
ปูด ปปช. รับงานลูกไล่อำนาจ กดดัน ‘เอกวิทย์’ แรงถี่ให้สละคุมสำนวนทักษิณ ชั้น 14 หวั่นกลับ ตปท.ถอดใจลาออก ย้ำแนะฝ่ายค้านยื่นซักฟอกนายกฯ คนเดียว ติงพูดแบบตีระนาดไม่เกิดประโยชน์
17 ก.พ.2568-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า ฝ่ายอำนาจและผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้กดดันอย่างหนักให้นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ปปช. ลาออกจากผู้รับผิดชอบไต่สวนสำนวนกรณีทักษิณ ชินวัตร อ้างป่วยพักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจนานถึง 180 วัน
ขณะนี้นายเอกวิทย์อยู่ต่างประเทศ มีรายงานระบุว่าเมื่อกลับมาถึงไทยแล้วจะตัดสินใจสละจากการเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนชั้น 14 รพ.ตำรวจ เพราะถูกกดดันอย่างหนักกับการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา จึงหวังว่า กลับมาแล้วจะได้เปลี่ยนใจ เมื่อนายเอกวิทย์กลับมาถึงไทย พวกตนจะไปให้กำลังใจการทำงานและร้องขออย่าตัดสินใจสละการรับผิดชอบสำนวน โดยขอให้เข้มแข็งเอาผลประโยชน์ของบ้านเมืองและรักษาหลักการที่ถูกต้องของประเทศเอาไว้
นายจตุพร เชื่อว่า เมื่อผลสอบจริยธรรมแพทย์ที่รักษาทักษิณ ชั้น 14 รพ.ตำรวจแล้วเสร็จ จะเป็นสำนวนสอบสวนตั้งตรงไปถึงการทำหน้าที่ขององค์กรอื่นๆ โดยเฉพาะศาลฎีกาจะพิจารณาคำร้องทักษิณ ฝ่าฝืนคำพิพากษาลงโทษติดคุก แต่ไม่ได้ติดคุกสักวัน เพราะมีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือให้ไปนอนที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ โดยอ้างป่วยขั้นวิกฤต
ส่วนหนึ่งที่นายเอกวิทย์ถูกกดดันให้ลาออกจากผู้รับผิดชอบสำนวนชั้น 14 นั้น มีความเชื่อมโยงถึงผู้ใหญ่สั่งให้ 3 คนคือนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ปปช.พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ “วันนอร์” ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎรไปพบกันที่บ้านนายวันนอร์ เพื่อหารือตกลงกัน ดังนั้น ทั้ง 3 คนควรชี้แจงความจริงต่อสังคมอย่างพร้อมหน้ากันจะเกิดประโยชน์มากกว่า
ส่วน ปปช.เรียกสอบปากคำ 44 สส. เมื่อครั้งสังกัดพรรคก้าวไกลและเปลี่ยนมาเป็นพรรคประชาชนในกรณีลงชื่อเสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 คงถูกเล่นงานทางการเมืองอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม กรณีนี้อาจส่งผลถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ซึ่งคาดจะยื่นต่อสภาช่วงปลายกุมภาพันธ์ และอภิปรายฯได้ช่วงประมาณกลางมีนาคมนี้
นายจตุพร ย้ำว่า พรรคประชาชน ฝ่ายค้านควรตัดสินเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวจะตรงปัญหาทางการเมืองมากที่สุด โดยนำนโยบายเปิดบ่อนกาสิโน การพนันออนไลน์ หรือโครงการขายที่ดินให้ต่างชาติมาอยู่อาศัยได้ 99 ปี สนามกอล์ฟอัลไพน์ และทุนเทามาเป็นหัวข้อซักฟอก ที่สำคัญจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ด้วย
“เรื่องของรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ ฝ่ายค้านควรใช้ช่องทางอื่นตรวจสอบทั้งการตั้งกระทู้และเสนอญัตติได้ อย่านำมาอภิรายไม่ไว้วางใจแบบตีระนาดหรือยิงกราด ซึ่งไม่เกิดประโยชน์และเสียเวลาเปล่า เพราะการระบาดทางอารมณ์จะไม่เกิด”
นายจตุพร กล่าวว่า มีข่าวระบุถึงประชากรอิสราเอลกว่า 3 หมื่นคนมีเป้าหมายมาอยู่อาศัยในประเทศไทยถาวร โดยใช้สิทธิ์นักท่องเที่ยวเข้าไทยมาพักอาศัยที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ดังนั้น ฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศควรชี้แจงข้อเท็จจริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขัาราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ประเภทบริหารระดับสูง 2 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามกา
เปิดคำร้อง ป.ป.ช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนาทำลายสถาบัน-ล้มล้างการปกครอง
เปิดคำร้อง ปปช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนามุ่งร้ายทำลายล้างสถาบันฯ ล้มล้างการปกครอง ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เเละพ้นจากตำเเหน่ง ห้ามดำรงตำเเหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต
ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล แล้ว
นายสุรพงษ์ อินทนถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9เม.ย. เวลา 09.00น.ได้มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.นำคำร้องคดีอดีต44สส.พรรคก้าวไกล กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตร112 ไปยื่นต่อศาลฎีกา
เลขาฯ ป.ป.ช. ยันยื่นคำร้องคดี 44 สส. ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย.นี้ ไม่เกี่ยวการเมือง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล
อู้ฟู่ 'สรวงศ์' รวย 766 ล้าน-ทองคำแท่ง 257 บาท
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย
เปิดกรุ 2 กกต. 'อนันต์' รวย 60 ล้าน 'สันทัด' มี 29 ล.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คน ทั้งกรณีเข้ารับตำแหน่งใหม่ และกรณีพ้นจากตำแหน่งเดิม

