ป.ป.ช. เปิดเซฟ “นายกเบี้ยว” เจ้าของวลี “ชาวธัญบุรีกินหญ้าหวาน” หลังพ้นตำแหน่งนายกเทศบาลตำบลธัญบุรี พบมี 36 ล้าน หนี้ 4.8 ล้าน สะสมปืน 6 กระบอก
15 กรกฎาคม 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่น่าสนใจคือ นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือ “นายกเบี้ยว” กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกเทศบาลตำบลธัญบุรี เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2568
โดยนายกฤษฎา พร้อมด้วยนางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ คู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 36,786,796 บาท มีหนี้สิน 4,884,595 บาท
ทั้งนี้ในส่วนของทรัพย์สิน แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายกฤษฎา 32,263,899 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 5 บัญชีมูลค่า 2,214,707 บาท ที่ดิน 12 แปลง ในพื้นที่ปทุมธานี, นครนายก, สระบุรี มูลค่ารวม 11,705,191 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มูลค่า 15,000,000 บาท ยานพาหนะรถยนต์ 3 คัน มูลค่ารวม 2,020,000 บาท และทรัพย์สินอื่นมูลค่า 1,324,000 บาท
โดยที่น่าสนใจ อาทิ นาฬิกาข้อมือ 600,000 บาท 1 เรือน, สร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่องเลี่ยมกรอบ 5 องค์ 1 เส้น 250,000 บาท, แหวนเพชร 1 วง 90,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืนสั้นและปืนยาวรวม 5 กระบอก ประกอบด้วย ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ 9 มม., ปืนสั้นรีวอลเวอร์ .38, ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ .380, ปืนยาวลูกซอง 5 นัด ขาด 12, ปืนยาวเดี่ยวลูกซอง 5 นัด ขาด 12 และปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ 9 มม. อีก 1 กระบอก(แจ้งว่าสูญหาย) เป็นต้น
ส่วนนางยุพเยาว์ แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 4,522,897 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 3 บัญชีมูลค่า 2,007,201 บาท ที่ดิน 102,500 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยในพื้นที่ อ.นาโยง จ.ตรัง มูลค่า 1,577,500 บาท สิทธิและสัมปทาน ซึ่งเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิต 2 ฉบับ มูลค่ารวม 780,696 บาท และทรัพย์สินอื่น มูลค่า 55,000 บาท โดยเป็นสร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่องเลี่ยมกรอบ 1 องค์ และนาฬิกาข้อมือ และมีหนี้สิน 4,884,595 บาท
อย่างไรก็ตามในการยื่นบัญชีทรัพย์สินดังกล่าว นายกฤษฎา ยังแจ้งว่ามีเงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร 3,333,765 บาท ขณะที่นางยุพเยาว์ คู่สมรส มีเงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร 1,945,300 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช. สั่งไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' ปี 64 เป็นคดีพิเศษ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับกรณี ทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่น ปี64 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังพบพฤติกรรมแก้คะแนนจากสอบตกให้เป็นสอบผ่าน
ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน
ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เกรียง กัลป์ตินันท์' พร้อมเครือญาติกับพวก ทุจริตก่อสร้างถนน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ไต่สวนทุจริตสอบท้องถิ่น 6,014 คน มีชื่อ 2 อดีตอธิบดี สถ. ภรรยากรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาด้วย
เปิด 4 กลุ่มถูก ป.ป.ช. ตั้งกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบมีมีจำนวนมากถึง 6,014 คน โดยในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีชื่อของ 2อดีตอธิบดีคือ 1.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันที่ 29 ก.ค.-11 พ.ย. 2568
ป.ป.ช. ลุยตั้งกก.ไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' เป็นคดีพิเศษ พุ่งเป้า 4 กลุ่ม รวมอธิบดี สถ.
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯป.ป.ช. แถลงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือใ
ป.ป.ช. ฟันขบวนการรีดเงินต่างชาติ 6 ล้านบาท แลกปล่อยตัวจาก ตม.ภูเก็ต
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวิทยา สมศรีษมสกุล กับพวก รวม 6 คน กรณีร่วมกันเรียกรับทรัพย์สิน จํานวน 6 ล้านบาท เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานเพื่อให้ดําเนินการปล่อยตัว (ประกันตัว)

