'วิรังรอง' ร่ายยาวเหตุผล 7 ข้อ ขอร้องนักวิชาการยกเลิกถวายฎีกา อย่าให้ระคายเบื้องพระยุคลบาท

26 มิถุนายน 2568 - จากกรณี ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รวมทั้งนักวิชาการ นักวิจัย และอาจารย์มหาวิทยาลัย จำนวน 55 คน ลงชื่อถวายฏีกา เพื่อพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติบ้านเมือง เนื่องจากได้พบการกระทำอันเป็นการทรยศต่อชาติของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายอีกหลายฉบับ ไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอีกต่อไป

จากนั้น นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ และนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 30 โพสต์ข้อความว่า ขอร้องนักวิชาการ 55 ท่าน พิจารณายกเลิกการถวายฎีกาขอให้ในหลวงพระราชทานแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติบ้านเมือง

ต่อมา นางวิรังรอง ทัพพะรังสี โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง เผยแพร่บทความมีเนื้อหาดังนี้ ดิฉันเขียนบทความนี้เพื่อขอร้องให้นักวิชาการทั้ง 55 ท่านพิจารณาทบทวน ยกเลิก การถวายฎีกาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติบ้านเมืองในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ โดยดิฉันมีเหตุผลดังนี้ (ขออนุญาตเขียนคำแบบชาวบ้านนะคะไม่เก่งราชาศัพท์)

๑. พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นเป็นปัญหาการเมือง สถานะของรัฐบาลกำลัง ตกต่ำถึงที่สุด ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม การถวายปัญหาให้พระองค์ต้องแก้ไขเป็นการรบกวนและระคายเบื้องพระยุคลบาท

๒. ในหลวงไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ทุกครั้งที่มีปัญหาท่านจะพระราชทานความช่วยเหลือ ล่าสุดก็เรื่องชายแดนดังที่เป็นข่าวทราบกันดี ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ดิฉันเชื่อว่าไม่พ้นจากพระเนตรพระกรรณ ถ้าหากพระองค์ท่านทรงคิดว่าสมควรที่จะลงมาจัดการปัญหานี้ เป็นการดีต่อประเทศชาติ ท่านคงทำนานแล้ว ไม่ต้องรอให้นักวิชาการถวายฎีการ่ายยาวถอดคลิปเสียงไปถวายท่าน

๓. พระมหากษัตริย์ ทรงมีองคมนตรีเป็นที่ปรึกษาถึง ๑๙ ท่าน แต่ละท่านเป็นผู้ที่จงรักภักดีมีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ ก็ไม่เคยได้ข่าวว่ามีองคมนตรีท่านใดถวายคำแนะนำให้ในหลวงลงมาแก้ปัญหาการเมืองในขณะนี้

๔. ขณะนี้ยังมีกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช. อีกไม่กี่วันก็จะทราบแล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่ ควรจะอดทนให้ถึงเวลานั้น และนี่ก็ถือโอกาสส่งข้อความกราบเรียนท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าท่านคือความหวังของประชาชนว่า ในวันที่ ๑ กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ท่านจะไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง พวกเราประชาชนพยายามทำทุกอย่างแล้ว แต่โอกาสที่นายกฯ จะลาออกเองไม่มี เพราะในอดีตทั้งพ่อและน้าสาวของนายกนั้น ประชาชนไล่เท่าไหร่ก็ไม่ลาออก แต่มาจบที่ศาลใช้หลักนิติรัฐตามกฎหมายจนต้องหนีไปทั้งคู่ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ดิฉันคิดว่านายกน่าจะมีจุดจบวิบากกรรมส่งผลเพราะการกระทำของตัวเอง ด้วยคำสั่งศาลแบบเดียวกับพ่อและน้าสาว

วันนี้ดิฉันได้ข่าวว่า ท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ลำบากใจว่าจะรับ หรือไม่รับคำร้อง ดิฉันไม่แน่ใจว่านี่เป็นข่าวจริงหรือไม่ และไม่ทราบว่าทำไมท่านต้องลำบากใจ เพียงแต่ท่านวินิจฉัยตามข้อกฎหมายที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ บ้านเมืองก็จะสงบสุขขึ้น ประชาชนไม่ต้องออกมาลงถนน ถ้าประชาชนพึ่งสถาบันตุลาการได้ ก็จะไม่มีใครคิดถวายฎีกาให้ระคายเบื้องพระยุคลบาท

๕. นอกจากกระบวนการยุติธรรมซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ เรายังมีกลุ่มประชาชน ที่มีความกล้าหาญ แสดงออกซึ่งการต่อสู้ตามวิถีประชาธิปไตย นัดชุมนุมโดยสงบ เรียกร้องกดดันให้นายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาลลาออก เพราะหมดความชอบธรรม ประชาชนไม่สามารถไว้วางใจให้นายกฯ และรัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศต่อไปได้ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ เราจึงจะใช้สิทธินั้นผ่านการชุมนุมในวันเสาร์ที่ ๒๘ นี้

๖. การถวายฎีกาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติบ้านเมืองนั้น ดิฉันเข้าใจว่าถ้าจะพูดง่าย ๆ ก็คือ ขอพระราชทานนายกใหม่ หรืออาจจะถึงกับคณะรัฐบาลด้วย

แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมิได้บัญญัติให้สามารถมีนายกคนนอกได้ และไม่มีบทบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ พระราชทานนายกฯ หรือแต่งตั้งคณะรัฐบาลโดยตรงเช่นกัน การกระทำใด ๆ ที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญถือว่าผิด บังคับใช้ไม่ได้ แล้วจะถวายฎีกาให้พระมหากษัตริย์ทรงกระทำผิดรัฐธรรมนูญหรือ

การที่มีผู้เรียกร้องให้มีนายกคนนอก หรือขอนายกพระราชทานในขณะที่ยังสามารถใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎ หรือ ข้อบังคับ แก้ไขสถานการณ์ได้ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

เว้นเสียแต่ว่า เช่น เกิดกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถจะบริหารบ้านเมืองต่อไปได้ แคนดิเดตนายกฯ ป่วยหนักขั้นวิกฤต เส้นเอ็นเปื่อยยุ่ย ใกล้ตายไม่สามารถรับตำแหน่งได้เลยสักคนเดียว หรือตั้งรัฐบาลไม่ได้ เกิดสุญญากาศทางการเมือง ถึงทางตันไม่มีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาได้

รัฐธรรมนูญบัญญัติฉบับปี พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๕ มีบทบัญญัติซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ คือ "เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

รัฐธรรมนูญจะเขียนไว้อย่างกว้าง ๆ ถ้าจะตีความว่าพระมหากษัตริย์พระราชทานนายกฯ คนนอก หรือคณะรัฐบาลได้ ก็ควรที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความให้ชัดเจนก่อน แต่ที่สำคัญก็คือ ต้องไม่มีบทบัญญัติใดแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้ได้ จึงจะสามารถใช้ตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

๗.การรวบรวมรายชื่อเพื่อถวายฎีกานี้ดิฉันเห็นแชร์รวบรวมรายชื่อในกลุ่มไลน์ประมาณ ๓ -๔ วันที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นเริ่มมีผู้ลงชื่อประมาณ 2-3 คน รวมผู้ริเริ่มด้วยแล้ว เชื่อว่าจะมีคนแชร์ต่อออกไปอีก

ดิฉันเห็นรายชื่อนักวิชาการหลายท่านที่ดิฉันรู้จักชื่อเสียงของท่านดิฉันเชื่อว่าท่านมีเจตนาดีในการร่วมลงชื่อถวายฎีกา แต่การกระทำอันเร่งรีบที่จะยื่นให้ได้ภายในวันที่ ๒๗ ก่อนชุมนุม ๑ วัน และก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเพียง ๔ วัน ทำให้เกิดข้อสงสัยจนมีคำถามเกิดขึ้นว่าความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ มีเจตนาอะไรเบื้องหลังหรือเปล่า เพราะหลังจากสื่อเริ่มทำข่าว ก็มีอีกข่าวหนึ่งที่เงียบมานาน ตามมาเหมือนสอดรับทันทีกับเรื่องการถวายฎีกาคือ รัฐบาลถอยเสนอกฎหมายกาสิโน แต่กลับดันร่างกม. นิรโทษกรรมเข้าแทน

พวกเราที่ติดตามการเมืองก็ทราบกันอยู่ว่า พรรคการเพื่อไทยและพรรคส้ม พยายามผลักดันเรื่องนิรโทษกรรมตลอดมา การถวายฎีกาให้ในหลวงทรงแก้ปัญหาการเมืองในขณะนี้ ถึงแม้พระองค์ท่านจะมิได้ทรงทำอะไร แต่ก็เป็นการดึงพระองค์ท่านลงมาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสถาบัน และที่สำคัญ จะทำให้พรรคการเมืองทั้งสองใช้เป็นข้ออ้างผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมได้

เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลข้างต้นแล้ว ดิฉันเห็นว่าเราควรใช้ช่องทางในการแก้ปัญหาทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
- ตามขั้นตอน และกระบวนการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ (ข้อ ๔ ที่กล่าวมาข้างต้น) และ
- ตามวิถีประชาธิปไตย (ข้อ ๕ ที่กล่าวมาข้างต้น)

ดูเรื่องถวายฎีกานี้ ก็คล้ายกับเรื่องนายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาล ผู้ที่เป็นต้นคิดที่จะถวายฎีกาก็คล้ายนายกฯ พรรคร่วมรัฐบาลก็เปรียบเสมือนนักวิชาการ ๕๔ ท่านที่ร่วมลงชื่อ นายกไม่ลาออก-ผู้ริเริ่มจะถวายฎีกาก็ไม่ยกเลิก แต่ถ้านักวิชาการที่ร่วมลงชื่อ ๕๔ ท่านถอนรายชื่อไม่ร่วมด้วย ก็อาจจะทำให้ผู้ที่เป็นคนต้นคิดเรื่องถวายฎีกาได้ทบทวนว่าจะยังคงเดินหน้าคนเดียวต่อไปหรือยกเลิก

จึงขอร้องท่านนักวิชาการทั้ง ๕๕ ท่านได้โปรดพิจารณายกเลิกการถวายฎีกาในวันที่ ๒๗ มิถุนายน แล้วออกมาร่วมต่อสู้กับกลุ่มพลังประชาชนในวันที่ ๒๘ มิถุนายนนี้ จะด้วยการออกแถลงการณ์ หรือการมาร่วมแบบตัวเป็น ๆ ก็ยินดีค่ะ

วิรังรอง ทัพพะรังสี

๒๖ มิ.ย. ๒๕๖๗

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล หากออกมาเป็นลบ ถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีพ!

"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมครองเมือง "ปปช.ชี้มูล" อดีต 44 สส.ก้าวไกล ทำให้ "หัวก้าวหน้า" อ่อนแรง ผลคดี หากเป็นลบ ถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีพ 

'เทพไท' สะท้อนผลเลือกตั้ง 5 ปรากฎการณ์การเมือง ชัยชนะฝ่ายอนุรักษ์นิยม กระแสแพ้กระสุน

เทพไท โพสต์แสดงความยินดีกับพรรคการเมือง  และผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน

ผมคลั่งชาติ 'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ลั่น พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดิน

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณีกัมพูชาเรียกร้องดินแดนคืน ว่า

'เอ็ดดี้' ชี้ ถ้าฝ่ายอนุรักษ์นิยมแห่ vote no ส้ม-แดง-เทา จะกวาด สส.ไปหมด

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่า อย่า Vote No เด็ดขาด ถ้าฝ่ายอนุรักษ์นิยมแห่กัน vote no ส้ม-แดง-เทา จะกวาด

ทร.แจงเหตุแก๊งจีนรื้อลวดหนามบ้านท่าเส้น ฉก.นย.ผลักดันกลับพร้อมวางแนวลวดหนามใหม่

ทร. แจงเหตุแก๊งจีนรื้อลวดหนาม บ้านท่าเส้น หวังเอาทรัพย์สินคืน ไม่พบเจตนาละเมิดไทย ฉก.นย.ผลักดันกลับ พร้อมวางแนวลวดหนามใหม่ ยืนยันควบคุมพื้นที่ตามแนววางกำลังตามข้อตกลงร่วม ยอมรับไม่สบายใจ แต่พยายามทำดีที่สุด