28 ต.ค.2569 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เรื่องของกะพือ การทำงานวิจัยร่วมกับเอกชน” ระบุว่า เมื่อผมเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ ผมดีใจมากที่ภาคเอกชน (เสนอโครงการมาให้ทำวิจัย โดยเฉพาะบริษัทยา) การทำงานร่วมกับเอกชน ไม่ใช่เป็นเรื่องผิด แต่ในขณะเดียวกัน นักวิจัยก็ไม่ควรที่จะถูกเอาเปรียบ เมื่อผมทำไประยะหนึ่ง ผมรู้เลยว่า ความเอาเปรียบของภาคเอกชนเป็นอย่างไร โครงร่างเขาเขียนมาให้เรา เปรียบเหมือนเราเป็นลูกจ้าง ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ และเห็นประโยชน์จากตัวเรา ก็คงจะไม่มาอาศัยเราทำ ทุกครั้งสัญญา จะต้องอ่านให้ละเอียด โดยทั่วไปบางครั้งเราไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าสัญญาเขียนว่าอย่างไร ผมจำได้ดีว่า ในสัญญา บางครั้งเขียนว่า ถ้ามีข้อโต้แย้ง หรือมี Conflict ต้องขึ้นศาล ในต่างประเทศที่บริษัทเอกชนจะมาทำสัญญากับเรา ผมอ่านแล้วก็อื้ง ยืนกรานเด็ดขาด เราทำวิจัยในประเทศไทย ถ้ามีข้อโต้แย้งจะต้องขึ้นศาลไทย ไม่เช่นนั้นก็ไม่ยอมเซ็น ถ้าเขาต้องการเราเขาก็ยอมแก้ ปัจจุบันสัญญายาวมาก ใครเป็นคนเขียน ก็จะเอนเอียงไปหาตัวเอง ระยะหลัง จึงต้องมีนักกฎหมายของมหาวิทยาลัยให้เป็นที่ปรึกษา และยังมีอีกมาก เพื่อความโปร่งใสสัญญาควรจะเปิดเผยได้ ประเทศไทยมีความสามารถทำการทดลองทางคลินิกได้เป็นอย่างดี และต้นทุนถูก แต่ขณะเดียวกันราคายาก็ไม่ได้ลดลง
สิ่งที่สำคัญภาคเอกชนถ้าไม่ได้ประโยชน์ หรือเขาทำเองได้ เขาคงไม่มาหาเรา ตัวอย่างสมมุติ เช่นการวิจัยกะพือ ผมดูเครื่องมือที่ใช้แล้ว เช่น GC MS และอื่นๆอีกมาก GC MS ที่มีราคาแพงมาก ราคาตั้งแต่ 4 ล้านถึง 12 ล้านบาท ราคากลางจะอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านบาท สถานที่และห้องแลป และเครื่องมือต่างๆรวมทั้งความรู้ความสามารถอีกมากมาย ซึ่งเครื่องมือทั้งหมดซื้อด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินเป็นส่วนใหญ่ และในขณะเดียวกัน ก็คงจะต้องดูผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น หรือสิทธิประโยชน์ จะต้องแบ่งปัน ให้เหมาะสม และเป็นธรรม ถ้าข้าวผัดกระพือขายดี นักวิจัย มหาวิทยาลัย ก็ควรจะได้ประโยชน์ด้วย สัก 0.001% ก็ยังดี ไม่ใช่เพียงแต่ว่าดีใจได้รับทุน และมีทุนวิจัยของไทยจำนวนมากที่เป็น matching fund ไม่ใช่เรารับจ้างทำของ ใช้เครื่องมือหลวง ผมไม่เคยแคร์ ว่างานวิจัยจะขึ้นหิ้ง ถ้าไม่มีของบนหิ้ง แล้วจะเป็นห้างได้อย่างไร
เราทำงานวิจัยเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ปรับเปลี่ยนนโยบายการฉีดวัคซีนให้เหมาะสมกับคนไทย ยกตัวอย่างเช่น ตารางการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีในประเทศไทย ไม่เหมือนประเทศใดในโลก เพราะเหมาะสมสำหรับประเทศไทย และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค เกิดจากงานวิจัยที่เราทำมาตลอด 40 ปี
ในระยะหลังนี้ ภาคเอกชนโดยเฉพาะจากต่างประเทศ จึงไม่ค่อยมาเจรจาทำวิจัยทางคลินิกกับผม ผมจะไม่ยอมเสียเปรียบอย่างแน่นอน และสัญญาทุกอย่างจะต้องมีความเป็นธรรม โปร่งใส ผลประโยชน์ที่ได้ ส่วนหนึ่งจะต้องกลับคืนสู่ประชาชนไทย และจะต้องคำนึงถึงผลระยะยาวที่อาจจะเกิดขึ้น ส่วนใครจะทำก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล หรือมหาวิทยาลัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอยง' ชวนให้คิด 5 เรื่อง! 'จดลิขสิทธิ์' ต้องไม่ไปเบียดบังสิทธิผู้อื่น
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในหัวข้อ
'หมอยง' ชี้โรคทางเดินหายใจในห้วงเดือนตุลาคม
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อุเทนถวายยังไม่จบ! 'ยศชนัน' นัดหารือ 22 ต.ค.
'ยศชนัน' รับไม่สบายใจ ทำเรื่อง 'อุเทนถวาย' เตรียมหารือ 22 ต.ค. ยันรับฟังเสียงทุกฝ่าย ยืนยันไม่ใช้ที่ดินเดิมในเชิงพาณิชย์
'หมอยง' ชี้ข่าวดียุคเอไอ! โอกาสทองของนักวิชาการและสำนักพิมพ์
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก
'หมอยง' ห่วงโรคมือเท้าปากระบาด ชี้อีสานมีสายพันธุ์ EV71 มาก เสี่ยงสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
จากการศึกษาของศูนย์ เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก ของจุฬา พบว่าเมื่อเปรียบเทียบการศึกษาที่ขอนแก่น มือเท้าปาก จะพบเชื้อ EV71 ในจำนวนที่สูง

