'หมอวรงค์' โต้ 'นิติสงคราม' วาทกรรมคนกลัวการตรวจสอบ อัด 'ทักษิณ' ไม่สำนึกผิด

'หมอวรงค์' ยันไม่ใช่ผู้ร่วมขบวนการนิติสงคราม ซัดเป็นวาทะกรรมคนกลัวการตรวจสอบ ลั่นถ้ารับเงินรวยไปแล้ว อัด 'ทักษิณ' ไม่สำนึกผิด ฟื้นระบอบทักษิณ ก้าวสู่'ระบอบชินวัตร'

11 ก.ย.2567- ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบ 2 ประเด็นที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 29 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และ พรรคเพื่อไทยยอมให้คนที่ไม่ใช้สมาชิกพรรคครอบงำ ชี้งำ ตามมาตรา 28 กฎหมายเดียวกัน

ภายหลัง นพ.วรงค์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีการร้องเหตุการณ์ที่พรรคร่วมรัฐบาลเข้าไปพบนายทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้า คิดว่า กกต.จะนำคำร้องของนพ.วรงค์ไปรวมด้วยหรือไม่ ว่า คนละส่วนกัน ตนร้องพรรคเพื่อไทย กับนายทักษิณ แต่คำร้องนั้น เป็นการร้องพรรคร่วม 6 พรรค ส่วนตัวมองว่า พรรคร่วมมีสิทธิเจรจากับใครก็ได้ เชื่อว่า เขาไม่ได้ถูกครอบงำ แต่ต้องอิงบนผลประโยชน์ของเขา ใครมาเจรจาก็ต้องมาปรึกษาหารือว่า อันไหนได้ประโยชน์สูงสุ จึงเป็นการเจรจาต่อรองธรรมดา แต่พรรคเพื่อไทย มีการปฏับัติตามสิ่งที่นายทักษิณพูดเกือบทั้งหมด เราจึงร้องเฉพาะเรื่องนายทักษิณ กับพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่า การร้องครั้งนี้อาจทำให้ถูกมองว่าอยู่ร่วมขบวนการ ใช้นิติสงคราม เพื่อทำลายรัฐบาล นพ.วรงค์ กล่าวว่า คำว่า นิติสงคราม เป็นคำที่ยกขึ้นมาเพื่อโจมตีคนที่มาร้องเรียน ตนอยากถามกลับคนที่ใช้คำนี้ขึ้นมาว่า คุณเป็นนักประชาธิปไตยหรือไม่ เพราะหลักใหญ่ประชาธิปไตยมี 3 ข้อคือ เรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องการเลือกตั้ง แต่ข้อที่สาม ที่เป็นกระบวนการสำคัญคือการตรวจสอบและถ่วงดุล ดังนั้นกระบวนการประชาปธิไตยต้องนอมรับการตรวจสอบและถ่วงดุล การที่มาโจมตีคนที่มาร้องเรียนว่าใช้นิติสงครามนั้นเท่ากับไม่ยอมรับการตรวจสอบ และถ่วงดุล ซึ่งไม่อยากให้ประชาชนหลงประเด็น เพราะคนพวกนี้กลัวการตรวจสอบ ถ่วงดุลซึ่งเป็นเสน่ห์ของประชาธิปไตยที่คนได้ประโยชน์คือประชาชน เพราะนักการเมืองจะระมัดระวังตัวในการที่จะทำอะไร

“คำว่านิติสงคราม จึงเป็นวาทะกรรมที่คงกลัวการตรวจสอบ ของคนที่กลัวการถูกตรวจสอบ แต่ปากอ้างว่า ตัวเองคือนักประชาธิปไตย ซึ่งพวกนี้คือของปลอม ยังบอกว่าคนร้องรับเงิน ก็ขอให้บอกเลยว่าใครรับเงิน ลองบอกว่าหมอวรงค์รับเงินผมจะฟ้อง อย่าพูดลอยๆ ตีกิน ด้อยค่าคนอื่น แน่จริงระบุชื่อหมอวรงค์รับเงิน ไม่ต้องระบุว่ารับเงินใครมาก็ได้ แต่แค่บอกว่าผมรับเงินเท่าไหร่ผมฟ้องคุณแน่ คนอย่างผมไม่มี ถ้ารับรวยไปแล้วตั้งแต่โครงการรับจำนำข้าว 9.4 แสนล้านบาท ผมรับเล็กๆ น้อยๆ สัก 500 ล้าน หรือพันล้าน ซึ่งมีคนเจรจาด้วย ผมยังไม่รับเลย นับประสาอะไรมาบอกว่าคดีละสองแสน กระจอกเกินไป” นพ.วรงค์ กล่าว

ถามว่า การกลับมาของนายทักษิณ จะเป็นการฟื้นระบอบทักษิณ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ก็เกิดขึ้นจริง เพราะระบอบทักษิณที่เราจำกัดความไว้คือการใช้อำนาจไม่ชอบ นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น ตอนแรกที่นายทักษิณกลับมา ตนให้อภัย เพราะเห็นว่าเขาคงมีสำนึก และตนได้อ่านพระบรมราชโองการระบุว่า ยอมรับผิด สำนึกผิด พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนโอเคมาก พร้อมให้อภัย แต่พอดูไปแล้วมันไม่ใช่ นายทักษิณกล่าวหาว่า ถูกยัดข้อหา และไปปาฐกถาว่า โดนหมั่นไส้หน่อยต้องไปอยู่ต่างประเทศ 17 ปี

"สะท้อนว่านายทักษิณไม่ได้สำนึกผิด ดังนั้นผมมองว่า สังคมให้โอกาสนายทักษิณแล้ว แต่นายทักษิณไม่รับโอกาสนี้ เหมือนกับการที่ไม่ยอมอยู่ชั้น 14 และมีพฤติกรรมที่ทำให้คนสงสัยว่ามีการครอบงำ เท่ากับกำลังรื้อฟื้นระบอบทักษิณขึ้นมา หลังๆ มีคนใช้คำว่า ระบอบชินวัตรแล้ว เพราะมันหนักกว่าตัวนายทักษิณ ดังนั้น ถ้านายทักษิณ คิดดีต่อชาติบ้านเมืองจริงก็ขอให้เคารพกฎหมาย เคารพรัฐธรรมนูญ เราให้อภัยคุณได้ แต่ถ้าท้าทายกฎหมายก็ช่วยไม่ได้ เรพาะประชาธิปไตยคือการตรวจสอบ ถ่วงดุล ดังนั้น นายทักษิณคือผู้รื้อฟื้นระบอบทักษิณและแปลงร่างไปเป็นระบอบชินวัตร"

ผู้สื่อข่าวถามว่า การร้องวันนี้จะมีน้ำหนักและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนมองเป็น 2 กรณี เรียกร้อง กกต. คือองค์กรอิสระที่เป็นหัวใจสำคัญที่สร้างสมดุลระบอบประชาธิไตย ถ้ากกต.ทำเต็มที่ ซึ่งมีช่องทางให้กกต.เร่งตรวจสอบได้เยอะ ทำเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็ว คิดว่า บ้านเมืองดีขึ้นแน่นอน การที่เราร้องเรียน เป็นการกระตุกให้คนที่คิดทำไม่ดีกับบ้านเมืองระวังมากขึ้น ประชาชนก็จะได้ประโยชน์ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการร้องไปเรื่อย ตนเพิ่งร้องนายทักษิณ กรณีชั้น 14 เท่านั้น ซึ่งต้องถามว่า ไม่ควรร้องอย่างนั้นหรือ ตนไม่ใช่คนเลอะเทอะ แต่ทำแบบมีหลักเกณ์ มีข้อมูลหลักฐาน ทำเรื่องใหญ่ เรื่องเล็กไม่ทำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นิติสงคราม' ปะทะ 'ดุลพินิจศาล' บทเรียนจากคดีจริยธรรม 44 สส.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อ "นิติสงคราม" ปะทะ "ดุลพินิจศาล": บทเรียนจากคดีจริยธรรม 44 สส.

'เท้ง' นำทัพส้ม ลั่นไม่ลดเพดาน สู้คดีถึงที่สุด ส่อนั่งหน.ต่อ 'ผู้นำฝ่ายค้าน' สมัย 2

'ณัฐพงษ์' นำทัพ 10 สส.ปชน. ประกาศทำหน้าที่ต่อไม่ลดเพดาน ชี้นัยคดีสำคัญกว่าคือ ‘นิติสงคราม’ รักษามรดกรัฐประหาร ลุยสู้ถึงที่สุด จ่อยื่นศาลขอเรียกหลักฐาน-พยานภายนอก 'หมอวาโย' คาดใช้เวลานานกว่า 2 ปี

'เท้ง' โอดถูกกระทำเพราะต้องการเปลี่ยนแปลง ขวางพักงาน10สส.กระทบระบบรัฐสภา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เเฟซบุ๊กว่า พวกเราจะไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น “ผู้แทนราษฎร”

'ปิยบุตร' แฉเบื้องลึก! ทำไมต้องทำ 'นิติสงคราม' สั่งสอนพรรคส้ม

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตั้งแต่คดียุบพรรคก้าวไกลและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 10 ปี

'พิธา' อ้างแก้ ม.112 เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดในสังคม 10 สส.ไม่ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมขอยืนยันเจตนาของพวกเราว่า การเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติในครั้งนั้น มิได้เป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลาย