14 สิงหาคม 2568 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จากกรณี สส.เพื่อไทย ได้เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญเลื่อน 6 เดือนพิจารณาคดีคลิปฮุนเซนอ้างเหตุการณ์ประเทศไม่ปกติ แต่ไม่คิดต่ออายุแม่ทัพภาคที่ 2 !?!!
โดยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา สื่อฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวว่า "เพื่อไทยวอนศาลเลื่อนพิจารณา6เดือน คดีคลิปฮุนเซนอ้างเหตุการณ์ประเทศไม่ปกติ"
กรณีคลิปฮุนเซนเกิดจากการที่น.ส.แพทองธาร นายกรัฐมนตรีไทยใช้ความสนิทสนมส่วนตัวโทรศัพท์พูดคุยกับฮุนเซนประธานวุฒิสภากัมพูชาโดยใช้คนสนิทของฮุนเซนเป็นล่ามให้ และประเด็นที่ประชาชนไม่พอใจมากคือ
คลิปเสียงหลุดของน.ส.แพทองธารที่รายงานตรงต่ออังเคิลฮุนเซน ยกตัวอย่างเช่น
"ไม่อยากให้ uncle (อา) ไปฟังคนที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับเรา เพราะว่าพอไปฟังฝั่งตรงข้าม อย่างพวกแม่ทัพภาคสอง เป็นคนของฝั่งตรงข้ามหมดเลย ซึ่งพอเป็นฝั่งนั้นก็ไม่อยากให้ท่านรู้สึกไม่ชอบใจหรือโกรธ เพราะจริง ๆ แล้วไม่ใช่ความตั้งใจของเราเลยค่ะ"…
“เพราะตอนนี้ทางนั้นเขาอยากจะดูเท่ เขาก็จะพูดอะไรออกมาที่มันไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติค่ะ แต่ว่าจริง ๆ ที่เราต้องการ คือต้องการความสงบสุขให้เกิดขึ้นเหมือนตอนก่อนที่จะปะทะกันตรงชายแดนค่ะ"…
”ให้ท่านฮุนเซนเห็นใจหลานหน่อย เพราะว่าตอนนี้คนในประเทศไทยเขาไล่เราไปเป็นนายกฯ ที่เขมรหมดแล้ว“…
"จริง ๆ แล้วถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้"
คลิปเสียงของน.ส.แพทองทอง ไม่อาจทำให้คนไทยทั้งประเทศเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเห็นว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนละฝ่ายกับแม่ทัพภาค2 และหลังจากคลิปเสียงของหลานกับอังเคิลหลุดออกมาได้ เดือนเศษ ฮุนเซนก็เปิดฉากบัญชาการโจมตีปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล โรงเรียน บ้านเรือนราษฎรไทย เป็นเหตุให้พลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีเด็กเสียชีวิตด้วย
อาจกล่าวได้หรือไม่ว่า คลิปเสียงหลุดของหลานกับอังเคิลนั้นคือ คลิปเสียงชักเขมรเข้าลึกชักศึกเข้าไทย ทำให้ทหารไทย พลเรือนไทย ล้มตาย บาดเจ็บ สูญเสียทรัพย์สิน และกลายเป็นคนไทยอพยพหนีสงครามในแผ่นดินของตนเอง
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับแม่ทัพภาค2 ซึ่งเป็นผู้มีความดีความชอบในการต่อต้านการรุกรานของกัมพูชาอย่างเต็มที่ จนกลายเป็นวีรบุรุษ เป็นขวัญของประชาชนไม่เฉพาะ ประชาชนชายแดนเท่านั้น แต่เป็นวีรบุรุษขวัญใจของประชาชนไทยทั้งประเทศที่ไม่ต้องการให้กองทัพเปลี่ยนม้ากลางศึก และเรียกร้องให้รัฐบาลต่ออายุราชการให้พล.ท.บุญสิน พาดกลางในตำแหน่งแม่ทัพภาค 2 ไปก่อน จนกว่าจะเสร็จศึกกับกัมพูชา แต่รัฐบาลออกมาตอบว่าทำไม่ได้ เพราะจะเสียหายต่อระบบราชการ
แต่กับกรณีคลิปเสียงฮุนเซ็นที่นางสาวแพทองธารทำผิดอย่างชัดเจน จนประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์เป็นไส้ศึกหรือไม่ และไม่สามารถไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปแม้แต่วันเดียวนั้น แต่แล้วกลับมีคนของพรรคเพื่อไทยกล้าขอให้ศาลรัฐธรรมนูญชะลอการพิจารณาคดีคลิปเสียงหลุดและยกเลิกคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร
ในที่นี้ดิฉันจึงขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจก่อนว่ามีความห่วงใยในสถานการณ์วิกฤตของประเทศด้วยการเห็นชอบในสิ่งที่สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
1.เสนอต่ออายุราชการแม่ทัพภาค2 ไปจนกว่าสถานการณ์ไม่ปกติจะคลี่คลายอย่างน้อย 6 เดือน
2.จากนั้นให้พล.ท.บุญสิน พาดกลางเป็นผู้เลือกแม่ทัพภาค 2 คนต่อไป และแต่งตั้งพล.ท. บุญสิน พาดกลางเป็นที่ปรึกษาแม่ทัพภาค2คนใหม่อย่างเป็นทางการ
3.เสนอให้พล.ท.บุญสิน พาดกลาง เป็นรัฐมนตรีกลาโหมที่มีตำแหน่งว่างอยู่
ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจให้ประชาชนเห็นว่าเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมืองอย่างที่พูดเสียก่อน ไม่ใช่อ้างเพื่อให้นายน้อยได้ไปต่อเท่านั้น ใช่หรือไม่?!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว! เรืองไกรร้องศาลปกครองเพิกถอนทำประชามติเหตุคำถามไม่ตรงคำวินิจฉัยศาล
เรืองไกรร้องศาลปกครอง เพิกถอนการทำประชามติ เหตุรัฐสภาไม่ได้มีมติตามคำบังคับศาลรัฐธรรมนูญ
มติเอกฉันท์! ไม่รับคำร้อง MOA 'เท้ง-หนู'
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ปมMOA 'เท้ง-หนู' เหตุผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ยื่น
จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.
ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
แม่ทัพภาค 2 ตรวจเยี่ยมการทำลายทุ่นระเบิด-กระสุนปืนใหญ่ตกค้างพื้นที่ อ.บ้านกรวด
แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการจัดทำลายวัตถุระเบิดและกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชา ที่ยิงตกลงมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จำนวน 9 ลูก ที่ตรวจพบยังไม่ระเบิด การจุดระเบิดทำลายในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยดี ส่วนการสู้รบรอบที่ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ บอกเป็นเรื่องของอนาคต ขอให้ทำปัจจุบันให้พร้อม

