'ธงชัย' จ่อยื่นคำร้องศาลอาญาสั่งปลดกุญแจเท้า 'อานนท์' ชี้โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

27 พ.ค.2568-ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นี้ เวลา 9.00 น. ธงชัย วินิจจะกุล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ พร้อมตัวแทนจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จะเดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นคำร้องขอให้ยุติการกระทำการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กรณีการใส่กุญแจเท้า อานนท์ นำภา หลังมีผู้พบเห็นอานนท์ เคยถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบนักโทษพร้อมกุญแจเท้าและโซ่ล่ามกับขาทั้งสองข้างระหว่างการเดินทางมาศาล ในพื้นที่ของศาล และในระหว่างการสืบพยานในห้องพิจารณา

การใส่ชุดนักโทษและการใส่กุญแจและโซ่ล่ามระหว่างการพิจารณาคดีถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผิดหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และอาจเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งถือเป็นความผิดตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565

ธงชัย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จึงขอให้สำนักงานศาลยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ทบทวนการใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ให้สอดคล้องกับข้อห้ามตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 21 ซึ่งมีใจความว่า “ห้ามใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขัง” สำนักงานศาลยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้สิทธิดังกล่าวนี้ได้รับการคุ้มครองอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและหลักการด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ห้ามใช้เครื่องพันธนาการ และให้การใช้เป็น “ข้อยกเว้น” เท่าที่จำเป็น เช่น กรณีนักโทษอุกฉกรรจ์ หรือสงสัยหรือมีประวัติพยายามหลบหนีเท่านั้น อีกทั้ง การใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขัง อาจถือเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565

ธงชัยให้เหตุผลถึงการยื่นคำร้องครั้งนี้ว่า

“กฎหมายราชทัณฑ์ปัจจุบัน บัญญัติห้ามใช้เครื่องพันธนาการต่อผู้ต้องขัง เว้นแต่เพียงบางกรณีที่จำเป็น เช่น เกรงผู้ต้องขังจะหลบหนี แต่ทว่าทุกวันนี้การล่ามโซ่สองขาและกุญแจเท้าได้กลายเป็นแนวปฏิบัติอย่างเป็นปกติ สำหรับแทบทุกกรณีเมื่อออกจากเรือนจำ มิใช่กรณียกเว้นอีกต่อไป

น่าจะถึงเวลาแล้วที่การใส่เครืองพันธนาการควรจะเป็นเพียงข้อยกเว้นตามเจตจำนงค์ของกฎหมาย ไม่ใช่แนวปฏิบัติตามปกติ จนต้องมาร้องเรียนให้ปลดพันธนาการเป็นกรณียกเว้น

อานนท์ นำภาเป็นบุคคลที่สังคมนานาชาติให้ความน่าเชื่อถืออย่างมาก การที่เขาถูกใส่พันธนาการทุกครั้งที่เขามาออกศาล ย่อมเป็นที่รับรู้จับจ้องมองเห็นจากสายตาจำนวนมากทั่วทั้งโลก จึงไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยแต่อย่างใด

จึงขอให้ศาลทำการไต่สวนเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมนายอานนท์ นำภาว่ามีเหตุผลอย่างไรจึงจำเป็นต้องใส่เครื่องพันธนาการกับเขาในกรณีนี้”

จากรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันอานนท์ต้องตกเป็นผู้ต้องขังทางการเมือง มีโทษจำคุกสะสมรวม 20 ปี 19 เดือน 20 วัน จากหลายคดี โดยเฉพาะคดีมาตรา 112 โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ศาลเชียงใหม่ได้พิพากษาจำคุกอานนท์ เพิ่มอีก 2 ปี ในคดีปราศรัยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 และในนัดวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ จะเป็นนัดฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 หลังจากปราศรัยหน้า สน.บางเขน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2563 ก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา มาตรา 112 และมาตรา 116 จากการปราศรัยใน #ม็อบ29พฤศจิกา หน้ากรมทหารราบที่ 11

อานนท์เป็นทนายความสิทธิมนุษยชนและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยที่ยืนหยัดในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย และเป็นบุคคลที่สังคมนานาชาติรู้จักเป็นอย่างดี เขาได้รับรางวัลระดับโลกหลายรางวัล เช่น รางวัลจากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยจากเกาหลีใต้เมื่อปี 2564 และล่าสุดเขาได้รับรางวัล Front Line Defenders Award 2568 ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติ โดยจัดพิธีมอบรางวัลที่ประเทศไอร์แลนด์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้

ในข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง” (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) หรือ “กฎแมนเดลา” (Mandela Rules)ได้วางหลักการและกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้เครื่องพันธนาการไว้ โดยเน้นย้ำว่าต้องไม่ใช้เพื่อการลงโทษ และใช้ในกรณีจำเป็นอย่างยิ่ง เป็นมาตรการสุดท้าย และต้องกระทำในช่วงเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามการยื่นคำร้องเพื่อยกเลิกการใส่กุญแจเท้าอานนท์ นำภา อย่างใกล้ชิด เพื่อยืนยันว่าสำนักงานศาลยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์จะทำหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้สิทธิของผู้ต้องขังได้รับการคุ้มครองอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและหลักการด้านสิทธิมนุษยชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา

การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล

'ประสิทธิ์ เจียวก๊ก' อ่วม! จำคุกเพิ่ม 4 ปี 12 เดือน คดีหลบหนีในศาล นับโทษต่อจากคดีฉ้อโกง 1,155 ปี

ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการ ยื่นฟ้อง นายสมประสงค์ ทิพย์สุคน กับพวก ที่ กับพวกรวม 5 คน (มีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก เป็นจำเลยที่ 5 )ในความผิดหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล

คดีตึกสตง.ลากยาว 2บ.ยื้อปมคอนกรีต

คดีตึก สตง.ส่อยื้อ 2 จำเลยบริษัทใหญ่ยื่นศาลอาญาขอเดินเผชิญสืบ ส่งตรวจคอนกรีตใหม่ที่สวิตเซอร์แลนด์ หลังเคยถูกยกคำร้องไปแล้ว 1 ครั้ง คราวนี้ขอให้ศาลลงเดินเผชิญสืบ ฟังคำสั่ง 20 ก.ค.

ผงะ! นักโทษไม่กลับใจ ปัตตานี

ม.ธรรมศาสตร์จัดเสวนาตีแผ่ปัญหา “ผู้ต้องขังในเรือนจำไทย” ชี้ปัจจุบันนักโทษไทยล้นคุก เพราะสังคมเหลื่อมล้ำ ความไม่รู้กฎหมาย ระบบการดูแลที่ไม่มีประสิทธิภาพ เผย 80% ทำผิดซ้ำหลังพ้นโทษ ทำไทยเสียโอกาสทางเศรษฐกิจกว่า “3 แสนล้านบาท”