
18 ธ.ค.2567- นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
วันนี้เมื่อ 20 ปีก่อน (17 ธ.ค.) รายงานสอบข้อเท็จจริงกรณี #ตากใบ ได้ส่งถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นายพิเชต สุนทรพิพิธ ประธานคณะกรรมการฯ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญชิ้นนี้ร่วมกับคณะกรรมการอีกราวสิบคนใช้เวลา 45 วันจัดทำรายงานชิ้นนี้ขึ้นมา แต่นายกฯ ทักษิณ จะได้อ่านผ่านตาจริง ๆ ก็อีกสองสามวันหลังจากนั้นครับ ตามที่มีรายงานข่าวของ #คมชัดลึก ในช่วงเวลานั้นระบุว่า
|||
"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการสัมมนาสื่อมวลชนสายทำเนียบ ที่โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ ถึงผลสอบของคณะกรรมการไต่สวนอิสระกรณีสลายการชุมนุมที่ อ.ตากใบ ว่า ยังไม่ได้อ่านทั้งหมด แต่ทราบคร่าวๆ ว่า เป็นการเรียบเรียงเหตุการณ์ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงใด ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าใครผิด ภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทำดีที่สุด แต่ว่าเจ้าหน้าที่ระดับล่างอาจจะหยาบไปบ้าง โดยเฉพาะการขนย้ายผู้ชุมนุม และตอนควบคุมม็อบก็ปฏิบัติไม่สุภาพ ซึ่งต่อไปจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ที่ถูกฝึกมาควบคุมฝูงชนโดยเฉพาะมาดูแล
"รัฐบาลต้องการผลสรุปเป็นกลางที่สุด ซึ่งหลังคณะกรรมการชุดนี้ได้ชี้ประเด็นที่ต้องสอบสวนต่อ ก็จะตั้งกรรมการสอบวินัย โดยเอาเนื้อหาของชุดนี้ไปเป็นข้อมูลในการสอบสวน และต้องดูว่า เหตุการณ์จุดไหนที่มีผู้รับผิดชอบ จะต้องตั้งกรรมการสอบเฉพาะจุด จุดใดที่ไม่มีปัญหาก็จบไป แต่ที่มีปัญหา ก็ว่ากันไป อาจต้องกล่าวตักเตือน ลงโทษทางวินัยหรืออาญา แล้วแต่ว่าจะเกี่ยวพันอย่างไร" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
ทั้งนี้หลังจากที่ได้อ่านแล้วจะแถลงให้ทราบทั่วกัน เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องปิดเป็นความลับ และเป็นเรื่องที่ควรเปิดเผยด้วยซ้ำเพื่อทำความจริงให้กระจ่าง
"ยอมรับว่ามีบ้าง ที่บางครั้งเจ้าหน้าที่ถือปืนอยู่และใช้เท้าเขี่ยหรือเตะผู้ชุมนุม" นายกฯ กล่าว
[ที่มา: คมชัดลึก ฉบับ 20 ธันวาคม 2547]
|||
ตอนนั้นมีประเด็นอยู่ว่าจะเผยแพร่รายงานนี้ต่อสาธารณะขนาดไหน แต่จนแล้วจดรอดรัฐบาลก็ไม่ได้เผยแพร่มันอย่างเป็นทางการ รายงานที่ตกทอดถึงเราในปัจจุบันมาจากไฟล์ที่ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ประชาไท สาระสำคัญของรายงานชิ้นนี้จะเลือนหายไปจากความสนใจสาธารณะในแทบจะทันที หลังเกิดเหตุ #สึนามิ ในอีก 9 วันถัดมา
วันมะรืนนี้ ทางอนุ กมธ.ยุติธรรมตากใบจะหยิบยกรายงานชิ้นนี้และรายงานต่าง ๆ ขึ้นมาอภิปรายกันว่าตกลงแล้วสังคมไทยจัดการกับความจริงที่ตากใบกันอย่างไรบ้าง มีอะไรที่ก้าวหน้า มีอะไรที่หล่นหายและควรเติมเต็ม เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสียในเหตุการณ์นั้นครับ
#คดีตากใบ
#เหตุการณ์ตากใบ
#โศกนาฏกรรมตากใบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รอมฎอน' เชื่อ โต๊ะสันติภาพยังไม่ล่ม เป็นหน้าที่ 'บีอาร์เอ็น' ต้องตอบคำถามมายังผู้แทนรัฐบาล
'รอมฎอน' มั่นใจโต๊ะสันติภาพยังไม่ล่ม ตั้งข้อสังเกตคำสัมภาษณ์หัวหน้าการพูดคุยสันติสุข เชื่อทาง 'บีอาร์เอ็น' คงได้รับสารที่ส่งไปแล้ว ต้องตอบคำถามมายังผู้แทนของรัฐบาล เตือนสำนักข่าวกรองฯ ประเมินสถานการณ์แบบ'ตัดเท้าเข้าเกือก' สุ่มเสี่ยงที่จะผิดพลาด ยันยังคงทักท้วงตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไปอย่างเข้มข้น
'อุ๊งอิ๊ง' อวยพรวันเกิด 'ทักษิณ' บอกยังไม่เคยลืมผลงานดี ที่ทำเพื่อประเทศไทย
แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์สุขสันต์วันเกิดนายกฯทักษิณ ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว มีความสุขในทุกๆวัน
'รอมฎอน' ชี้กลุ่มก่อเหตุไม่เห็นด้วยกระบวนการสันติภาพ หนุนนายกฯเน้นพูดคุยสันติภาพ
'รอมฎอน'แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รุนแรง ยันการใช้กำลังไม่ว่าจากฝ่ายใดไม่ใช่หนทางคลี่คลายความขัดแย้ง เชื่อเป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพ หนุนนายกฯมุ่งเน้นการพูดคุยสันติภาพด้วยความหนักแน่น
อย่าอินมาก! นักวิชาการชี้ ภาพ 'ทักษิณ' พบผู้นำอินโดนีเซีย แค่สีสันการเมือง เผย 'ปราโบโว' เพื่อนเก่าทักษิณ พบกันไม่ใช่แปลก ย้ำ นานาชาติเข้าใจ นายกฯ-รัฐบาล ผู้มีอำนาจตัวจริง
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า การพบกันระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะทั้งสองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ภาพที่ออกมา เป็นสีสันการเมืองเท่านั้น
'ธนพร' ซัดขบวนการไอโอ สร้างกระแสอวย 'ทักษิณ' เคลมผลงานปิดดีลกุ้งไทยกับมาเลเซีย
นายธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความคิดเห็นถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาการส่งออกกุ้งไทยไปยังประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงการสร้างกระแสจากผู้สนับสนุนทางการเมืองเท่านั้น
เชียร์ 3 อดีตนายกฯชินวัตร เดินเกมเศรษฐกิจ ชูเป็น 'ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน'
อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย มองการพบปะผู้นำอาเซียนของ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” เป็นโอกาสสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ย้ำไม่ใช่การวัดพลังการเมือง แต่เป็นการใช้คอนเนกชันส่วนตัวช่วยเปิดตลาดใหม่ ดึงการลงทุน พร้อมวอนกลุ่มที่จับตาเลิกมองด้วยอคติ หันมามองผลลัพธ์ต่อประชาชน

