
ศรีสุวรรณเดือด! จี้รัฐหยุดเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ ใช้กฎหมายเด็ดขาดฟ้องเรียกค่าเสียหายบริษัททำน้ำมันรั่วมาบตาพุด
27 ม.ค.2565 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ในฐานะนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ระบุกรณีที่เกิดเหตุน้ำมันดิบใต้ทะเลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึก หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเลของ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) รั่วไหลบริเวณทะเลอ่าวมาบตาพุด อ.เมืองระยองกว่า 4 แสนลิตร ซึ่งต่อมากรมควบคุมมลพิษคำนวณว่ามี 128 ตันหรือ 1.6 แสนลิตร แต่มีข้อพิรุธ คือ รองผู้ว่าฯ ระยองกลับอ้างว่ามีเพียง 24,000 ลิตร โดยบริษัทดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.06 น. วันที่ 25 มกราคม 2565 พบน้ำมันดิบรั่วไหล บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) ของบริษัทจริง ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยองนั้น
เหตุที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลซ้ำในพื้นที่ทะเลระยองอีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลระยองไปกว่า 50,000 ลิตรในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อปี 2556 ซึ่งครั้งนั้นได้สร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาชีพชาวประมงพื้นบ้าน รวมทั้งทำลายสถานที่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะหาดเสม็ด หาดแม่รำพึง จนกระทบพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปทั้งระบบ จนประเมินค่าความเสียหายมิได้
ยังไม่ทันข้ามพ้นทศวรรษปัญหาน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยองกลับมาเกิดซ้ำอีก ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของผู้ประกอบการที่อาจหละหลวมต่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรการที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมทั้งหน่วยงานอนุญาตและกำกับดูแลทั้งหลาย อาจละเลยหรือไม่เคร่งครัดในการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยและด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในมาตรการ ซึ่งต้องไล่เบี้ยมาตั้งแต่คณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งหากจะหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว ยังมีอีกมากมายนัก
ปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะต้องเลิกปฏิบัติในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ซึ่งชอบที่จะต้องใช้ความเด็ดขาดหรือใช้ยาแรง โดย กนอ.และกระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ประกอบการดังกล่าวทันที และขึ้นแบล็กลิสต์ไว้ ส่วนกรมควบคุมมลพิษและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะต้องใช้อำนาจตามมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ในการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งค่าดำเนินการกำจัดคราบน้ำมันด้วย ฯลฯ ส่วนภาคประชาชน ชาวประมง พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ให้สำรวจความเสียหายไว้ และเร็วๆนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จะไปตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขยี้ซ้ำ 'ศรีสุวรรณ' ชงป.ป.ช.เอาผิด 'พิพัฒน์' ปล่อย 'ไอ้โม่ง' ได้ประโยชน์จากขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นหน้งสือถึง ป.ป.ช.เพื่อขอให้ตรวจสอบเอาผิดนายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ ผอ.ศบก. เหตุไม่สามารถเอาผิดไอ้โม่งที่ได้ประโยชน์จากการขึ้นราคาน้ำมันได้ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกหัวระแหง
CPF รับ 30 รางวัล CSR-DIW Continuous Award จาก ก.อุตสาหกรรม
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร CSR-DIW และ CSR-DIW Continuous ประจำปี 2568 จัดโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม
ไม่พลาด! ศรีสุวรรณร้องนายกฯ สอบคุณสมบัติ 3 แคนดิเดต รมต.เพื่อไทย
'ศรีสุวรรณ' ร้องนายกฯ ตรวจสอบคุณสมบัติ 'สุริยะ-ประเสริฐ-สุดาวรรณ' ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
'เอกนิติ' เร่งสั่งลดสัดส่วนสำรองน้ำมัน ระบายสู่หน้าปั๊ม ป้องกันน้ำมันขาด ยืนยันมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพอ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงวิกฤตพลังงาน ว่า สงครามในตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันที่
บางจากฯ เผยเรือขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
บางจากฯ เผยเรือขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย กำหนดส่งมอบน้ำมันดิบที่ประเทศไทยในช่วงต้นเดือนเมษายน
กนอ.คลอดมาตรการส่งเสริมเช่าที่ดิน ‘Smart Park’ดูดเม็ดเงิน FDI
กนอ. รุกหนัก! คลอดมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดิน ‘Smart Park’ ดูดเม็ดเงิน FDI ชูไทยเป็นฐานการผลิตที่มั่นคง-ปลอดภัย จากวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลาง

