'กุนซือใหญ่' ชง 'รัฐบาลแพทองธาร' เร่งทำ 12 เรื่อง

9 ก.ย. 2567 – นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ข้อเสนอ 12 ประการ ต่อรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง 1

รัฐบาลอุ๊งอิ๊ง 1 เดินหน้าแล้ว ในโอกาสนี้ จะขอเสนอความเห็น 12 เรื่อง เพื่อให้รัฐบาลนำไปดำเนินการพิจารณาคือ

1.ช่วยฟื้นรายได้จากการท่องเที่ยวของประชาชน 7 จังหวัดภาคใต้ ปีละ 435,000 ล้านบาท โดยอนุญาตให้รถนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ซึ่งถูกขนส่งกำหนดเข้ามาได้แค่หาดใหญ่ ให้สามารถนำรถท่องเที่ยวเข้าไปในเขต 7 จังหวัดได้เหมือนเดิม

2.เร่งขอลงนามเป็นภาคีในแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงแห่งปฏิญญาซันย่า เพื่อเปิดเส้นทางการค้าผ่านแม่น้ำโขงไปยัง 6 ประเทศ และรับนักท่องเที่ยงจากทั่วโลกที่มาท่องเที่ยว 6 ประเทศทางแม่น้ำโขงสู่ประเทศไทย เป็นการเพิ่มรายได้การส่งออก และการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย

3.เร่งการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน และเร่งเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟความเร็วสูงขนาดรางกว้าง 1.435 เมตร จากหนองคายไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว ที่เวียงจันทร์ เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าไทยผ่านเส้นทางรถไฟสายนี้ไปยังทั่วโลกได้ และรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามายังหนองคายได้โดยสะดวก

4.ถอนตัวจากการเข้าร่วมเป็นภาคียุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกที่ถือจีนเป็นศัตรูคู่สงคราม เพราะเป็นการเข้าเป็นภาคีโดยผิดรัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ต้องรีบถอนตัวโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ประเทศไทยเป็นศัตรูกับชาติใด ๆ

5.เร่งตั้งผู้แทนการค้าให้รับผิดชอบประเทศต่าง ๆ เพื่อขยายการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับประเทศคู่สำคัญทั่วโลก เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระนายกรัฐมนตรี ในการเจรจาการค้ากับต่างประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย โดยตั้งเป้าหมายให้ผู้แทนการค้าเพิ่มยอดการค้าปีละอย่างน้อย 5 ล้านล้านบาท

6.ฟื้นหน่วยงานตรวจสอบรายได้ภาครัฐ ในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งถูกยุบไปในสมัยรัฐบาลที่แล้ว เพื่อให้ทำหน้าที่ตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ของหน่วยจัดเก็บรายได้ทุกหน่วยให้มีการจัดเก็บโดยถูกต้องครบถ้วน และเป็นธรรม รวมทั้งการตรวจสอบรายได้จากทรัพย์สินที่บุคคล หรือองค์กรได้มาเพิ่มขึ้นผิดปกติด้วย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มรายได้แผ่นดินให้เป็นไปตามที่ควรเป็น

7.ปฏิรูปสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนดให้ผู้มีอายุเกิน 80 ปี ต้องเกษียณอายุ และเสริมกรรมการรุ่นใหม่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อให้เป็นหลักในการจัดทำร่างกฎหมาย และในการให้ความเห็นทางกฎหมายต่อรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ

8.ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น โดยยกฐานะจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรีทั้งจังหวัด จังหวัดขอนแก่น เป็นมหานคร ให้มีอำนาจเหมือนกับกรุงเทพมหานครฯ ยุบอำเภอทั้งหมดในจังหวัดนั้นๆ ให้มีฐานะเป็นสำนักงานเขตของมหานคร เพื่อขยายบทบาทการปกครองส่วนท้องถิ่น และลดองค์กรการปกครองส่วนภูมิภาคลง ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนสภาพอำเภอปีละ 50 อำเภอ ให้เป็นเทศบาลอำเภอ เพื่อลดองค์กรส่วนภูมิภาค และเพิ่มองค์กรส่วนท้องถิ่นแทน

9.ออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรมความผิดเกี่ยวกับการเมือง เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และเดินหน้าประเทศไทย ฟื้นความสามัคคีภายในชาติ เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติสืบไป

10.แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อใช้แทนรัฐธรรมนูญ 2560 รวมทั้งปรับปรุงแก้ไของค์กรอิสระต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ามากขึ้น

11.ลดค่าน้ำมัน ค่ากระแสไฟฟ้า และส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก โดยเปิดกว้างเสรีให้มากที่สุด

12.ยกเลิกการกีดกันชาวตะวันออกกลาง และชาวอินเดียที่ถ่วงเวลาการออกวีซ่า โดยให้ออกวีซ่าให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการยื่นคำขอ เพื่อเพิ่มการไปมาหาสู่ เพิ่มการนำรายได้เข้าประเทศไทยให้มากที่สุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์

ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่

นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.'  เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน

ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์  ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน

ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ

ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว

'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน

ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที

ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ