยเหลือพรรคอนาคตไกล เบอร์โทรศัพท์ 081 226 5599

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกลและส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลได้ให้สัมภาษณ์โดย ติงรัฐบาล คิดให้ดี แก้ปัญหาปลาหมอคางดำระบาดด้วยการรับซื้อ หวั่นคนเพาะเลี้ยงมากขึ้น นายภวัค โฆษกพรรคอนาคตไกล กล่าวว่า ปลาหมอคางดำ เป็นสัตว์น้ำที่เป็นอันตรายโดยสภาพต่อระบบนิเวศน์และสัตว์น้ำประเภทอื่นโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ.2564 เพราะเป็นสัตว์น้ำอันตรายที่ขึ้นทะเบียนควบคุม ห้ามนำเข้าและส่งออก รวมถึงห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำเพราะมีโทษจำคุกหรือปรับในอัตราสูง โดยอยู่ในการกำกับ ควบคุมโดยกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อพี่น้องประชาชนทราบถึงภัยของปลาหมอคางดำสายพันธ์ุเอเลี่ยนสปีชีส์หรือชนิดพันธ์ุต่างถิ่นที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา กินสัตว์น้ำชนิดอื่นในแหล่งน้ำธรรมชาติเดียวกัน ส่งผลให้ให้ระบบนิเวศเสียหาย ประกอบกับ ปลาหมอคางดำไม่มีราคาซื้อขายในตลาดการแข่งขัน  โอกาสการเพาะเลี้ยงเกิดขึ้นได้ยาก เพราะดุลยภาพการตลาดและราคาไม่เกิดขึ้น เพราะไม่มีตลาดรับซื้อ อุปสงค์ต่อความต้องการปลาหมอคางดำในตลาดของประชาชนไม่เกิดขึ้น อุปทานการผลิตย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยเพราะมีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญาสูง

ส่วนที่นายพิธา ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เคยเห็นประเทศไหนทำ คือ การรับซื้อ เพราะจะทำให้เกิด Cobra Effect ยิ่งเปิดรับซื้อ คนอาจใช้โอกาสนี้เพาะเลี้ยงมากขึ้น ตนเห็นว่าเป็นการคาดคะเนและตรรกะวิบัติ เพราะปัญหาการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นหนองน้ำ ลำคลอง แม่น้ำหรือทะเล ปลาชนิดนี้ทนต่อความเค็มได้สูง สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมของประเทศ กินทั้งพืช สัตว์หรือซากของสิ่งมีชีวิต และสามารถย่อยอาหารได้ดี ทำให้มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นสภาพน้ำจืด น้ำกร่อย หรือน้ำเค็ม

วิธีการแก้ปัญหาโดยการสร้างแรงจูงใจให้แก่พี่น้องประชาชนในการจับสัตว์น้ำ เป็นปัญหาจำเป็นเร่งด่วน โดยวิธีการรับซื้อเพื่อกำจัดทำลาย เพราะโดยสภาพปลาประเภทนี้ถือว่าเป็นวัตถุต้องห้ามและผิดกฎหมาย หากใครครอบครองเพาะเลี้ยงย่อมเป็นความผิด หากปลาหมอคางดำตายแล้ว จะต้องนำไปกำจัดหรือแปรรูป แต่ไม่ใช่นำไปให้พี่น้องประชาชนรับประทาน แต่สามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์หรือปุ๋ยได้ ตรงนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญโดยกรมประมง รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายแก้ปัญหาโดยเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อกำจัด ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท แก้ปัญหามาถูกช่องทางแล้ว

“พรรคอนาคตไกลโดยท่านหัวหน้าพรรค ดร.อภิสัณห์ ศรวัชรณัฏฐ์ พร้อมคณะทำงาน จึงได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนโดยการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อกำจัดทำลายอีกช่องทางหนึ่งเพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน” โฆษกพรรคอนาคตไกล กล่าว.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ณัฐชา' จี้ รมว.เกษตรฯ เร่งกวาดล้าง 'ปลาหมอคางดำ' หวั่นน้ำหลากทำระบาดอีสาน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ว่า เรื่องนี้ยังมีการต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวไกล โดยในคำพิพากษาของศาลปกครองกลางกว่า 120 หน้านั้น ความหมายจริงๆ คือสั่งหน่วยงานของรัฐทำตามหน้าที่ ซึ่งจริงๆ ถ้าเขาทำตามหน้าที่คงไม่จำเป็นที่จะต้องมาฟ้องร้องดำเนินคดีกันในวันนี้ ส่วนคดีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งประชาชนรวมตัวกันฟ้องแบบกลุ่มโดยมี ทนายวิจารณ์ โตลักข์ จากสภาทนายความเป็นผู้ทำคดี ซึ่งศาลนัดครั้งต่อไปในวันที่ 30 พ.ย.เพื่อพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันของผู้เกี่ยวข้อง ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็มีการเตรียมฟ้องร้องต่อ อาจเป็นจังหวัดเพชรบุรี และเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

เคาะงบกลาง 350 ล้านบาท ดัน 7 มาตรการเร่งตัดวงจร 'ปลาหมอคางดำ' ลามหนักเขื่อนลำปาว

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 29 หน่วยงานเข้าร่วม

'ณัฐชา' บอก 3 เดือนแก้ปลาหมอคางดำไม่ได้เก้าอี้ รมว.กษ.เปลี่ยนแน่!

'ณัฐชา' ซัด 'รัฐบาล' ตั้งศูนย์แก้ 'ปัญหาปลาหมอคางดำ' แค่ปาหี่ ลั่น 3 เดือนไม่คืบ 'รมว.เกษตรฯ' อาจโดนเปลี่ยนเก้าอี้ แนะรัฐใช้มาตรการแดง-เหลือง-ขาว-เขียว ด้าน 'เกษตรกร' โอดปัญหาเอาไม่อยู่แล้ว

'สุริยะ' ฟุ้ง! ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ 3 เดือนเห็นผล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการลงนามในคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการ

ศาลอุทธรณ์ ยืนรับฟ้องแบบกลุ่ม 'คดีปลาหมอคางดำ' ทนายคาดศาลตัดสินปลายปี 70

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนรับฟ้องคดีปลาหมอคางดำเป็นคดีแบบกลุ่มก่อนนัดชี้สองสถานและฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย. 69 หัวหน้าทีมทนายเผยคาดปี70 ศาลชั้นต้นตัดสิน