ครป.ร่วมวงล่ารายชื่อยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ชี้ไม่ต่างรัฐบาลทหารพม่า

แฟ้มภาพ

16 ม.ค.2565 – นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ครป. จะเข้าร่วมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ โดยจะมีการแถลงข่าววันพรุ่งนี้ร่วมกับคณะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 272 เนื่องจากมาตรา 272 คือการสืบทอดอำนาจบริหารรัฐบาลที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อให้กับพล.อ.ประยุทธ์โดยตรง

 โดยการตัดวรรคแรกของมาตรา 272 ออกไป คือ “ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดําเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทําในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา” ซึ่งหมายถึงแอบลักไก่เขียนให้ ส.ว.ที่ คสช.สรรหา มาเลือกนายกฯ ใน 5 ปีเลือก เพื่อประกันว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้ง ส.ส.จะเป็นอย่างไร แกนนำ คสช.จะต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรี

นายเมธา กล่าวว่า วิกฤตการเมืองไทยที่ผ่านมานั้น มาจากการเขียนรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ แทนสภาผู้แทนราษฎร ในบทเฉพาะกาล 5 ปี อย่างชัดเจน ที่ทำให้พัฒนาการเมืองไทยสะดุดและกลายเป็นระบอบคณาธิปไตย หรือประชาธิปไตยครึ่งใบ แก๊งค์ คสช.เดิมไปเขียนหลอกประชาชนไว้ ทำให้เกิดการสืบทอดอำนาจ เพราะ คสช.เป็นผู้สรรหา ส.ว. และให้ ส.ว. 250 เสียง ร่วมเลือกนายกฯ ไม่ต่างจากรัฐธรรมนูญทหารของพม่า ไม่มีประเทศประชาธิปไตยในโลกมีแบบนี้ ประเทศไทยจึงถูกบอยคอตทางการเมืองจากโลกเสรีมาหลายปี

“การรณรงค์ในเรื่องนี้โดยตรง เพื่อนำประชาธิปไตยคืนให้รัฐธรรมนูญในระหว่างที่ยังร่างใหม่ทั้งฉบับยังไม่ได้ อย่างน้อย นายกฯ ต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน บ้านเมืองถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ และเชื่อว่า ส.ว.ส่วนใหญ่จะเห็นด้วย เพราะเดิมทีไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ โดยตรง แต่กับดักรัฐธรรมนูญเขียนไว้เพียง 5 ปีแรกจนเกิดวิกฤตทางการเมืองจากระบบอำนาจนิยมแบบนี้ เรื่องนี้ประเมินแล้วว่าทำได้ง่ายที่สุด และเชื่อว่า ส.ว.ก็พร้อมพิสูจน์ตัวเองแล้ว หากไม่แก้ไขเรื่องนี้ ส.ว.คงถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรงและอาจไม่มีที่ยืนอีกต่อไป เพราะกระแส ส.ว.มีไว้ทำไมกำลังมา และประเทศไทยอาจเหมาะสมสำหรับสภาเดียว คือสภาผู้แทนราษฎร” นายเมธา ระบุ .

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์

ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่

นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.'  เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน

ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์  ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน

ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ

ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว

'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน

ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที

ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ