ศาลธัญบุรีนัดตัดสินคดี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 5 ราย หลอกแม่ 'อัยการดาว' โอนเงิน 7 แสน

ศาลธัญบุรี นัด 11 ส.ค. ตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ "อัยการดาว" โอนเงินหลายสิบครั้งรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 7 แสนบาท หลังสืบพยานปากสุดท้ายเสร็จเมื่อกลางเดือน มิ.ย.

7 กรกฎาคม 2569 - สำหรับความคืบหน้าในคดีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในคดีหลอกลวง นางบุญครอง นิปวณิชย์มารดาของ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ “อัยการดาว” อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคดีอาญา อดีตพนักงานอัยการผู้ทำคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว แตงโม นิดา โดยขบวนการดังกล่าวใช้วิธี สวมรอยเป็นนายแฮรี่ ชาร์ด นักธุรกิจชาวเวียดนาม ติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความสนิทสนม หลอกให้รัก ก่อนหลอกลวงให้โอนเงินหลายสิบครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา ที่ศาลธัญบุรี ศาลนัดสืบพยานจำเลยปากสุดท้ายในคดีที่ พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ยื่นฟ้อง น.ส.อัญชลี ,นางสาวเวียงสวรรค์ (ชาวลาว) ,บริษัทเอ็น.เอ็น.ทีฯ จำกัด (บริษัทปุ๋ย) ,นายสุพงษ์ ฯ,นายธนกร ,นายธนพน (ทั้งหมดสงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1-5 ซึ่งเป็น กลุ่มถูกดำเนินคดีฐานเป็นบัญชีม้าและผู้รับโอนเงิน

โดยพบว่า 1 ในจำเลย เป็นผู้บริหารโรงงานปุ๋ยในจังหวัดบุรีรัมย์ และมีเส้นทางการเงินหมุนเวียนในบัญชีหลัก หลายร้อยล้านบาท กับ วัยรุ่นสร้างตัวทำซื้อขายเหรียญคริปโต ในความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันเป็นซ่องโจร , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตและโดยหลอกลวง,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน,สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน

สำหรับคดีนี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

โดยในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายนี้ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ “อัยการดาว” เดินทางมาพร้อม นางบุญครอง มารดา เเละนายภัทรพงศ์ ไชยปุรณะ บุตรชาย ในฐานะทนายความ เเละโจทก์ร่วมในคดีนี้

ภายหลังสืบพยานเสร็จ ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 11 ส.ค.เวลา 09.00 น.

มีรายงานว่า จำเลยทั้งหมด ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากพนักงานอัยการโจทก์คัดค้านการประกันตัว และศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง เป็นความผิดร้ายแรง และมีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ

อย่างไรก็ตามคดีนี้เเม้จะมีการเยียวยาความเสียหายบางส่วนจากจำเลย แต่คดีนี้เป็น ความผิดอาญาแผ่นดิน ในทางอาญาจึงไม่สามารถยอมความได้ คดียังคงต้องดำเนินต่อไป โดยการชดใช้ค่าเสียหายอาจมีผลเฉพาะในเรื่องการบรรเทาโทษ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกนักศึกษาสูญกว่า 200 ล้าน

ตร.ไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการเช็กบิลแก๊งหลอกนักศึกษา หลังสร้างความเสียหายทะลุ 200 ล้าน บุกทลายเครือข่ายใหญ่ ปักหลักเช่าบ้านหรูในไทย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน

ตำรวจบุกช่วยนักศึกษาปี 4 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินกว่า 7 แสน

ตำรวจเมืองย่าโมมือถึงบุกช่วยนักศึกษาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ หลังถูกหลอกพัวพันคดีฟอกเงิน ก่อนขอเงินพ่อโอนไปให้มิจฉาชีพกว่า 7 แสนบาท โดยผู้กำกับเตือนภัยสแกมเมอร์ระบาดหนัก นักศึกษาปี 4 สูญเงินกว่า 8 แสนบาท พบเอกสารปลอมหลอกผู้ปกครอง ตำรวจเร่งตรวจสอบบัญชีม้า

นักศึกษาตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ วันเดียวถูกหลอก 3 ราย สูญนับล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ช่วย 3 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังโดนบังคับ-ข่มขู่ให้กุเรื่องหลอกผู้ปกครองโอนเงินอ้างทุนเรียน สูญเงินนับล้านบาท

ล้วงคองูเห่า! รมว.ดีอี รับเคยโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรถึงห้องทำงาน

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ และสแกมเมอร์ ตัวรัฐมนตรีเคยถูกหลอกลวงหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวยอมรับว่า เคยถูกแก๊งคอลเซนเตอร์

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนาม เอี่ยวหลอกคนไทยสูญกว่า 12 ล้านบาท พบฟอกเงินซื้อทองคำ

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกชายสูงอายุโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน นำไปซื้อทองหลบเลี่ยงการติดตามเส้นเงินของเจ้าหน้าที่