02 ก.ค.2568 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “โรคไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ (Severe Fever with Thrombocytopenia, SFTS) พบได้ในประเทศไทย” ระบุว่า โรคไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ (SFTS) อาการคล้ายไข้เลือดออก แต่มีความรุนแรงมากกว่า โดยจะมีไข้สูง บางรายถึง 40 องศา และอยู่นานกว่าไข้เลือดออก มีเกล็ดเลือดต่ำ และอาจเกิดความล้มเหลว ในระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย ทำให้เสียชีวิตได้
โรคนี้พบมากในประเทศจีนตะวันออก เกาหลี ญี่ปุ่น มีเห็บเป็นพาหะ และรู้จักกันมานานกว่า 15 ปี มีอัตราเสียชีวิตในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำโรคประจำตัว ได้มาก
ทีมวิจัยของศูนย์วิจัยเชี่ยวชาญไวรัส, ได้ทำงานวิจัยเรื่องนี้มาเกือบ 5 ปี และทำมาโดยตลอด โดยรายงาน 3 รายแรก ที่รอบนอกกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และชลบุรี ไว้ในวารสารที่มีชื่อเสียง Emerging Infectious Disease (EID) ได้มีการพัฒนาการตรวจวินิจฉัย ได้อย่างรวดเร็ว โดยการใช้ real time RT-PCR เช่นเดียวกับโควิด 19 และมีการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว สายพันธุ์ในประเทศไทยเป็นกลุ่มแรกของประเทศ ทำให้รู้รายละเอียดต่างๆอย่างมาก
หลังจากนั้นก็ได้ร่วมงานกับทีมงานของ AFRIM ทำการศึกษาในผู้ป่วยที่มีไข้สูงไม่ทราบเหตุ ประมาณ 1 พันราย ก็พบโรคนี้ได้ประมาณ 1.6% และยังมีการศึกษาในตัวกลาง vector พบในไรอ่อน ของหนู (Chigger) และกำลังศึกษาในเห็บชนิดต่างๆที่อยู่ในประเทศไทย
SFTS เชื่อว่าพบได้ทุกแห่งในประเทศไทย แต่ที่ผ่านมา ไม่ได้รับการวินิจฉัย เพราะขาดการตระหนักรับรู้ และไม่มีวิธีการตรวจ ซึ่งขณะนี้ก็มีการพบที่เพชรบูรณ์ ทางศูนย์ยินดีให้ความสนับสนุน ในเรื่องการตรวจวินิจฉัย เพราะได้พัฒนาวิธีการตรวจ ได้อย่างรวดเร็ว และมี positive control รวมทั้งตรวจภาวะภูมิต้านทาน IgG และ IgM ที่จะทำให้วินิจฉัยได้ดีขึ้น
การศึกษาในประเทศไทยคงจะต้องทำต่อไป โดยเฉพาะจะต้องหาให้ได้ ว่าตัวกลางของโรคนี้ คืออะไร จะเป็นตัวเห็บ อย่างที่พบในประเทศจีนหรือไม่ เพราะตัวเห็บที่พบในประเทศจีน ส่วนใหญ่เป็น Haemaphysalis longicornis หรือ long horn tick แต่เห็บสุนัขไทยในบ้านเราเป็น สายพันธุ์ Rhipicephalus sanguineus ขณะนี้จึงยังจำเป็นที่จะต้องศึกษาให้ละเอียดในประเทศไทย เพื่อเป็นมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามอยากให้มีการขอทุนได้อย่างฉุกเฉิน เพื่อเข้าไปทำการศึกษาได้อย่างรวดเร็วมากกว่าวิธีการที่จะขอทุนรอข้ามปี เพื่อผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 พันล้านต่อปี! หมอยงประเมินเงินใช้จ่ายตีพิมพ์ผลงานวิชาการไทยในนานาชาติ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
'หมอยง' ชี้พัฒนาวัคซีน ยังไล่ตามวิวัฒนาการ 'ไวรัส' มากกว่าสกัดกั้น
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์
'หมอยง' ยกข้อมูลชี้ชัด ความรุนแรงโควิด-19 ปัจจุบัน ไม่ต่างกับไข้หวัดใหญ่
หมอยงชี้นับตั้งแต่มีการระบาดใหญ่ของโลกโควิด 19 เข้าสู่ปีที่ 6 ในปีแรกที่โรคระบาดทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน ไม่เคยติดเชื้อ ไม่เคยได้รับวัคซีน ทุกคนมีสิทธิ์ติดโรคได้เท่ากัน
“ติดจุฬาฯมีงานทำ!” จุฬาฯ ดึงบริษัทชั้นนำ–ผู้ประกอบการรอบมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้นิสิตเก็บประสบการณ์จริงตั้งแต่ปีแรก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดแนวคิดใหม่ในการเตรียมนิสิตสู่โลกการทำงาน ไม่รอให้ถึงปีสุดท้ายหรือใกล้เรียนจบ แต่เปิดโอกาสให้นิสิตเริ่มค้นหาตัวเอง สร้างรายได้ และสะสมประสบการณ์การทำงานจริงได้ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายบริษัทชั้นนำ พันธมิตรของมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการจำนวนมากในพื้นที่รอบจุฬาฯ

