สิงหาคม จุดเปลี่ยนปกป้องแผ่นดิน 'จตุพร' ถามสำนึกคนทุกฝ่าย คิดสู้สกัดกันก่อนเสียหาย หรือปล่อยนิ่งเฉยให้เป็นเรฟูจีจึงร่วมสู้ กระทุ้งฝ่ายมั่นคงอย่ามาตามคนปกป้องบ้านเมือง ไล่ไปยับยั้งพวกขายแผ่นดิน สร้างหายนะภัยสิ้นชาติให้ลูกหลานคนแห่งอนาคต
26 ก.ค. 2567 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ โดยประเมินว่า หลากหลายเหตุการณ์ในเดือนสิงหาคมนี้ จะกลายเป็นปัจจัยให้เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของสำนึกประชาชนและการปกป้องประเทศชาติ
นายจตุพร ระบุว่า การขายชาติที่ซ่อนไว้ใน 4 โครงการของรัฐบาล เริ่มตั้งแต่การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 4.5 แสนล้าน ซึ่งจะเป็นพายุหายนะหมุนพัดระบบเศรษฐกิจของประเทศพังพินาศ แล้วลามไล่ล่าหาประโยชน์จากโครงการอื่นๆ อีก ดังนั้น นักการเมืองและกลุ่มทุนที่ร่วมกันออกแบบโครงการขายชาติขายแผ่นดินจึงมีพฤติกรรมไม่แตกต่างจากปลาหมอคางดำผสมพันธุ์ขยายตัวกอบโกยผลประโยขน์จากบ้านเมือง
จากนั้น พายุหายนะภัยหมุนเพิ่มรุนแรงไปขายคอนโดว่าง 1.3 ล้านยูนิตพร้อมที่ดินให้ต่างชาติมาอยู่นาน 99 ปี และลุกลามสู่การผลักดันตั้งบ่อนคาสิโน 8 แห่ง รวมทั้งดึงต่างชาติมาลงทุนแลนด์บริดจ์แลกสิทธิ์ได้ครอบครองที่ดิน 3 แสนไร่ตั้งรกรากสะสมทุนนาน 99 ปี สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อความเสียหายให้ประเทศครั้งใหญ่
สิ่งสำคัญแต่ละโครงการมีเงินผลประโยชน์มโหฬารให้กลุ่มทุนกอบโกยนับล้านล้าน ส่วนประชาชนอดอยากย่ำแย่กับการหาเช้ากินค่ำ อย่างไรก็ตาม แม้การสู้กับคนพวกนี้ยากและลำบาก แต่วันข้างหน้าสิ่งที่รัฐบาลผลักดันโดยกล่อมอ้างการพัฒนาเศรษฐกิจ จะเป็นตัวทำลายบ้านเมืองยับเยินแทบไม่มีอะไรเหลือหรอไว้ให้คนรุ่นอนาคต
"พายุลูกแรกชื่อดิจิทัลถือว่าอัปรีย์จัญไรจะล้างผลาญระบบเศรษฐกิจของประเทศ แล้วหอบพัดหมุนไปขายคอนโดพร้อมที่ดิน ซึ่งไม่แตกต่างจากขายชาติขายแผ่นดิน จากนั้นระบาดลามดันตั้งบ่อนคาสิโน นำอบายมุขมามอมเมาสังคม เหมือนยกอาชีพหมู่เกาะเคย์แมนมาไว้ที่ไทย ส่วนที่หนักสุดคือ แลนด์บริดจ์หายนะภัยลูกที่สี่ เพราะเป็นยิ่งกว่าเสียดินแดนโดยชอบ แล้วเช่นนี้บ้านเมืองจะมีอะไรเหลือถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลานบ้าง"
นายจตุพร กล่าวว่า ในอนาคตคนยากไร้แผ่นดินจะมีมากขึ้น เพราะบ้านพร้อมที่ดินถูกธนาคารต่างชาติยึดอย่างไร้รอมชอม ขณะที่กลุ่มทุนสีเทาทยอยเข้ามาอยู่อาศัยครองเมือง ส่วนคนจนไทยต้องอพยพไปหาผืนดินต่างจังหวัดทำมาหากิน ดังนั้น สภาพไม่แตกต่างจากเป็นเรฟูจิ เมื่อถึงตอนนั้นคงจะรู้สึกถึงพลังรวมหมู่คัดค้านการขายชาติขายแผ่นดินกันบ้าง แต่ก็สายไปเสียแล้ว
"หน่วยงานความมั่นคงอย่ามาห่วงผมที่ต่อต้านการขายชาติขายแผ่นดิน ให้ไปห่วงพวกขายชาติดีกว่า เพราะเป็นหน้าที่ของคุณโดยตรง คุณควรทำให้ถูกต้องเสียที่เถอะ ส่วนเราได้แต่หวังว่า เหตุการณ์ต่างๆ อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน ขอให้สงสารประเทศชาติบ้านเมืองเถิด"
อีกทั้งหวังว่า 14 สิงหาคมนี้ หน่วยงานมีหน้าที่ป้องกันประเทศต้องหยุดยั้งความเสียหายในอนาคตที่จะเกิดขึ้นต่อบ้านเมืองเสียที อย่างไรก็ตาม ถ้าประชาชนต้องแสดงพลังกัน หากสกัดกันพวกขายแผ่นดินไม่อยู่แล้ว อย่าคิดถึงการต่อสู้ภายหลังจะได้ชัยมา แต่เราต้องสู้ก่อนความเสียหายจะเกิดขึ้น ไม่ใช่สู้หลังจากบ้านเมืองยับเยินไปหมดแล้ว
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อคนมีหน้าที่ปกป้องชาติมีสำนึกเชื่องช้า และยังนิ่งเฉยในการเห็นภัยพิบัติทำลายประเทศพังพินาศในวันข้างหน้า ย่อมไม่แตกต่างจากการชื่นชมให้ความฉิบหายเกิดขึ้น ดังนั้นต้องยับยั้งความเสียหายก่อนที่จะเกิดขึ้น
"บอกอีกครั้งว่า ถ้าบ้านเมืองไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง ไม่มีใครอยากลงถนนหรอก พวกเราไม่ได้รักประเทศแบบคลั่งชาติ แต่มีเหตุผล มีหลักฐานรองรับว่า ถ้าปล่อยโครงการขายชาติขายแผ่นดินไว้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง"
พร้อมย้ำว่า ในเดือนสิงหาคมนี้ หากคนมีหน้าที่ยังนิ่งเฉยเพื่อปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายหนักขึ้น ความปั่นป่วนแบบอนาธิปไตยย่อมมีโอกาสเกิดขึ้น เพราะทั้ง 4 โครงการดังกล่าวล้วนเลวร้ายยิ่งกว่าเหตุการณ์พยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยในอดีตเป็นพันเท่าทวีเสียอีก แล้วอย่างนี้ประชาชนจะทนกันไหวเหรอ
"การขายชาติขายแผ่นดินซึ่งหน้ากันแบบนี้ ถ้าเรามัวแต่นิ่งเฉย หลงลมลวงของกระบวนการนางแบก นายแบกที่ไม่รู้สึกรู้สากับความหายนะของชาติ จึงไม่ลุกขึ้นมาปกป้องเมื่อยังมีเวลา หากจะมาสู้เอาตอนใกล้สิ้นชาติย่อมสายกันเสียแล้ว"
นายจตุพร ย้ำว่า บ้านเมืองเป็นของทุกคนไม่มีแบ่งฝ่าย คนรักแผ่นดิน รักชาติ จึงควรลุกขึ้นมาปกป้อง ส่วนคนมีหน้าที่ด้านความมั่นคงต้องคิดจัดการพวกขายชาติขายแผ่นดิน และไม่ต้องกังวลกับการต่อสู้ของตน อย่ามัวแต่ติดตามคนปกป้องแผ่นดิน เพราะประเทศอาจไม่เหลือไว้ให้ลูกหลานอยู่อาศัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ณัฐชา' จี้ รมว.เกษตรฯ เร่งกวาดล้าง 'ปลาหมอคางดำ' หวั่นน้ำหลากทำระบาดอีสาน
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ว่า เรื่องนี้ยังมีการต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวไกล โดยในคำพิพากษาของศาลปกครองกลางกว่า 120 หน้านั้น ความหมายจริงๆ คือสั่งหน่วยงานของรัฐทำตามหน้าที่ ซึ่งจริงๆ ถ้าเขาทำตามหน้าที่คงไม่จำเป็นที่จะต้องมาฟ้องร้องดำเนินคดีกันในวันนี้ ส่วนคดีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งประชาชนรวมตัวกันฟ้องแบบกลุ่มโดยมี ทนายวิจารณ์ โตลักข์ จากสภาทนายความเป็นผู้ทำคดี ซึ่งศาลนัดครั้งต่อไปในวันที่ 30 พ.ย.เพื่อพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันของผู้เกี่ยวข้อง ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็มีการเตรียมฟ้องร้องต่อ อาจเป็นจังหวัดเพชรบุรี และเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
เคาะงบกลาง 350 ล้านบาท ดัน 7 มาตรการเร่งตัดวงจร 'ปลาหมอคางดำ' ลามหนักเขื่อนลำปาว
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 29 หน่วยงานเข้าร่วม
'ณัฐชา' บอก 3 เดือนแก้ปลาหมอคางดำไม่ได้เก้าอี้ รมว.กษ.เปลี่ยนแน่!
'ณัฐชา' ซัด 'รัฐบาล' ตั้งศูนย์แก้ 'ปัญหาปลาหมอคางดำ' แค่ปาหี่ ลั่น 3 เดือนไม่คืบ 'รมว.เกษตรฯ' อาจโดนเปลี่ยนเก้าอี้ แนะรัฐใช้มาตรการแดง-เหลือง-ขาว-เขียว ด้าน 'เกษตรกร' โอดปัญหาเอาไม่อยู่แล้ว
'สุริยะ' ฟุ้ง! ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ 3 เดือนเห็นผล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการลงนามในคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการ
ศาลอุทธรณ์ ยืนรับฟ้องแบบกลุ่ม 'คดีปลาหมอคางดำ' ทนายคาดศาลตัดสินปลายปี 70
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนรับฟ้องคดีปลาหมอคางดำเป็นคดีแบบกลุ่มก่อนนัดชี้สองสถานและฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย. 69 หัวหน้าทีมทนายเผยคาดปี70 ศาลชั้นต้นตัดสิน
รัฐบาลตั้งทีมเคลื่อนที่เร็ว 21 จังหวัด ลุยล่า 'ปลาหมอคางดำ' จ่อของบกลางเพิ่ม 350 ล้าน
รัฐบาลเร่งสกัดปลาหมอคางดำระบาด 21 จังหวัด เตรียมตั้ง Task Force ระดับจังหวัด ลงพื้นที่ล่า-จับ-ควบ

