
24 ม.ค.2568- เมื่อเวลา 9.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนได้เดินทางไปศาลปกครองสูงสุด และเปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ออกพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงบางด้วน แขวงบางหว้า แขวงบางจาก แขวงคูหาสวรรค์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ แขวงบางขุนเทียน แขวงบางค้อ แขวงจอมทอง แขวงบางมด เขตจอมทอง แขวงท่าข้าม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน แขวงบางมด แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ และแขวงบางปะกอก แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับการสร้างและขยายทางหลวงท้องถิ่น โดยเชื่อมถนนสุขสวัสดิ์ - เพชรเกษม และถนนกาญจนาภิเษกหรือวงแหวนรอบนอกนั้น
โครงการดังกล่าวคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ได้มอบให้ กทม.ดำเนินการโครงการทั้งหมด โดย กทม.อ้างว่าเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างถนนตามแนวผังเมืองรวม กทม.“ฉ 1” และ “ง 21” ซึ่งถนนสาย “ฉ1” มีจุดเริ่มต้นจากถนนเพชรเกษมบริเวณจุดเชื่อต่อกับถนนพุทธมณฑลสาย 1 ผ่านถนนเทิดไท ถนนกัลปพฤกษ์ ถนนเอกชัยถนนพุทธบูชาสิ้นสุดที่ถนนสุขสวัสดิ์ระยะทาง 17.20 กิโลเมตร ส่วนถนนสาย “ง 21” เชื่อมต่อกับแนวถนนสาย “ฉ 1” ไปสิ้นสุดโครงการบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้ (ถนนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 4.70 กิโลเมตรรวมระยะทางทั้งโครงการ 21.90 กิโลเมตร ส่วนงานก่อสร้าง “ฉ 1” เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 6 ช่องจราจรไป-กลับ ส่วนถนนสาย “ง21” เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ มีทางเท้ากว้าง 3.1 เมตรทางจักรยานขนาด 1.3 เมตร ซึ่งเขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวกำหนด มีส่วนแคบที่สุด 100 เมตร และส่วนที่กว้างที่สุดมากถึง 1,500 เมตร
การเวนคืนฯดังกล่าวชาวบ้านจำนวนมากไม่มีใครรู้เรื่องมาก่อนว่าที่ดินและหรือบ้านของตนจะถูกเวนคืนไปสร้างถนน 2 สายดังกล่าว เพราะ กทม.สับขาหลอกมาโดยตลอด มีการเปลี่ยนแนวเส้นทางเวนคืนหลายครั้งโดยไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน อีกทั้งก่อนที่จะมีการออกพระราชกฤษฎีกา ไม่เคยมีการแจ้งผู้มีส่วนได้เสียหรือชาวบ้านที่เกี่ยวข้องทุกครัวเรือนให้ร่วมรับฟังความคิดเห็นตาม พรบ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 แต่อย่างใด รวมทั้งตามแนวเวนคืนฯดังกล่าวมีที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันอยู่มาก แต่ทว่ากลับไม่มีการดำเนินการนำที่ดินอื่นมาทดแทนที่สาธารณะดังกล่าวเสียก่อนแต่อย่างใด
"ด้วยเหตุดังกล่าว ชาวชุมชนที่เดือดร้อนที่อยู่ในพื้นที่แนวเวนคือทั้ง 5 เขต คือ เขตภาษีเจริญ เขตจอมทอง เขตบางขุนเทียน เขตทุ่งครุ และเขตราษฎร์บูรณะ จึงได้แต่งตั้งผู้แทนคดีและมอบอำนาจให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนในการช่วยยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี รมว.กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าฯกทม.ต่อศาลปกครองสูงสุดและช่วยต่อสู้คดีแทนชาวบ้านเพื่อระงับการบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวต่อไป" นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พี่ศรี' ร้องสอบการเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์!
ศรีสุวรรณร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกรมทางหลวงเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์ สาย 7 ศรีราชา ชอบหรือไม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายฮั้วประมูลหรือไม่
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ช่วยฟ้องศาลปกครองระงับ โครงการ TH-AI Passport
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบ แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประมูลงานและการดำเนินโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ของกระทรวงดีอี
'ศรีสุวรรณ' บุก ป.ป.ช.ร้องสอบ 'ไชยชนก' ล็อกสเปกเอื้อประโยชน์โครงการ TH-AI Passport
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีผลักดันโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) อันมีข้อพิรุธ
ซ้ำรอยนาฬิกาเพื่อน 'พี่ศรี' บุกป.ป.ช.ขอเอกสาร-สำนวนการไต่สวน 'ศักดิ์สยาม' กรณีซุกหุ้น
'ศรีสุวรรณ' บุกป.ป.ช.ขอใช้สิทธิตรวจสอบเอกสาร-สำนวนการไต่สวน 'ศักดิ์สยาม' กรณีซุกหุ้น เตือนหากปฏิเสธการให้เอกสารจะไปร้องคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป
'ศรีสุวรรณ' นำความเห็นยื่นศาล รธน.ชี้บัตรเลือกตั้งมี 'คิวอาร์โค้ด' ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ทำความเห็นเป็นหนังสือมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามประเด็นที่ศาลกำหนด พร้อมจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
'ศรีสุวรรณ' บุกก.คลัง จี้อธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ เร่งรัดเก็บภาษี 'ทักษิณ' 1.7หมื่นล้าน
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมายื่นหนังสือถึง อธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ เพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินการตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อเรียกเก็บภาษีรายได้บุคคลธรรมดาจากนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรกว่า 1.76 หมื่นล้านบาท

