'ทักษิณ' ชี้นิ้วจัดตั้งรัฐบาล ครอบงำพรรคการเมือง โทษถึงยุบพรรค ทำต่างชาติหมดความเชื่อมั่น

16 ส.ค.2567- นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรือ อาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งยังมีสถานะเป็นนักโทษที่อยู่ระหว่างพักโทษ ได้เชิญแกนนำของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหารือในประเด็นบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ว่า

คุณทักษิณไม่ได้เป็น และไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ๆ ได้ เพราะขาดคุณสมบัติตามมาตรา 24 แห่ง พรป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 98 เพราะเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีทุจริต ดังนั้น การที่คุณทักษิณเทียบเชิญพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล มาร่วมหารือเพื่อตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่และจัดตั้งรัฐบาล

จึงเข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา 29 แห่ง พรป. พรรคการเมือง ซึ่งกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งไม่ใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม โดยมาตรา 108 กำหนดให้ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ห้าถึงสิบปี

นอกจากนี้ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ปล่อยให้คุณทักษิณซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคเข้ามากระทำการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคตัวเอง ก็มีความผิดตามมาตรา 28 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งมาตรา 92 กำหนดให้พรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนต้องถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค ผมจึงขอฝากให้ กกต. พิจารณาเรื่องนี้โดยเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น การที่พรรคร่วมรัฐบาล ไปหาคุณทักษิณ ซึ่งยังมีสถานะเป็นนักโทษคดีทุจริตถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาล ผมก็ยังสงสัยว่านักลงทุนต่างชาติเขาจะมองเราอย่างไรที่ให้ปล่อยให้นักโทษในคดีทุจริตเป็นผู้นำในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งสวนทางกับมาตรฐานของสากลโลกในเรื่องระบบนิติธรรม
.
ที่สหประชาชาติได้ประกาศให้หลักนิติธรรมเป็น 1 ใน 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งแต่ พ.ศ. 2558 เพราะหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งจะทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจในระบบกฎหมายของประเทศที่ตนจะมาลงทุน ไม่ต้องกังวลกับ 'ต้นทุน' หรือ cost ที่มองไม่เห็น และคาดการณ์ไม่ได้ ซึ่งอาจจะต้องหมดไปกับการคอร์รัปชันและการเผชิญกับอุปสรรคที่เกิดจากกฎหมายหรือการบังคับใช้กฎหมายที่บิดเบือน

สุดท้ายนี้ผมขอฝากให้ทุกฝ่ายตัดสินใจดำเนินกิจกรรมทางเมือง ภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม และยึดผลประโชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ด้วยความปรารถนาดี

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่ถึงคิวกล้าธรรม! พรรคเล็กมอบตัวภูมิใจไทยเพิ่มอีก ขอกองเชียร์น้ำเงินให้รอดูหน้าตารัฐบาลก่อน

"โฆษกภูมิใจไทย" เผย "พรรคมิติใหม่" แสดงเจตจำนงหนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯเพิ่มอีกพรรค ส่วนทาบทามพรรคร่วมฯ ที่ประชุมมอบหัวหน้า-เลขาฯ คุย โยน กกต. เคลียร์ความชัดเจน หลังมวลชนกังขาผลเลือกตั้ง

แดงร่วมรบ.นํ้าเงิน! ยศชนันนำ ถกไร้เงื่อนไข คิวต่อไปทาบ‘กล้าธรรม’

"ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ชื่นมื่น ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯ "หนู" ขอให้ลบเรื่องบาดหมางในอดีต กลับมาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์บ้านเมือง แย้มเตรียมคุย "กล้าธรรม

ภูมิใจไทย จ้องยึด 'เกษตร' สมการต่อรองกล้าธรรมร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ถึงความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคได้มีการประเมินคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อว่าจะมีการประกาศรับรองผลเลือกตั้งโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องรีบจัดตั้งรัฐบาล โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้รวมเสียง โดยพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคเล็กทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 35 เสียง

3 แกนนำเพื่อไทย เผยเหตุผลร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า

3 แกนนำพรรคเพื่อไทย เผยเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกอยากผลักดันนโยบาย ยันยังไม่คุยโควตา-ตำแหน่ง ขอลืมความขัดแย้งเดินหน้าประเทศ ‘ภูมิธรรม’ ลั่นไม่มีอะไรไม่กล้า เขากระโดง - ฮั้ว สว. เดินหน้าตามกระบวนการ

'เพื่อไทย' จูบปากพรรคภูมิใจไทย 'อนุทิน' ลั่นเรื่องบาดหมางในอดีตลบออกให้หมด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์