เทพไท ชี้ 'อุ๊งอิ๊งค์' สอบตก ทำงานไม่เป็น ขาดวุฒิภาวะและจิตวิญญาณทางการเมือง

1 ธ.ค. 2567 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อุ๊งอิ๊งค์ สอบตก

ผมเห็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ต หลังมีการเผยแพร่ภาพของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดเชียงใหม่ นำครอบครัวช้อปปิ้ง และท่องเที่ยวอย่างสุขสบายใจ ทั้งที่สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้หนักหนาสาหัส

ชาวเน็ตบอกควรพิจารณาเรื่องการประชุม เช่นย้ายสถานที่ หรือยกเลิกประชุมเพื่อลงพื้นที่ดูแลประชาชนให้ทันท่วงที แต่กลับปล่อยให้กำหนดการดำเนินต่อไป ทำให้ถูกมองว่า ไม่ใส่ใจในปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกจากนี้ยังมีคนวิจารณ์เพิ่มขึ้นอีก เมื่อมีภาพนางสาวแพทองธาร พาสามีและลูกๆ ติดตามไปร่วมบรรยากาศ ครม.สัญจร และชอปปิ้งในบูทที่จัดไว้ต้อนรับรัฐมนตรี และคณะด้วย หลังจากการประชุม ครม.สัญจรเสร็จแล้ว ยังพาครอบครัวสามีและลูกๆเที่ยวชมสวนสัตว์ ชมสวนดอกไม้แลนด์มาร์กใหม่ แบบชิลๆอย่างมีความสุข สร้างภาพครอบครัวอบอุ่นจริงๆ

ผมเห็นว่าการที่ชาวเน็ตออกมาวิพากษ์วิจารณ์นางสาวแพทองธาร มีเหตุผลที่น่ารับฟัง เพราะคนเป็นนายกรัฐมนตรีขาดวุฒิภาวะ ขาดจิตวิญญาณการเป็นนักการเมือง เมื่อประชาชนมีความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติอย่างแสนสาหัส แต่กลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่สนใจใยดี และไม่คิดลงพื้นที่ไปให้กำลังใจผู้ประสบภัยเลย

เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2563 ภายใน3วัน พลเอกประยุทธ์ รีบเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจดูสถานการณ์ทันที เช่นเดียวกับนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดอุทกภัยที่จังหวัดนราธิวาสเมื่อปี 2566 ก็รีบบินไปลงพื้นที่ให้กำลังใจ ภายใน2วัน ได้รับคำชมว่าทำงานแบบถึงลูกถึงคนจริงๆ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบและเข้าใจสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน เป็นการแสดงออกถึงการร่วมทุกข์ร่วมสุขในยามเกิดภัยธรรมชาติ

แต่กรณีของนางสาวแพทองธาร ขาดวุฒิภาวะ และจิตสำนึกการเป็นนักการเมืองไม่ความคิดร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องประชาชน ในยามสถานการณ์คับขันเช่นนี้ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนอื่น เมื่อเกิดเหตุภัยน้ำท่วมเช่นนี้ ต้องสั่งยกเลิกการประชุม ครม.สัญจร หรือต้องย้ายครม.สัญจรไปในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงได้ลงพื้นที่น้ำท่วม หลังจากประชุมครม. สัญจรเสร็จแล้ว จะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วม

ผมเห็นว่านางสาวแพทองธาร ยังเป็นคุณหนู ทำงานไม่เป็น ขาดวุฒิภาวะและจิตวิญญาณทางการเมือง ไม่เป็นไปตามคำชมของนายทักษิณ ชินวัตรเลย ที่อวยลูกสาวว่า เข้าใจการเมือง เรียนรู้การเมืองเร็ว เพราะแค่ประชาชนประสบภัยน้ำท่วม ผ่านมาหลายวันแล้ว ยังไม่คิดลงพื้นที่เลย กลับให้ความสำคัญกับครอบครัวมากกว่า พาลูก-สามีเที่ยวในภาคเหนือ เหมือนกับตอนที่เป็นประธานซอฟพาวเวอร์ เชิญชวนคนต่างชาติมาเที่ยวสงกรานต์เมืองไทย แต่ตัวเองกลับพาครอบครัวไปเที่ยวฮ่องกง

ผมคิดว่ายิ่งนานวัน ยิ่งปรากฏชัดว่านางสาวแพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรีที่ขาดวุฒิภาวะ ขาดประสบการณ์ ขาดจิตสำนึกของนักการเมือง และไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีของประเทศได้

รัฐบาลชุดนี้เตรียมแถลงผลงานครบรอบ 100วันในเร็วๆนี้ ถ้าถามผมว่าจะให้คะแนนการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธารเท่าไหร่
ผมให้”สอบตก“ครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า

ตัดจบ 'โกงสอบท้องถิ่น' ซ้ำรอย 'ฮั้ว สว.' สาวไม่ถึงนักการเมือง

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น ตัดจบ ไม่ถึงนักการเมือง โดยระบุว่า

เลขาฯสภาพัฒน์ คาด ครม.สัญจรที่สงขลา พิจารณาแผนพัฒนาทั้งภาคใต้ ไม่เจาะจงกลุ่มจังหวัด

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงการเตรียมวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.- 1 ก.ย.เกี่ยวกับแผนพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ภาคใต้

'เทพไท' ยุ 'ยิ่งชีพ' อย่าอ้อนวอน ต้องท้าทายภูมิใจไทยฟ้องให้ไว!

‘เทพไท เสนพงศ์’ มองการที่พรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้อง ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ อาจไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นโอกาสให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีฮั้ว สว. จากสำนวน DSI ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล พร้อมแนะ ‘ยิ่งชีพ’ ไม่ต้องอ้อนวอน แต่ควรท้าทายให้เร่งฟ้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน.

ครม. ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดภาคใต้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน  843.26 ล้านบาท ให้กรมชลประทา