
16 ก.ย.2567 - นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย นักสังเกตการณ์ทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กเตือนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า "อย่าปรามาสนักร้อง คดีที่คุณเรืองไกรไปร้อง ให้ถอดถอนนายกฯอุ๊งอิ๊งล่าสุด เรื่องละเมิดจริยธรรม ในกรณีแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งทีมงานถูกศาลพิพากษาจำคุก 1 ปีให้รอลงอาญาฐานทุจริตเลือกตั้ง และให้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี
กรณีนี้ จะต้องด้วยบรรทัดฐานคดีท่านนายกฯเศรษฐาจึงน่าหวาดเสียวยิ่งนักถ้าอายุไขรัฐบาลอุ้งอิ้งมีเพียง 3 เดือน 6 เดือนก็คงไปด้วยคดีนี้แหละครับ"
ก่อนหน้านี้ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า กรณีเสนอชื่อนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นั้น จะเข้าข่ายมีความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) หรือไม่ และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 8 หรือไม่ และเข้าข่ายเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่
โดยหนังสือดังกล่าวให้ กกต. ตรวจสอบ ดังนี้ 1. เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2565 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อ1141/2565 ดังนี้
“พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 65 (1), 126 จำคุก 2 ปี และปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษให้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จ่ายสินบนนำจับอีกกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ ริบธนบัตรรัฐบาลไทย จำนวน 1,500 บาท เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจำเลยมีกำหนด 20 ปี”
2. คำพิพากษาดังกล่าว มีส่วนที่ระบุชื่อนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ไว้ด้วย ดังนี้
“โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2563 เวลากลางวัน หลังจากมีประกาศให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนถึงวันที่กำหนดเลือกตั้งตามประกาศผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี จำเลยได้ให้ทรัพย์สินเป็นเงินสดคนละ 500 บาท แก่ ... จำนวน 3 คน รวม 1,500 บาท ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 5 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสามคนดังกล่าวให้ลงคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ให้แก่นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี หมายเลข 3 ... อันเป็นการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครอื่น อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2563 เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยพร้อมยึดธนบัตรรัฐบาลไทย ฉบับละ 500 บาท จำนวน 3 ฉบับ รวม 1,500 บาท อันเป็นทรัพย์สินที่จำเลยมอบให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนสามคนเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนแก่ผู้สมัครอื่นเป็นของกลางธนบัตรรัฐบาลไทย จำนวน 1,500 บาท ของกลาง เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 4, 32, 65, 126 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบธนบัตรรัฐบาลไทย จำนวน 1,500 บาท เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 20 ปี และจ่ายสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ
จำเลยให้การรับสารภาพ”
3. กรณีตามคำพิพากษาซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ในส่วนที่ระบุว่า “เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสามคนดังกล่าวให้ลงคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ให้แก่นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี หมายเลข 3 ...” ซี่งหากนำแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 21/2567 ในส่วนที่วินิจฉัยว่า “...การพิจารณาว่าบุคคลใดมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) ... เป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้พิจารณาในฐานะผู้รับผิดชอบ...” กรณี จึงเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาดังกล่าวด้วย ดังนั้น จึงเหตุอันควรขอให้ กกต. ตรวจสอบว่า นายกรัฐมนตรีจะมีเหตุสิ้นสุดลงเฉพาะตัวจากการใช้ดุลพินิจเสนอชื่อนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หรือไม่
4. มาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 8 กำหนดว่า “ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ เตือน ปปช. ขยายเวลาฟ้อง 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสี่ยงผิดเสียเอง!
สืบเนื่อง มติ ปปช. จะครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ ปปช.ชี้มูลความผิดกับอดีต 44 สส.ก้าวไกล เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ครบกำหนดในวันที่ 11 มีนาคม 2569 นี้ โ
เอาแล้ว! ‘เสรีพิศุทธ์‘ จ่อยื่นผู้ตรวจฯ ปม ’อนุทิน‘ ตั้ง ’ธรรมนัส‘ เป็นรมต.
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรุ่งนี้วันศุกร์ที่ 27 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
ทำนายจุดจบ! 5 เส้นทางวิบากกรรมของ 'กกต.'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า End of the walk way สิ้นสุดทางเลื่อน
ชวนให้คิด! 'หมอยง' ย้ำจริยธรรมอยู่สูงกว่ากฎหมาย คำตัดสิน 3 ศาลยังไม่เหมือนกัน
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต โพสต์เฟซบุ๊กว่า "จริยธรรมอยู่สูงกว่า กฎหมาย" ประเทศไทย มีกฎหมายจำนวนมาก มากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลายเท่า
'พี่ศรี' ร้อง กกต. ยุบพรรค 'กธ.' ส่งผู้สมัคร สส. เคยติดคุกคดีป่าไม้
'ศรีสุวรรณ' ร้อง กกต.สอบ 'กล้าธรรม' ส่งบุคคลต้องห้ามเคยติดคุกคดีป่าไม้ สมัคร สส.โคราช เขต 13 ทั้งขัดรัฐธรรมนูญ–ข้อบังคับพรรค ชี้ถ้าจงใจฝ่าฝืนถึงขั้นยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค
‘แกว่งส้มหาเสี้ยน’ ร้องกกต.ฟัน‘เจี๊ยบ’
"เรืองไกร" ร้อง กกต.สอบ "เจี๊ยบ" กับพวกปราศรัยถูกปล้นชัยชนะ ชี้ผิดฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.และเข้าข่ายถูกดำเนินคดีอาญาหรือไม่ ระบุกรณีตัวอย่างคำวินิจฉัย กกต.

