17 ก.พ.2568 - จากกรณีศาลอุทธรณ์ภาค 1 กลับคำพิพากษาคดี ม.112 ของศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดธัญบุรียกฟ้อง) โดยให้ลงโทษจำคุกนายณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม 2 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานสนับสนุนให้มีการแจกหนังสือปกแดง "ปรากฏการณ์สะท้านฟ้า 10 สิงหา 10 ข้อเรียกร้องว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์" ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์
ล่าสุดนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งหลบหนีออกไปต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กรณีล่าสุดที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้นายณัฐชนน ไพโรจน์ มีความผิดตามมาตรา 112 นั้นถือว่าเป็นอีกครั้งที่ศาลใช้อำนาจตัดสินคนเห็นต่างทางการเมืองตามอำเภอใจไร้หลักเกณฑ์ที่สุด เพราะในกรณีนี้แต่แรก ณัฐชนนถูกตั้งข้อหาว่าทำผิดกฎหมายมาตรา 112 เพราะ (ตามที่ถูกกล่าวหาว่า) ขน #สมุดปกแดง ซึ่งมีเนื้อหาเป็นคำปราศรัยเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ฯ ขึ้นรถบรรทุก จึงถือว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดมาตรา 112
เหตุผลที่ศาลใช้ตัดสินว่าณัฐชนนเป็นผู้สนับสนุนเพราะเห็นว่าณัฐชนนเป็นหนึ่งใน “ผู้จัดการชุมนุม” ซึ่งถือเป็นการให้เหตุผลที่ใช้ไม่ได้เลยและไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เพราะ
1) การครอบครองหรือขนย้ายหนังสือนั้น ไม่ใช่ความผิดอะไรในตัว ไม่ว่าหนังสือจะมีเนื้อหาอย่างไร ความผิดไม่เกิดจะตัดสินความผิดกันอย่างไร
2) การใช้บทบาทการเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่น ๆ มาตัดสินเป็นการใช้เรื่องนอกคดีมาตัดสิน เป็นการใช้อคติของศาล
3) การปราศรัยวันที่ 10 สิงหาคมซึ่งถ้อยคำในการปราศรัยได้กลายมาเป็นเนื้อหาของหนังสือนั้น ไม่ได้มีการตัดสินจากศาลใดว่ามีความผิดเป็นสถานใด แล้วจะหาว่าเป็นหนังสือผิดกฎหมายได้อย่างไร
4) ท้ายที่สุด ณัฐชนนไม่ได้เป็นเจ้าของหนังสือ และไม่ได้เป็นคนแต่งหนังสือเหล่านั้น
การตัดสินของศาลอุทธรณ์ครั้งนี้เป็นการใช้ความเห็นส่วนตัวของศาลตัดสินคดีอย่างกว้าง ซึ่งขัดกับหลักการพื้นฐานของคดีอาญาว่าจะต้องใช้ดุลยพินิจอย่างแคบ เพราะการใช้ดุลยพินิจกว้างขวางสุ่มเสี่ยงต่อการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างมาก
อคติของศาลที่เห็นได้ชัดก็ที่สุดคือ ส่วนที่ไม่รอลงอาญาเพราะเห็นว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังจึงต้อง “รู้ผิดชอบชั่วดี“ เหตุผลแบบนี้สะท้อนจุดยืนทางการเมืองของศาลชัดเจนโจ่งแจ้งไม่ต้องบรรยาย ผมไม่อาจพูดแทนณัฐชนนท์ได้ แต่ในฐานะที่จบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ก็จะขอบอกศาลในนามส่วนตัวผมว่าก็เพราะเรารู้ผิดชอบชั่วดี เห็นว่าประเทศชาติจะไปต่อไม่ได้หากยังมีสถาบันที่มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญคอยแทรกแซงประชาธิปไตยเหมือนที่เป็นมา ถึงได้ออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน ฯ
นอกจากคำตัดสินนี้จะขัดสามัญสำนึกทางกฎหมาย ยังเป็นการใช้อคติตัดสินว่าณัฐชนนเป็นแกนนำการชุมนุมจึงสมควรถูกลงโทษ เป็นตัวอย่างที่แสดงได้ชัดว่าการดำเนินคดีมาตรา 112 ที่เป็นมาเป็นคดีการเมือง ไม่ใช่คดีอาญา และไม่อยู่ในร่องในรอยการพิจารณาคดีอาญาอันพึงเป็น
ท้ายที่สุด นี่คือการดำเนินคดีด้วยเรื่อง #หนังสือ อันนี้เป็นวัตถุแห่งปัญญา ไม่เพียง แต่จะเป็นการลงโทษคนที่มีหนังสือแต่เป็นการลบล้างหนังสือไม่ให้คนอ่าน นับเป็นการปราบปรามปัญญาและความคิดเห็นโดยแท้ ไม่ต่างอะไรกับที่รัฐเผด็จการนิยมเผาหนังสือหรือแบนหนังสือที่แสดงความคิดเห็นไม่ตรงกับความเชื่อทางการของรัฐ
จึงต้องบันทึกไว้ว่า กรณีนี้คือหนึ่งในกรณีที่ศาลอยุติธรรมใช้อำนาจตัวเองปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นตลอดมา และจะเกิดขึ้นต่อหากยังไม่มีการ #ยกเครื่อง ปฏิรูปกฎหมาย การเมือง และสถาบันกษัตริย์กันอย่างจริงจัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ปิยบุตร’ วิงวอน รมต.-สส.ชุดใหม่ นิรโทษฯคดีการเมือง รวมมาตรา 112
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า นิรโทษกรรมความผิดเกี่ยวกับแสดงความเห็นทางการเมือง รวมถึงความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 เถิดครับ
ศาลสั่งจำคุก 'อานนท์ นำภา' กับพวก 2 ปี 8 เดือน หมิ่นเบื้องสูง 'ทราย เจริญปุระ' รอด
ศาลอาญาพิพากษาคุก อานนท์ นำภา กับพวก 2 ปี 8 เดือน ปราศรัยหน้าราบ 11 หมิ่นเบื้องสูง
ศาลฎีกา ตัดสินจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา สาวก 'ปวิน' หมิ่นอดีตกษัตริย์ เข้าข่ายผิด ม.112
ศาลฎีกา พิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา พนักงานบริษัท คอมเมนต์ในกลุ่มเพจเฟซบุ๊ก รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส ซึ่งมีเนื้อหาหมิ่นอดีตพระมหากษัตริย์ เข้าข่าย ม.112 ไม่เป็นการตีความเกินขอบเขตกฎหมาย
มาแล้ว! ม็อบ 3 นิ้วบุก กกต.ให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ พร้อมขู่ยกระดับชุมนุม
แนวร่วมธรรมศาสตร์และภาคประชาชนบุกยื่นหนังสือ กกต.จี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ พร้อมเรียกร้อง กกต. 7 คนลาออก หากวันนี้ยังไร้คำตอบขู่ยกระดับการชุมนุม
เท้ง-ไหม-โรมและพวก กับโอกาสรอดที่ศาลฎีกา?
จากมติของที่ประชุมใหญ่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
โดนอีกคดี! ศาลสั่งจำคุก 30 ปี 'โจ้ พฤทธิกร' ทีมงานส้มหมิ่นเบื้องสูง รวมโทษคดี 112 เป็น 50 ปี
ศาลอาญา มีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ยื่นฟ้องนายพฤทธิกร สาระกุล หรือ โจ้ อดีตทีมงานก้าวหน้าเป็นจำเลยในความผิดดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมาย อาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

