18 มิ.ย.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ภูมิใจไทย ไฟจะไหม้พรรค” ระบุว่า หลังจากคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้ออกหมายเรียกในคดีฮั้ว สว. ล็อตที่ 7 จำนวน 20 คน และรายชื่อทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค สส.และผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย สร้างความวิตกกังวลให้กับพรรคภูมิใจไทยไม่น้อย
ซึ่งเรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าว กรณีการได้รับหมายเรียกจาก กกต.คดีฮั้วเลือก สว. เมื่อถูกถามว่า เล่นกันอย่างนี้แรงเกินไปหรือไม่ นายอนุทิน ถึงกับอุทานว่า “โอ้โห นี่ยังไม่แรงอีกหรือ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ เมื่อวานตน ได้เรียนนายกรัฐมนตรีไปว่า ไม่เคยเจอแบบนี้ หากบอกว่า สมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยโดนรัฐประหารก็ไม่โดนขนาดนี้ นี่ในระบอบประชาธิปไตย ระบอบรัฐสภาแท้ๆ ทำไมต้องเล่นกันขนาดนี้ ซึ่งตนก็ได้เรียนท่านไปว่า มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ในคณะรัฐบาลชุดนี้จริงๆ ก็มาขอความเป็นธรรมให้ท่านนายกฯได้ช่วยคุ้มครอง ถ้าทำได้”
ถ้าวิเคราะห์การให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน แสดงให้เห็นว่า
1.เรื่องนี้เป็นที่หวั่นวิตก และเป็นที่กังวลใจของแกนนำพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างมาก ถ้าไม่กังวลใจ หรือไม่หวั่นวิตก คงจะไม่นำเรื่องนี้ไปปรึกษา หรือขอความคุ้มครองจากนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี
2.พรรคภูมิใจไทย กำลังรู้สึกว่า ถูกเล่นงาน และถูกกระทำจากคนในฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเอง ดำเนินการผ่านกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ให้เดินหน้าเอาผิดคดีฮั้ว สว. ซึ่งเกี่ยวข้องมายังพรรคภูมิใจไทยโดยตรง
3.การดำเนินคดีฮั้ว สว. ต่อพรรคภูมิใจไทย เป็นการเอาคืนทางการเมือง เป็นเกมการเมือง ต้องการล้มกระดานสว.ชุดปัจจุบัน ที่เรียกว่า สว. สายสีน้ำเงิน
4.ถ้าหากนายกฯแพทองธาร ไม่สามารถคุ้มครอง หรือให้ความเป็นธรรมได้ เรื่องนี้จะลุกลามไปถึงพรรคภูมิใจไทย เพราะว่าตัวบุคคลล้วนแต่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยเป็นส่วนใหญ่
5.พรรคภูมิใจไทยกำลังวิตกกังวล เพราะข้อหาที่ถูก กกต.และDSIกล่าวหา คือล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีโทษถึงขั้นยุบพรรค
นายอนุทิน จึงนำเรื่องนี้ปรึกษาและขอความเป็นธรรมกับนางสาวแพทองธาร เพราะรู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ น่าจะเป็นนายทักษิณ บิดาของนางสาวแพทองธาร และเป็นการเอาคืนทางการเมืองกัน เป็นการเล่นเกมการเมืองกัน ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน และคนที่จะเคลียร์ปัญหานี้ได้ และให้ความเป็นธรรมกับพรรคภูมิใจไทยได้ ก็น่าจะมีแต่นางสาวแพทองธารเท่านั้น
ถ้าหากว่านางสาวแพทองธาร ไม่สามารถเคลียร์ปัญหา หรือคุ้มครอง หรือช่วยเหลือพรรคภูมิใจไทยได้ อนาคตทางการเมืองของรัฐบาลชุดนี้ จะไม่ราบรื่น นอกจากเรื่องการยึดกระทรวงมหาดไทยคืนจากพรรคภูมิใจไทยแล้ว คดีฮั้ว สว.ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พรรคภูมิใจไทย กำลังถูกกระทำจากพรรคเพื่อไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คณะประชาชนทวงความยุติธรรมร้อง 'ส้ม-แดง' หวั่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดนรื้อ
'ภาคประชาชน' ยื่น 'พรรคประชาชน-เพื่อไทย' วาระ 94 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง หวั่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดนรื้อ ย้ำสนับสนุนรัฐธรรมนูญใหม่ยึดโยง ปชช.
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
'อนุทิน' สวนเจ็บ 'ไอซ์ รักชนก' จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องพรรคคนอื่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง ว่า
'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่
ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง
'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้
พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%
จับตา 2 กลุ่มในภูมิใจไทย เสี่ยงถูกปรับพ้นรัฐมนตรี
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้จับตา 2 กลุ่มรัฐมนตรีเสี่ยงถูกประเมินผลงาน หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนนอกหรือมืออาชีพ ที่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในช่วงที่ผ่านมา

