29 ต.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เจาะลึกคดี 44 อดีต สส. ก้าวไกล: จบไต่สวนพยานผู้ร้อง สู่ไต่สวนพยานผู้คัดค้าน และการใช้ "บันทึกถ้อยคำ"” ระบุว่า คดีประวัติศาสตร์การเมืองที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ คดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้อง ยื่นเรื่องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม "มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง" ของ 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ประกอบการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งหากศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีความผิดจริง จะมีผลให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องพ้นจากตำแหน่ง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาไม่เกิน 10 ปี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235
ล่าสุด กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกาได้ก้าวเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญเรียบร้อยแล้ว หลังเสร็จสิ้นการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง และกำลังจะเริ่มการไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน
1. ภาพรวมสถานะคดีล่าสุด (นัดไต่สวน 27 ต.ค. 2569)
• ปิดฉากพยานฝ่ายผู้ร้อง: ศาลฎีกาไต่สวนพยานฝ่าย ป.ป.ช. (ผู้ร้อง) รวมทั้งหมด 4 นัด พยานรวม 9 ปาก โดย 2 ปากสุดท้าย ได้แก่:
1)นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ (ทนายบิลลี่): เบิกความถึงกระบวนการประชุมภายในพรรค ซึ่งมีการเชิญนักวิชาการมาให้ความรู้ และมีความเห็นแตกต่างกันทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
2) นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ (หมอเอก): เบิกความถึงเหตุการณ์ช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง การหารือเรื่องร่างแก้ไข ม.112 และเหตุผลที่ตนเองไม่ร่วมลงชื่อ
• นัดไต่สวนฝ่ายผู้คัดค้าน: ศาลกำหนดนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้คัดค้าน (44 อดีต สส.) นัดแรกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.30 น.
• พยานปากแรกฝ่ายผู้คัดค้าน: ได้แก่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ (ผู้คัดค้านลำดับที่ 37) ซึ่งจะขึ้นเบิกความด้วยตนเอง
2. กลไกการบริหารจัดการคดีและบทบาทของศาลฎีกา
เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ได้กำหนดกลไกสำคัญไว้ดังนี้:
• ระบบไต่สวนเต็มรูปแบบ: ศาลฎีกายึดสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เป็นหลัก แต่มีอำนาจเต็มที่ในการไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้เองเพื่อค้นหาความจริง
• คำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่: ทันทีที่มีคำสั่ง "รับคำร้อง" ผู้ถูกร้องจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที จนกว่าจะมีคำพิพากษา
• เลขานุการประจำคดี: ศาลอาจแต่งตั้งผู้พิพากษาซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในศาลฎีกาเป็น "เลขานุการประจำคดี" เพื่อช่วยตรวจคำคู่ความ ตรวจพยานหลักฐาน และช่วยเหลือในการทำคำพิพากษา
• การพิจารณาคดีต่อเนื่อง: การไต่สวนพยานหลักฐานจะดำเนินการติดต่อกันไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ เพื่อป้องกันความล่าช้า
3. สาระสำคัญของ "บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและความเห็น" (ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ข้อ 24)
หนึ่งในประเด็นทางวิธีพิจารณาความที่น่าสนใจ คือ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้พยานผู้เชี่ยวชาญฝ่ายผู้คัดค้านที่เป็นนักวิชาการ จำนวน 13 คน (รวมถึง ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี ที่จะขึ้นเบิกความในวันที่ 3 พ.ย.) จัดทำ "บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและความเห็น" (Affidavit/Written Testimony) ยื่นต่อศาล
การที่ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ เปิดให้ใช้บันทึกถ้อยคำฯ แทนการมาเบิกความด้วยวาจาทั้งหมด มีหลักการและเหตุผลสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำเนินคดี โดยเฉพาะคดีที่มีพยานผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ซึ่งช่วยให้ศาลและคู่ความทุกฝ่ายสามารถศึกษาประเด็นและความเห็นทางวิชาการล่วงหน้าได้ อีกทั้งยังช่วยกลั่นกรองประเด็นให้กระชับและมุ่งเน้นไปที่การซักถามข้อโต้แย้งในวันไต่สวนจริงได้อย่างตรงจุด โดยยังคงเปิดช่องให้ศาลหรือคู่ความเรียกพยานมาตอบข้อซักถามเพิ่มเติมได้เมื่อจำเป็น เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความรวดเร็วและความถูกต้องเป็นธรรมตามหลักวิธีพิจารณาความ
ข้อ 24 ของระเบียบฯ มีหลักการสำคัญดังนี้:
1)ส่งเอกสารแทนการมาศาล: พยานผู้เชี่ยวชาญสามารถจัดทำบันทึกถ้อยคำยื่นต่อศาลล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องเดินทางมาศาลด้วยตนเองทั้งหมด
2) สิทธิในการคัดค้าน: คู่ความอีกฝ่ายมีสิทธิยื่นคำคัดค้านข้อเท็จจริงในบันทึกถ้อยคำดังกล่าวเป็นหนังสือภายใน 3 วัน
3) การซักถามเพิ่มเติม: หากศาลเห็นว่ามีความสำคัญหรือมีประเด็นไม่ซ้ำซ้อน ศาลอาจนัดให้พยานมาศาลเพื่อตอบข้อซักถามเพิ่มเติมได้ หากพยานไม่มาหรือไม่ยอมตอบ ศาลอาจปฏิเสธการรับฟังเว้นแต่มีพยานอื่นประกอบ
4. ข้อเท็จจริง vs ข้อกฎหมาย ในข้อต่อสู้ของคดี
• ประเด็นมูลเหตุและจุดเริ่มต้น:
-ฝ่ายผู้ร้อง (ป.ป.ช.): พยายามชี้ว่าการเสนอร่างแก้ไข ม.112 มีจุดเริ่มต้นและได้รับอิทธิพลมาจากม็อบหรือการชุมนุมทางการเมืองในปี 2563
-ฝ่ายผู้คัดค้าน (44 อดีต สส.): ยืนยันว่าการเสนอแก้ไข ม.112 มีความเห็นและข้อเสนอทางวิชาการเกี่ยวกับปัญหาตัวบทและการบังคับใช้มานานแล้ว ไม่ได้เพิ่งเริ่มในปี 2563
• ประเด็นการกระทำและเจตนา:
-ฝ่ายผู้ร้อง (ป.ป.ช.): มองว่าการลงชื่อเสนอร่างและการเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
-ฝ่ายผู้คัดค้าน (44 อดีต สส.): ชี้ว่าการเสนอร่างกฎหมายในฐานะ สส. เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่และรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม
• ประเด็นการเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษา:
ทนายฝ่ายผู้คัดค้านชี้แจงว่า การเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษา 3 ใน 5 ท่าน เป็นการโยกย้ายตามวงรอบปกติ โดยเจ้าของสำนวนเดิมยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ จึงมั่นใจว่าไม่มีผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการพิจารณาคดี
5. บทสรุปและสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
คดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญของวงการการเมืองและนิติศาสตร์ไทย ว่าด้วย "ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ สส. ในการกระทำเพื่อเสนอร่างกฎหมาย" กับ "กรอบการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง"
หลังจากนี้ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ศาลฎีกาจะเริ่มสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านอย่างเป็นทางการ โดยมีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี เป็นพยานปากสำคัญ ควบคู่ไปกับการพิจารณาบันทึกถ้อยคำของเหล่านักวิชาการ และเมื่อการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาและอ่านให้ฟังโดยเปิดเผยภายใน 30 วันนับแต่วันเสร็จการพิจารณา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกเรื่องการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'วัส ติงสมิตร' ถอดรหัส 'กะเพราแก้วจุรี' บทเรียนสำคัญ การพัฒนางานวิจัยสู่สิทธิเกษตรกร
วัส ยกกรณีกะเพราแก้วจุรี บทเรียนครั้งสำคัญสังคมไทย สะท้อนการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นสิ่งจำเป็น
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้ช่อง 5 คนดังเอาคืนนิติสงครามเต็มรูปแบบ!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'วัส' เจาะปมร้อน! ปมทรัพย์สิน 'ไท่หยาง ซาง-ไอเดียร์'
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโส วิเคราะห์ 'ทักษิณ' ดิ้นสู้คดีภาษีหุ้นชินฯ หนีถูกตราหน้า 'บุคคลล้มละลาย'
วัส ติงสมิตร วิเคราะห์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้าน จากคำพิพากษาศาลฎีกา สู่ชนวนฟ้องล้มละลาย ‘ทักษิณ ชินวัตร’
'อดีตผู้พิพากษาฯ' ชี้ 'ก่อแก้ว' กล่าวหาผู้อื่นจิตใจต่ำกว่ามนุษย์ ข้ามเส้นติชมโดยสุจริต สู่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
วัส ติงสมิตร ชี้ 'ก่อแก้ว' โพสต์กล่าวหาผู้อื่นว่า 'มีจิตใจต่ำกว่ามนุษย์' ถือเป็นการข้ามเส้นการติชมโดยสุจริต

