'บิ๊กหวาน' ประชุมรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐานจากเมียนมาไปกัมพูชา สั่งเดินหน้าป้องกันปราบปรามเต็มกำลัง
06 ก.พ.2568 - พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า วานนี้ได้ลงพื้นที่ไปประชุมป้องกันแก้ไขปัญหาการย้ายฐานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี , พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 , หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ จ.จันทบุรี, น.อ.บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ,น.อ.นพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 115 ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า จากปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาอย่างต่อเนื่องและยกระดับความเข้มข้นในการเดินหน้าปราบปราม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและนานาประเทศ ตลอดจนมาตรการระเบิดสะพานโจร กวาดล้างการลักลอบส่งสัญญาณมือถือและอินเตอร์เน็ต ซิม สาย เสา เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการตัดกระแสไฟฟ้าตามคำสั่งของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำให้คาดว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา อาจย้ายฐานปฏิบัติการไปยังชายแดนประเทศกัมพูชา ดังนั้น จึงต้องมีการวางแผนรับมือแบบบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อการป้องกันปราบปรามไม่ให้กลุ่มแก๊งดังกล่าวสามารถตั้งฐานปฏิบัติการเพื่อหลอกลวงประชาชนไม่ว่าชนชาติใด
ในการประชุมครั้งนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ชายแดน ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยให้บูรณการทุกภาคส่วนในการสกัดอาชญากรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ นอกจากนี้ สั่งการให้เตรียมพร้อมสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จะย้ายฐานจากชายแดนประเทศเมียนมาไปสู่ประเทศกัมพูชา รวมทั้งสกัดกั้น ตรวจสอบชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้า-ออกประเทศกัมพูชา ให้มีการตรวจค้น ตรวจสอบประวัติบุคคล การเดินทาง ให้การรวบรวมข้อมูลโดยฝ่ายความมั่นคง เพื่อประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว ในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมต่าง ๆ ด้วย ยืนยันว่าจะเร่งเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการปราบปราม จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งภายใน 3 เดือน คาดหวังว่าสถานการณ์ความรุนแรงของอาชญากรรมดังกล่าวจะลดลงอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา ก.ตร. 22 ก.ค. เคาะ ผบ.ตร.คนที่ 16 ลุ้นชื่อ 'บิ๊กราญ' นั่งเก้าอี้
จับตาการประชุม ก.ตร. 22 ก.ค.นี้ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ แท
เปิดขั้นตอน ก.ตร. เคาะ 'ผบ.ตร.' คนใหม่ '4 แคนดิเดต' ลุ้นหนัก!
เปิดวาระถก 'ก.ตร.' 22 ก.ค. 'อนุทิน' หัวโต๊ะ เคาะเก้าอี้ ผบ.ตร. คนที่ 16 สี่แคนดิเดต 'นิรันดร-ธัชชัย-สำราญ-อิทธิพล' ลุ้นหนัก
ตื่นตัว! 'กทม.–ตร.' ลุยตรวจสถานบันเทิง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันเหตุไฟไหม้ซ้ำ
ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
ศาลธัญบุรีนัดตัดสินคดี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 5 ราย หลอกแม่ 'อัยการดาว' โอนเงิน 7 แสน
ศาลธัญบุรีนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ "อัยการดาว" 11 ส.ค.หลังสืบพยานปากสุดท้ายเสร็จเมื่อกลางเดือน มิ.ย.
โมเดลไทยผงาด! ระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' ดันระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์

