'ประชาธิปัตย์' ยินดีทุกคู่รักได้สมรสเท่าเทียม 'พลอยทะเล' ย้ำคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเสมอภาคเท่าเทียมทุกเพศสภาพ
23 ม.ค. 2568 - น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในโอกาสที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้เป็นวันแรก พรรคประชาธิปัตย์ขอร่วมแสดงความยินดีกับทุกคู่สมรสไม่ว่าจะมีเพศสภาพใด ที่ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจในฐานะที่เราทุกคน เป็นคนเท่ากัน มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เสมอกัน และวันนี้ยังเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างความเท่าเทียมทางกฎหมาย พร้อมกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ไม่ว่าจะมีเพศสภาพใด
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงจุดยืนและมีส่วนร่วมมาโดยตลอดในเรื่องการสนับสนุนความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมสิทธิของประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่แบ่งแยกความคิด ความเชื่อ อาชีพ เพศ ศาสนา เพื่อให้ทุกคน ทุกพื้นที่ควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานจากรัฐอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ตั้งแต่การเข้าถึงบริการของรัฐ ระบบสาธารณสุข การศึกษา ที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต การสร้างครอบครัว และสิทธิในด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน
น.ส.พลอยทะเลกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงเช้า นายกาญจน์ ตั้งปอง สส. จังหวัดตรัง ยังได้ใช้ช่วงหารือตามข้อบังคับการประชุมสภา เพื่อกล่าวแสดงความยินดีกับทุกคู่รักที่ได้รับสิทธิอย่างเสมอภาคเท่าเทียม ในโอกาสที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมเริ่มมีผลบังคับใช้วันนี้ (23 ม.ค.2568) เป็นวันแรกอีกด้วย
สำหรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือที่เรียกว่า “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ที่มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการนี้ ได้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาจดทะเบียน ดังนี้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ (กรณีผู้เยาว์ต้องนำบิดามารดา หรือผู้ปกครองมาให้ความยินยอม) กรณีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องได้รับอนุญาตจากศาล ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือไร้ความสามารถ ไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้ หญิงที่ชายผู้เป็นคู่สมรสตาย หรือการสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่ คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้ มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ สมรสกับคู่สมรสเดิม โดยทุกคู่รักที่ประสงค์จดทะเบียนสมรส ภายใต้กฎหมายดังกล่าว สามารถจดทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตทั่วประเทศ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ และหากอยู่ต่างประเทศ ก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้ที่สถานทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศได้ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล เตือนอย่าเชื่อข่าวปลอม อ้างโควิดระบาดเตรียมยกเลิกเทศกาลปีใหม่ ไม่ใช่เรื่องจริง
รัฐบาล เตือนอย่าเชื่อข่าวปลอม ระะบุโควิด 19 ระบาด อ้างรัฐบาลเตรียมยกเลิกเทศกาลปีใหม่ ยืนยันสถานการณ์โควิดในไทยมียารองรับเพียงพอ ไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิกเทศกาลปีใหม่
รัฐบาลปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตร เปิดทดลองมอเตอร์เวย์ M82 ฟรี เชื่อมต่อการเดินทางสู่ภาคใต้
28 ส.ค.รัฐบาลปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโครต เปิดทดลองมอเตอร์เวย์ M82 ฟรี ยกระดับระดับการคมนาคม เชื่อมต่อการเดินทางสู่ภาคใต้ได้สะดวกยิ่งขึ้น
ครม.ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ เพิ่มสิทธิคนเรือ-คนทำงานที่บ้าน
รัฐบาลดันกฎหมายแรงงานชุดใหม่ ครอบคลุมคนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ เพิ่มหลักประกันให้สอดรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่
ปชป.จี้รัฐคุมเข้ม ‘ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ’ วงจรแย่งงานคนไทย
ปชป. จี้รัฐสแกนเข้ม “ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ” วงจรแย่งงานคนไทย-กดค่าจ้าง เตือนระวังทุนหนาฮุบธุรกิจท้องถิ่น ทำสูญเสียอัตลักษณ์วัฒนธรรม 16 สิงหาคม 2569 นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงประเด็นปัญหาผลกระทบจากกลุ่มทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันสังคมกำลังเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามอย่างหนักในประเด็นการเข้ามาของทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในภาคบริการและการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งพบว่าในบางพื้นที่เริ่มเกิดสภาวะที่ผู้ให้บริการหรือพนักงานไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เนื่องจากทั้งพนักงานและผู้จัดการล้วนเป็นชาวต่างชาติ นำมาสู่คำถามสำคัญว่าคนต่างชาติกำลังเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยหรือไม่ นางสาววีร์ กล่าวต่อว่า หากมองในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น ต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดงานบางประเภทคนไทยจึงไม่เลือกทำ ซึ่งมักมีคำกล่าวหาว่าคนไทยรักสบายหรือไม่ยอมรับงานค่าจ้างต่ำ แต่ในความเป็นจริง การที่คนไทยต้องการรายได้และสภาพการจ้างงานที่มีคุณภาพ ไม่ถือเป็นความผิด หากแต่ปัญหามักเกิดจากโครงสร้างค่าจ้าง สภาพการทำงาน และชั่วโมงการทำงานที่ไม่จูงใจเพียงพอ ขณะเดียวกัน มีกลุ่มนายจ้างบางส่วนทั้งไทยและต่างประเทศ เลือกที่จะใช้แรงงานข้ามชาติที่มีอำนาจต่อรองต่ำกว่า เพื่อจุดประสงค์ในการกดต้นทุน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม และยิ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงเมื่อดำเนินการโดยนักลงทุนต่างชาติ เพราะทำให้ประเทศไทยและคนไทยไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ จากการลงทุนเหล่านั้นเลย . รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งมีกลไกตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างเข้มงวดใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การตรวจสอบที่มาของเงินทุน ต้องมั่นใจว่าทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจเป็นทุนใสสะอาด ไม่ใช่เงินทุนที่ผิดกฎหมาย หรือการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อบังหน้า 2. การคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่น รัฐต้องมีกลไกช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนในพื้นที่สามารถแข่งขันได้ และได้รับอานิสงส์จากเงินทุน เทคโนโลยี รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่าจะปล่อยให้ทุนขนาดใหญ่เข้ามาฮุบกิจการและครอบงำตลาด 3.การปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใส่ใจเรื่องการถูกกลืนกินทางวัฒนธรรม เร่งกำหนดมาตรการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอัตลักษณ์และสวัสดิภาพของคนในพื้นที่
รัฐบาลย้ำสิทธิประกันสังคม 'คู่สมรสทุกเพศ' รับสิทธิเท่าเทียม เสียชีวิต-ค่าทำศพ บำเหน็จชราภาพ
รัฐบาลเดินหน้ารองรับ “สมรสเท่าเทียม” ยืนยันผู้ประกันตนที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่จำกัดเพศ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิต ทั้งเงินสงเคราะห์ ค่าทำศพ และบำเหน็จชราภาพตามหลักเกณฑ์ พร้อมแนะจัดเตรียมเอกสารและระบุผู้รับผลประโยชน์ล่วงหน้า เพื่อรักษาสิทธิให้เป็นไปตามเจตนา
สธ.เต้น! ประสาน รพ.ตรวจสอบ ปมข้อมูลแอปฯ 'หมอพร้อม' ไม่ตรงการรับบริการจริงหรือไม่
รัฐบาล เผย สธ.เร่งประสานโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง กรณีข้อมูลในแอปฯ 'หมอพร้อม' ไม่ตรงกับการรับบริการจริง

