7 ส.ค.2567 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานกลุ่ม ศปปส. พร้อมด้วยกลุ่มมวลชน เดินทางมาติดตามสถานการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัย กรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่ง ยุบพรรคก้าวไกล (กก.) และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคและห้ามมิให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง
เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567
โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้กลุ่ม ศปปส. เข้ามายัง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคารราชบุรีดิเรกฤทธ์) อาคาร A.โดยชี้แจงเหตุผลว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุม เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อย และแนะนำให้ไปติดตามรับฟังคำวินิจฉัยใน พื้นที่ที่จัดเตรียมให้บริเวณลานเสาธง หน้าอาคารA
จากนั้นนายอานนท์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาติดตามฟังคำวินิจฉัยและสังเกตุการณ์ว่า ทูต 18 ประเทศที่นายพิธาเคยไปพบ จะมาติดตามฟังในวันนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากมีคำวินิจฉัยออกมาและทางสถานทูตต่างๆ มีแสดงความคิดเห็นในทางลบ เราก็จะไปประท้วงตามสถานที่นั้นๆ ยืนยันไม่ได้มาป่วน อยากมานั่งฟังและสังเกตุการณ์เท่านั้น
ส่วนความคิดเห็นต่อการยุบพรรค นายอานนท์ กล่าวว่าที่จริงเราไม่มีความคิดเห็นอะไร ยุบหรือไม่ยุบก็ได้ ไม่มีผลอะไรต่อกลุ่ม ศปปส. หากผลออกมา ตนก็เคารพคำวินิจฉัย
เมื่อถามว่า มีบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคก้าวไกล นายอานนท์ กล่าวว่า การยุบพรรคมีมาตั้งแต่อดีต หากพรรคก้าวไกลถูกยุบในวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ขอไม่แสดงความคิดเห็นอะไร "คุณทำผิดกฎหมายหรือไม่ ที่ คุณบอกว่าทำเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องยอมรับคำวินิจฉัยของศาล"
ต่อข้อถามกรณีพรรคก้าวไกลหาเสียง แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นายอานนท์ ยืนยันว่า กลุ่ม ศปปส.ออกมาต่อต้านและตอบโต้ทุกครั้งที่มีพรรคการเมืองคิดอยากแก้ไขมาตรา 112 หรือ นิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดี มาตรา112 ซึ่งพวกเราไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว
เมื่อถามกังวลหรือไม่ หากพรรคก้าวไกลถูกยุบจะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมามีอำนาจมากกว่าเดิมอีกครั้งหรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่า เราไม่มีความกังวลเรื่องการเมือง แต่เรากังวลว่าประชาชนในประเทศทุกวันนี้จะมีอยู่มีกินอย่างไร ขอให้ใครก็ได้ที่มาบริหารประเทศ ให้ไปคิดถึงปากท้องประชาชน ดีกว่าที่จะมาคิดแก้ไข 112 หรือ นิรโทษกรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไชยันต์' ยืนยัน ศาลรัฐธรรมนูญแนะ กกต. ไม่ใช่ ห้าม!
ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าศาลรัฐธรรมนูญแน
ศาลจบแล้ว…กกต.เพิ่งเริ่ม
วันนี้ซองที่ส่งเข้ามาขอพักไว้ก่อนครับ เรื่องบาร์โค้ดกับคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่เถียงกันมาตั้งแต่หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
กกต. น้อมรับคำแนะนำศาล รธน. ปรับรูปแบบบัตรเลือกตั้งครั้งหน้า
เลขาฯกกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สส. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า วันนี้เป็นเรื่องต่างคนต่างทำหน้าที่ ผู้ร้องก็อยากจะดูแลประชาชน
ศาล รธน.วินิจฉัยเลือกตั้งโดยลับคือ 'ลับแบบมีเงื่อนไข' บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดไม่ขัด รธน.
ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาเพื่ออ่านคำวินิจฉัยคดีเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เกี่ยวกับการใช้บัตรเลือกตั้ง
ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 4) : มาตรา 7
เห็นว่า ถ้าจะมีใครตีความรัฐธรรมนูญของไทยฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ ว่าพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจในการปลดนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็นความเห็นและการตีความในบริบทสังคมการเมืองไทยของเขาผู้นั้น
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสฯ ชี้คำวินิจฉัยศาลรธน. คดีบัตรเลือกตั้ง บททดสอบคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ปชช.
วัส ติงสมิตร ชี้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 14.00 น. วันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่เป็น บททดสอบครั้งสำคัญในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในการลงคะแนนโดยลับ

