'อดีตกกต.' เหน็บ 'ทักษิณ' อัจฉริยะเกินไป หรือ สติฟั่นเฟือน รับซื้อหนี้ประชาชนจากแบงก์

18 มี.ค. 2568 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความหัวข้อ อัจฉริยะหรือฟั่นเฟือน ระบุว่า ใครก็ตามที่กล่าวคำใหญ่โตว่า จะให้มีการรับซื้อหนี้ประชาชนจากธนาคารโดยเอกชน เพื่อให้ประชาชนไม่เป็นหนี้ ไม่ติด black list ของเครดิตบูโร หากไม่อัจฉริยะเกินไป ก็คงสติฟั่นเฟือน

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยเมื่อปี 2567 คนไทยมีหนี้ครัวเรือนอยู่ 16.32 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 89.6 ของ GDP. ในขณะที่งบประมาณแผ่นดินปี 2568 มี 3.8 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 19.2 ของ GDP.

หากใช้งบประมาณแผ่นดินมาล้างหนี้ครัวเรือน แปลว่าต้องใช้งบต่อเนื่อง 4.6 ปี โดย ไม่มีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ไม่มีโครงการลงทุนหรือใช้คืนหนี้ใด ๆ เลยในช่วงเวลาดังกล่าว

หากให้เอกชนมารับซื้อหนี้ สมมติให้บริษัทที่ใหญ่ระดับบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของประเทศ ที่มีสินทรัพย์รวมประมาณ 500,000 ล้านบาท ต้องใช้บริษัทขนาดใหญ่เท่าขนาดดังกล่าว 32 บริษัทมาดำเนินการ จึงจะสามารถทำได้ แล้วเอกชนที่มารับซื้อหนี้ คิดดอกเบี้ยไหม หากคิด ก็เหมือนธนาคาร และยังผิด พรบ. ธุรกิจสถาบันการเงิน เพราะท่านไม่ใช่ธนาคาร จะให้กู้และเก็บดอกเบี้ยเหมือนธนาคารไม่ได้

ฟังเพลิน ฟังแล้วอึ้ง ทึ่งในความเป็นอัจฉริยะ อย่าลืมไปบอกคนในครอบครัวให้ทำให้ได้ด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ป้าธิดา' แนะ 'ยิ่งลักษณ์' อยู่เมืองนอกก็เหมือนอยู่เมืองไทย สามารถหาความสุขได้

เพจ ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำนชป. โพสต์ข้อความว่า : ยิ่งลักษณ์กลับไทย มองว่ายาก! แนะนำให้ทำใจอยู่เมืองนอกก็เหมือนอยู่เมืองไทย สมั

'วัชระ' เดินสายยื่น 'เอกนิติ-ปลัดคลัง-สรรพากร' บี้ทักษิณจ่ายภาษีหุ้นชินฯ 1.7 หมื่นล้าน

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพากรตามลำดับในวันเดียวกันที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงการคลัง อยู่ติดกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เรื่องขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายติดตามภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติมของนายทักษิณ ชินวัตร

ภารกิจ 'ทักษิณ' หลังพ้นคุก สงบศึกหรือขัดแย้งรอบใหม่

การกลับมาของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ที่ออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังถูกคุมขังจำนวน 243 วัน หรือราว 8 เดือน หลายคนประเมินกำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญของสมการการเมืองไทย ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจร้อนแรงและอันตรายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา