
18 มี.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป เปลี่ยนชื่อแล้ว อย่าวินิจฉัยอัปยศ
เมื่อนาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ยอมลบชื่อนายทักษิณ ชินวัตร ออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยใช้คำว่า“บุคคลในครอบครัว”แทน ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของพรรคประชาชน ที่ต้องการให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เดินหน้าต่อไปได้
ผมเห็นว่าการใช้คำว่า“บุคคลในครอบครัว”เข้าไปแทนที่ชื่อนายทักษิณนั้น ทำให้ความหมายของบุคคลที่เข้ามาแทรกแซงครอบงำ บงการนางสาวแพทองธาร มีจำนวนมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงนายทักษิณเพียงคนเดียว ซึ่งฝ่ายค้านสามารถอภิปรายถึงบุคคลอื่นๆในครอบครัวชินวัตรได้ทุกคน ซึ่งก่อนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามญัตติ ขอเสนอให้พรรคฝ่ายค้านไปพูดคุยขอบเขตการอภิปรายว่า สามารถพูดถึงพฤติกรรมของบุคคลในครอบครัวชินวัตรได้แค่ไหน โดยองครักษ์หรือส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องไม่ประท้วง และพรรคฝ่ายค้านต้องอธิบายให้ได้ว่า บุคคลที่กล่าวถึงนั้น เป็นบุคคลในครอบครัวชินวัตรตามญัตติที่เสนอ
ส่วนคำว่า สทร. หรือเสือกทุกเรื่อง ซึ่งเป็นคำที่นายทักษิณแต่งตั้งให้กับตัวเอง และคำนี้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นชอบในเบื้องต้นแล้วว่า สามารถบรรจุในญัตติได้ แสดงว่าสามารถใช้คำนี้ประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎรได้เช่นกัน ส.ส.พรรคเพื่อไทยและองครักษ์ต้องไม่ประท้วงว่า ผิดข้อบังคับการประชุม ใช้คำไม่สุภาพ หรือใช้คำเสียดสี เพราะนายวันมูหะมัดนอร์ได้ยืนยันแล้วว่า เป็นคำที่ใช้ในญัตติได้ ก็แสดงว่าสามารถนำมาอภิปรายได้เช่นกัน
อยากให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งหลัก และดูขอบเขตการอภิปรายถึงบุคคลภายนอกว่า ทำได้แค่ไหน โดยประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมา มีการอภิปรายถึงบุคคลภายนอกหลายครั้ง ก็สามารถทำได้ เช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีส.ส.พรรคเพื่อไทยได้อภิปรายพาดพิงถึงบิดาของพลเอกประยุทธ์ด้วยซ้ำไป แต่ประธานที่ประชุมก็อนุญาตให้อภิปรายได้ โดยไม่มีใครประท้วงหรือขัดขวางแต่อย่างใด ทั้งที่เป็นบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเลย เมื่อเปรียบเทียบกับนายทักษิณที่เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลอย่างแยกกันไม่ได้ เป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วทั้งประเทศ
แต่ถ้าประธานที่ประชุมจะตีมึน วินิจฉัยว่าเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลชุดนี้ ห้ามอภิปรายถึง จะเป็นคำวินิจฉัยที่อัปยศที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า
ตัดจบ 'โกงสอบท้องถิ่น' ซ้ำรอย 'ฮั้ว สว.' สาวไม่ถึงนักการเมือง
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น ตัดจบ ไม่ถึงนักการเมือง โดยระบุว่า
'เทพไท' ยุ 'ยิ่งชีพ' อย่าอ้อนวอน ต้องท้าทายภูมิใจไทยฟ้องให้ไว!
‘เทพไท เสนพงศ์’ มองการที่พรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้อง ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ อาจไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นโอกาสให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีฮั้ว สว. จากสำนวน DSI ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล พร้อมแนะ ‘ยิ่งชีพ’ ไม่ต้องอ้อนวอน แต่ควรท้าทายให้เร่งฟ้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน.
'วันนอร์' ชี้เหตุลอบยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ถ้าการข่าวดีกว่านี้ ผู้ก่อการร้ายคงไม่มาพร้อมอาวุธครบมือ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงทหารพรานจนเสียชีวิต 5 นาย ในพื้น จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ว่า ทุกฝ่ายคงต้องเพิ่มมาตรการระมัดระวัง และประสานความร่วมมือ โดยเฉพาะการข่าวให้เร็วกว่านี้
นายกฯ ยันไม่เห็นด้วย 'วันนอร์' เสนอยุบ กอ.รมน. เชื่อไม่กลายเป็นประเด็นอ่อนไหว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวันมูหะมัด นอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณปี 2570 เสนอให้ยุบกองอำนวยการรักษาความสงบภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพราะภารกิจงานซ้ำซ้อน และมีผลงานเด่นคือการยิงสส.
'วันนอร์' เสนอยุบ 'กอ.รมน.' ภารกิจซ้ำซ้อนไร้ประโยชน์ พัวพันคดียิง สส.
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะกมธ. อภิปรายว่าภารกิจของ กอ.รมน.ในปัจจุบันทำอะไร ยิงสส.ใช่หรือไม่ เพราะคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหลักฐานและพยานชัดเจนว่า เป็นคน และรถของ กอ.รมน.ซึ่งตนมองว่า กอ.รมน.ไม่จำเป็นแล้ว

