
'จตุพร' ซัดรัฐบาลมีมติถอน กม.บ่อน ขี้โม้ โกหก เมื่อถอยยังอวดอ้างสารพัด เตือนระวังสอดไส้กาสิโนทีเผลอ เย้ย แน่จริงไปหาเสียงให้ ปชช.ตัดสินใจ ฟาดคุยไว้มาก แต่เจรจาภาษี'ทรัมป์' เหลวไม่ลดภาษี 30% ซ้ำเติมเศรษฐกิจทรุดฮวบ จับตาทักษิณมีหนาวไต่สวนชั้น 14
9 ก.ค.2568 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยเตือนว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะถอนร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์หรือบ่อนกาสิโนออกจากการพิจารณาของสภานั้น ระวังจะเป็นการสับขาหลอก รอประชาชนทีเผลอจึงดันกลับเข้าสภาอีกครั้ง
นายจตุพร ตำหนิรัฐบาลว่า เวลาอยากได้ก็อวดอ้างยิ่งใหญ่ถึงขั้นนำไปเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจสู้กับภาษีทรัมป์เรียกเก็บจากไทย 36% แต่เมื่อถึงเวลาถอยเพื่อถอนกฎหมายบ่อนกาสิโนยังมาอธิบายประชาชนไม่เข้าใจ ประเทศเสียโอกาส ดังนั้น พรรคเพื่อไทยถ้าแน่จริงอย่าถอย ใครไปบังคับ เพราะคำอธิบายอย่างไง รัฐบาลก็ไม่ฟังเสียงประชาชนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การประชุม ครม.เมื่อ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา มีมติให้ถอนร่างกฎหมายบ่อนกาสิโนออกจากการพิจารณาของสภา แต่ต้องได้รับมติจากสภาในวันที่ 9 ก.ค.เสียก่อนว่าให้ถอนได้หรือไม่ ดังนั้น ที่ประชุมสภาต้องธิบายซักถามเหตุผล ทั้งๆที่รัฐบาลเคยคุยโวความจำเป็นต้องเลื่อนมาเป็นวาระที่ 1 ให้สภาพิจารณา
"เวลาถอย (ร่างกฎหมายบ่อนฯ) ยังน่าอับอาย โกหกรักษาฟอร์มไปอีก จนคนไม่ไว้วางใจว่า จะซุ่มรอจังหวะอีกเมื่อไร เพราะการติดตามคนไม่มีสัจจะถึงอธิบายอย่างไรก็ไม่น่าฟัง ทั้งๆ ที่รู้ว่าไปไม่ได้ โม้ไว้เยอะ ขี้คุยแอบอ้างสารพัด และต้องถอนร่างกฎหมายการท่าเรือแห่งประเทศไทยออกจากสภาเสียด้วย"
นายจตุพร กล่าวว่า กรณีกฎหมายบ่อนกาสิโน ซึ่งคิดทำร้ายประเทศและประชาชนนั้น ต้องถูกขัดขวาง และถ้าพรรคเพื่อไทยแน่จริงควรเสนอเป็นนโยบายไปหาเสียงกับประชาชนด้วย จะได้ระดมการต่อต้านเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ
ส่วนศาลฎีกานักการเมืองไต่สวนกรณีชั้น 14 แม้รายละเอียดการซักถามไม่ให้เสนอข่าวได้นั้น แต่การซักถามพยานฝ่ายราชทัณฑ์กลับให้การไม่ตรงกัน ย่อมไม่เป็นคุณด้านบวกกับทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคาดผลสรุปออกมาคงพูดได้เพียงใครบางคนอาจต้องหนาวเอามากๆ
สิ่งสำคัญกรณีเจรจาภาษีทรัมป์ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ แม้ก่อนเจรจาได้อวดอ้างความสนิทสนมกับประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้ลดหย่อนกำแพงภาษี 36% เลย ดังนั้น เวลาที่เหลือจะเจรจาให้ลดลงเหลือแค่ 30% ก็ปางตายกันแล้ว
อย่างไรกก็ตาม เมื่อการเมืองเสียไปแล้ว ต้องสูญเสียทุกอย่างและไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย ซึ่งรัฐบาลยังไม่รู้ตัวกันอีก ถ้าถามว่า ทำไมประเทศส่วนใหญ่ไปเจรจาภาษีทรัมป์จบลงได้ แต่ไทยกลับไม่มีผลสรุปการเจรจา แล้วยังถูกสหรัฐยืนยันการเก็บภาษี 36% ไว้คงเดิมอีก จนซ้ำเติมให้เศรษฐกิจที่อยู่ท่ามกลางความยากลำบากยิ่งทรุดฮวบลงไปอีก
อีกทั้งกล่าวว่า ไทยเจรจาภาษีทรัมป์นั้น ไม่ได้ขึ้นกับเวลาว่า ไปเจรจาเร็วหรือช้า แต่ขึ้นอยู่กับผลความสำเร็จคืออะไร ยิ่งไปเจรจาช้าแล้วยังไม่ได้อะไรสักอย่าง ถึงรีบไปคุยเร็วสหรัฐก็ไม่รับนัดให้ไปเจรจา ดังนั้น ปัญหาจึงอยู่กับท่าทีของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นสิ่งกีดขวางความสำร็จ
นายจตุพร กล่าวว่า รัฐบาลไทยโม้อวดอ้วงตัวเองไว้เกินไป แล้วยังทำไม่สำเร็จจึงอับอายขายหน้า ที่สำคัญทำให้ประชาชนเดือดร้อน แล้วทำให้ประเทศที่อยู่แถวหน้าต้องหล่นมาอยู่ล้าหลังประเทศอื่นจนได้
"คำตอบการตกต่ำล้าหลังคือ เป็นเพราะการเมืองการปกครอง แม้มาจากคนถือปืนไปเป็นรัฐบาล หรือถือเงินเข้าไปเป็นก็ตาม อีกอย่างพรรคจัดวางตัวเองอยู่ฝ่ายก้าวหน้า มีอุดมการณ์ สส.ยังถูกซื้อขายมากเป็นลำดับต้นๆ นอกจากนี้การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านกับรัฐบาลยังไม่ทำอย่างสุดตัวตามที่ควรจะเป็นเลย"
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเสียเวลา เสียโอกาสจากการเมือง การปกครองที่ผิดพลาดมายาวนาน และไม่เคยคิดจะแก้ไข แต่นักการเมืองกลับแสวงหาอำนาจกัน โดยไม่คิดทำหน้าที่อย่างรัฐบุรุษที่คิดถึงอนาคตของชาติมากกว่าคิดแต่เรื่องตัวเอง ดังนั้น ในวันนี้จึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้ว ถ้าทุ่มเทการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นแค่เรื่องเดียวก่อน คงทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ และต่างชาติพร้อมมาลงทุนในประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจให้ดีโดยอัตโนมัติได้
เมื่อการเมืองคิดกันแบบง่ายๆ มีอำนาจแล้วเอาแต่โยกย้ายอธิบดีออกจากตำแหน่งเปิดทางให้คนของฝ่ายตัวเข้ามามีอำนาจ หากอีกฝ่ายมีอำนาจกลับมาก็เอาคืนกันอีก การเมืองแบบนี้ไม่ได้ทำให้ประเทศดีขึ้นเลย ดังนั้น การย้ายอธิบดีในกระทรวงมหาดไทยไม่ได้หมายความว่า จะทำให้ชนะเลือกตั้งได้เสมอไป แต่สิ่งสำคัญ เมื่อการเมืองบิดเบี้ยว หนทางข้างหน้าจึงหาความหวังไม่ได้
"ถ้ามานั่งเป็น รมต.มหาดไทยแล้วจะทำให้ชนะการเลือกตั้ง ถ้าเชื่อเช่นนี้ก็ยุบสภาเลย ซึ่งผมรู้ว่าเขาไม่ยุบหรอก แค่หาเสียงเรื่องคลิป เรื่องกาสิโนก็ตายคาสนามเลือกตั้งแล้ว ดังนั้น เมื่อการเมืองโกหก ปลิ้นปล้อนทำให้ประชาชนหลงเชื่อจึงเป็นอันตรายของชาติอย่างยิ่ง" นายจตุพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!
เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'จตุพร' กระตุกนายกฯ ปชช.ไม่ได้คิดรวย ขอแค่อยู่รอดก็พอ บี้เด็ดขาดทลายพ่อค้าสูบกำไร
'จตุพร' กระตุ้นนายกฯ ใช้ความกล้าหาญ เป็นผู้นำเด็ดขาดรื้อโครงสร้างน้ำมัน สร้างระบบตลาดยุติธรรม ยันไม่ใช่การตื่นตระหนกของประชาชน แต่น้ำมันที่กลั่นเพิ่มแล้วยังสูญหาย ลั่นยามวิกฤตหนักหน่วงปชช.ไม่ได้คิดถึงเรื่องรวย แต่คิดจะอยู่รอดอย่างไร เตือนประเทศจะพังทุกระบบ
'จตุพร' ชี้เปรี้ยงวิกฤตน้ำมัน รัฐบาลยืนข้างพ่อค้า ฉิบหายทุกราย
"จตุพร" มองวิกฤตน้ำมันถาโถม ราคาแพงซ้ำขาดแคลน คนต่อคิวยาวหน้าปั๊ม รัฐบาลไขสือถกหาพ่อค้ากักตุน พร้อมโชว์คิดตื้นให้ประหยัด ชี้สามัคคี ปชช.เปราะบาง เส้นอดอยากจวนหมดอดทน อารมณ์เดือดใกล้สู่กลียุค แย่งชิงอาหาร ส่วน สส.ค้านเลิกกินฟรี ขออิ่มสุขบนทุกข์ ปชช.
'จตุพร' ข้องใจ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงความจริง ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน
'จตุพร' ข้องใจ เอาไงกันแน่ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงด้วยความจริง อย่าซื้อเวลาเอาตัวรอดไปวันๆ ชี้ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน ชม 'ศุภจี-สีหศักดิ์' ถึงแถลงอึกอักยังโชว์ความคิดแก้ปัญหา ลั่นเรือโนอาห์ช่วยได้ ขอไทยตัดสินให้ดี
'ผู้ว่าฯชัชชาติ' ปธ.พิธีฌาปนกิจศพ 'สุทธิศักดิ์' วีรชนพฤษภา’35 หนุนสร้างอนุสรณ์สถานฯให้แล้วเเสร็จ
‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ ‘สุทธิศักดิ์ ผลแก้ว’ วีรชนพฤษภา’ 35 ‘อ.ปริญญา’ กล่าวสดุดีวีรกรรมที่ขัดขวางไม่ให้ตำรวจใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ประชาชน จนถูกทำร้ายพิการตลอดชีวิต เป็นภาพจำของเหตุการณ์พฤษภาฯที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และจะอยู่ในใจของทุกคน ขอบคุณผู้ว่าฯชัชชาติ รับปากจะสนับสนุนการจัดสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนฯให้แล้วเสร็จ หวังได้เปิดงาน 17 พ.ค. 2570 ร่วมกัน
'จตุพร' ซัดกลุ่มทุนอย่าแอบกอบโกยขึ้นราคาสินค้าช่วงสงคราม
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการแนวโน้มสงคราม ส่อขยายผลถล่มคลังน้ำมัน กระทบไทยเต็มๆ ซัดกลุ่มทุนอย่าแอบกอยโกยขึ้นราคา

