
8 ก.ย.2569-ที่โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เดินทางมายังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเข้าพบแพทย์นิติเวชสำหรับการตรวจร่างกายและขอใบตรวจร่างกาย ประกอบการดำเนินคดีกรณีถูกนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผลักจนล้มลงบริเวณหน้า สน.ทองหล่อ โดยในการเดินทางมาครั้งนี้ ได้ปั่นจักรยานมาจากบ้านพักเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
เมื่อเดินทางมาถึงและพบกับผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าว นายสมชัย ได้เปิดโชว์รอยถลอกบริเวณหัวเข่าข้างขวาให้ดู พร้อมกล่าวว่า วันนี้เดินทางมาที่โรงพยาบาลตำรวจตามที่ สน.ทองหล่อ ต้องการเอกสารยืนยันอาการบาดเจ็บจากแพทย์นิติเวชเพื่อใช้สรุปสำนวนคดีส่งฟ้อง ซึ่งตนเคยเดินทางมาแล้วเมื่อวันเสาร์ (5 ก.ย.) ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แพทย์นิติเวชไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ จึงได้นัดหมายให้มาใหม่ในวันนี้ ซึ่งการเดินทางมาแต่เช้า ก็เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินคดี ไม่ให้กระบวนการของ สน.ทองหล่อ ต้องล่าช้าออกไป
สำหรับอาการบาดเจ็บ นายสมชัย กล่าวว่า โดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลเริ่มแห้ง ตกสะเก็ด และมีอาการคันเล็กน้อย มีเพียงรอยถลอกและเลือดออกเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนจะมีการเอ็กซเรย์หรือตรวจเช็กกระดูกเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่คู่กรณีกล่าวอ้างว่า คลิปเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่เป็นการตัดต่อด้วยระบบ AI นายสมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปสอบถามจากทางสื่อมวลชนหรือผู้สื่อข่าวที่เป็นคนถ่ายภาพและเสนอภาพเอง เพราะภาพมาจากกล้องของสื่อหลายช่องที่อยู่ในเหตุการณ์ ตนไม่ทราบว่ามีการใช้ AI ตัดต่อภาพขณะถ่ายทอดสดได้จริงหรือไม่
ส่วนกรณีที่คู่กรณีเตรียมจะแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยอ้างว่ามีทีมงานถ่ายบันทึกภาพไว้ทุกมุมนั้น นายสมชัย ได้เปิดภาพถ่ายภาพจากสื่อมวลชนให้ดู พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นทีมงานในภาพว่า จากรูปถ่ายช่วงเกิดเหตุ บุคคลดังกล่าวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่และไม่ได้ยกมือถือขึ้นมาบันทึกภาพเหตุการณ์แต่อย่างใด ก่อนจะเดินไปกระซิบพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายที่เดินเข้ามา จนตำรวจค่อยๆ เดินเข้ามาแยกคู่กรณีออกไป
นายสมชัย ยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมถึงประเด็นพฤติกรรมของคู่กรณี ว่า ตนต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะถูกทำร้ายอีกหรือไม่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมในอดีตของคู่กรณีรายนี้ ว่าจากการตรวจสอบพบล่าสุด เหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2566 ซึ่งมีคลิปข่าวของทางทีวีช่องนึงได้เคยรายงานไว้ เป็นเหตุการณ์ที่ลูกบ้านของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑล สาย 2 ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่ รปภ. เนื่องจากไม่มีบัตรผ่านเข้าหมู่บ้าน ก่อนจะใช้ถ้อยคำรุนแรงข่มขู่ รปภ. ในทำนองว่า “มึงไม่รู้จักกูเหรอ กูเป็นใคร กูเป็นอัยการ เมียกูเป็นตำรวจ เป็นผู้กองอยู่ในท้องที่นี้” และเมื่อขับรถผ่านเข้าไปได้แล้ว ยังได้ขับรถวกลูกกลับมาชี้หน้าข่มขู่ซ้ำว่า “มึงจำไว้เหอะ กูไม่จบ” ต่อมาในช่วงกลางคืน บุคคลดังกล่าวได้ย้อนกลับมาพร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก เข้าทำการข่มขู่ จนทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ. คนดังกล่าวเกิดความกลัวในชีวิตและความปลอดภัยจนต้องตัดสินใจยื่นใบลาออกในเวลาต่อมา
นายสมชัย กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในวันที่ 28 มิ.ย.2566 ทางรองอัยการสูงสุดได้ออกมาระบุแถลงข่าวชัดเจนว่า บุคคลที่กล่าวอ้างนั้น ไม่ใช่อัยการ แต่เป็นอดีตข้าราชการอัยการที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ไปตั้งแต่ช่วงปี 2561-2562 เนื่องจากมีพฤติการณ์รับสินบนในคดีเลือกตั้ง และการปลอมแปลงเอกสารเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดนี้ แม้ไม่ได้ระบุชื่อแต่ก็ชัดเจนว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
“พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ชอบใช้อำนาจข่มขู่คุกคามผู้อื่น และมีการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ทำให้ผมเกิดความกังวลและวิตกต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตของตนเองเป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้ทนายความเตรียมทำหนังสือยื่นต่อ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้พิจารณายื่นเรื่องถอนประกันตัวคู่กรณี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทาง สน.ทองหล่อ แต่หากปล่อยไว้แล้วเกิดเหตุมายิงผมบาดเจ็บ สน.ทองหล่อ ก็ต้องรับผิดชอบ” นายสมชัย กล่าว
เมื่อถามถึงที่คู่กรณีกล่าวอ้างเหตุผลการกระทำว่าเกิดจากการถูกจั๊กจี้แล้วไปโดนแฮนด์ นายสมชัย ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียด ว่า ไม่ขอตอบในประเด็นนี้ ให้สังคมและประชาชนที่ได้ชมคลิปเหตุการณ์เป็นผู้ตัดสินและพิจารณาเองว่าฟังขึ้นหรือไม่
ส่วนที่คู่กรณีเดินทางไปร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ ทั้งสถานีตำรวจหลายแห่ง รวมถึง ผบ.ตร.นั้น นายสมชัย กล่าวว่า บ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมาย ตนเองก็อยู่ภายใต้กฎหมาย หากตนทำผิดก็ดำเนินการตามกฎหมายได้ การที่คู่กรณีไปยื่นร้องเรียนตามที่ต่างๆเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ตนไม่ได้ให้ราคาหรือให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเกินไป เพราะมองว่ายังมีข่าวสารบ้านเมืองเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า และไม่อยากเสียเวลากับเรื่องนี้ โดยยืนยันจะดำเนินคดีไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างที่สุด ก่อนจะขอตัวเข้าพบแพทย์นิติเวชตามนัดหมาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่จบ 'สมชัย' ถนัดปั่น! แบบมีเงื่อนไข คือ ลับแบบโลกสวย
อดีตกกต.สมชัย” โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร” ย้ำความลับของบัตรเลือกตั้งมีเงื่อนไข ชี้หากมีคนตั้งใจทุจริตร่วมมือเจ้าหน้าที่ก็อาจเกิดช่องทางได้ ย้อนถามถ้าไม่มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด จะทำสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่
‘สมชัย’ ขยี้ปมตู้แช่ไวน์และสินบนกกต.ฐิติเชฏฐ์
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ เรื่องตู้แช่ไวน์ และ เรื่อง ติดสินบน 300,000 บาท
'สมชัย' แฉเบื้องลึก! ทำไม กกต. ตัดทิ้งคำให้การ 'เอกราช'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "โคนันสมชัย วิเคราะห์จดหมายกลับคำให้การของนายเอกราช ช่างเหลา" โดยระบุว่า
'สมชัย' ขอฉันทามติใช้เงินกองทุน 1 ล้านจ้างทนายที่ดีที่สุดฟ้องกกต.ทุกศาล
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์ข้อความว่าขอฉันทามติ จากประชาชนใช้เงิน กองทุน สู้ กกต. 1 ล้านบาท จ้างทีมทนายที่ดีที่สุด เปิดก
ชำแหละ! 2 ทางเดิน 7 เสือ กกต. 'พลีชีพ' หรือ 'เอาตัวรอด'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ตอนที่ 9 ของร้อนในมือ กกต. จะตัดสินใจอย่างไร"
'ฮั้ว สว.' จุดชนวน 'สงครามดอกกุหลาบ'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนที่ 5 สงครามดอกกุหลาบ (War of the Roses)

