ลุ้นผลชี้ขาด!ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษาเรื่องทรงผมนักเรียน

05 มี.ค.2568 - ในวลา 09.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 4 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ฟร.24/2563 ระหว่าง ผู้ฟ้องคดีรวม 13 คน กับกระทรวงศึกษาธิการ กับพวก รวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของกฎที่ออกโดยคณะรัฐมนตรี หรือโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 13 คน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่สังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ฟ้องว่า ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2518) ลงวันที่ 6 มกราคม 2518 ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน 2515 โดยผู้ฟ้องคดีทั้ง 13 คน ได้มีหนังสือหารือต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ฉบับลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 เพื่อขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ดำเนินการยกเลิกกฎกระทรวงข้างต้น เนื่องจากเห็นว่า กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวเป็นกฎที่มุ่งจำกัดสิทธิในร่างกายของนักเรียน รวมถึงมอบอำนาจให้สถานศึกษาต่างๆ จำกัดการไว้ทรงผม สีสันของเส้นผม หนวดเครา ซึ่งถือเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกายของผู้ฟ้องคดีทั้ง 13 คน จึงเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำลายอิสรภาพในการเลือกและควบคุมเนื้อตัวร่างกายตัวเองและลดทอนร่างกายของผู้ฟ้องคดี แม้ผู้ฟ้องคดีจะมีสถานะเป็นนักเรียนและเป็นผู้เยาว์แต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก็ได้ห้ามมิให้รัฐเลือกปฏิบัติอันเป็นผลร้ายต่อผู้ฟ้องคดีทั้ง 13 คน โดยย่อมต้องได้รับการรับรองเสมือนกับบุคคลที่บรรลุนิติภาวะทั่วไป หรือบุคคลที่ไม่ได้ศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่รัฐไม่มีอำนาจออกกฎหมายเข้ามาจำกัดและกระทบในเรื่องส่วนตัว ผู้ฟ้องคดีทั้ง 13 คน จึงเห็นว่า กฎดังกล่าวเป็นการกระทำทางปกครอง
ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการขัดกับมาตรา 6 และ มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซึ่งกำหนดหลักการในการจัดบริการสาธารณะทางการศึกษาไว้ จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 8 เดือน 'ศรัณย์วุฒิ' อดีต สส.หนวดงามคดีเสียบบัตรแทนกัน!

ศาลฎีกานักการเมือง จำคุก "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ" สมัยเป็น สส.เพื่อไทย 8 เดือน คดีเสียบบัตรแทนกัน ชี้พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรงไม่รอลงอาญา

'ปกรณ์' ยันคำสั่งศาลปค.สูงสุด ยังไม่กระทบขั้นตอนทูลเกล้าฯ ให้ 'หมอสรณ' พ้นประธานกสทช.

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นให้รับฟ้องคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กรณีวินิจฉัยคุณสมบัติของตนเองไว้พิจารณาจะส่งผลเรื่องขั้นตอนการทูลเกล้าฯ

'หมอสรณ' ร่อนแถลงการณ์ น้อมรับคำสั่งศาลปค.สูงสุด ลั่นไม่ใช่วันที่มีผู้แพ้-ชนะ

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ออกคำแถลงภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำฟ้องไว้พิจารณา กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยน้อมรับและเคารพคำสั่งของศาล พร้อมขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่พิจารณาทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงตามกระบวนการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ศาลปกครองสูงสุด พลิกคำสั่ง! ให้รับคำร้อง 'หมอสรณ' ไว้พิจารณา ปมคุณสมบัติประธาน กสทช.

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคดี "นพ.สรณ" ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.  และคำขอคุ้มครองชั่วคราวไว้พิจาณา เหตุคำวินิจฉัยเป็นคำสั่งทางปกครองตามกฎหมาย ประธาน กสทช.จึงเป็นผู้เสียหายในคดี