
19 ส.ค. 2568-ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือ และนายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้มีการถ่ายทอดการไต่สวนน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ในคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซนประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ในวันที่ 21 ส.ค.นี้ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด
นายสมชาย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดจากคลิปเสียงก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างมีการจนเกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของทั้งทหารและประชาชน และยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้นจึงเห็นว่าการไต่สวนน.ส.แพทองธาร นายกรัฐมนตรี จึงควรเปิดเผยต่อสาธารณชนเนื่องจาก ไม่ใช่ทุกกรณีที่ศาลจะอนุญาตให้มีการเปิดเผย ในกรณีนี้จึงอยากขอความเมตตาต่อศาล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและพวกตนเอง จะขอติดตามเข้ารับฟังการไต่สวนเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการต่างๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้แจ้งความดำเนินคดีนางสาวแพทองธารไว้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งขณะนี้ได้สอบสวนเรียบร้อยแล้วและส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงหวังว่าศาลจะเมตตาให้เข้าฟังในวันไต่สวนและในวันวินิจฉัย เพื่อจะได้นำข้อมูลเพิ่มเติมเพิ่มเติมส่งให้ ป.ป.ช.
เขา กล่าวอีกว่า นอกจากติดตามการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการติดตามต่อไปว่าการดำเนิน ของ ป.ป.ช.มีการดำเนินการคืบหน้าไปอย่างไร ทั้งกรณีการผิดจริยธรรมและกฎหมาย เนื่องจากเห็นว่าเป็นความผิดร้ายแรง ดังนั้นป.ป.ช.ควรดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้ได้ข้อสรุปและส่งต่อไปยังศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยเร็ว
นายสมชายยังกล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรี นำนายฉัตรชัย เลขา สมช.เป็นพยานว่าอยากให้นายฉัตรชัย คิดว่าน.ส.แพทองธาร เมื่อมาแล้วก็ไป แต่ตำแหน่งเลขา สมช.ต้องดูแลผลประโยชน์ของชาติ ให้การที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็จะเกิดผลเสียกับตนเอง เพราะเห็นว่าความจริงเท่านั้นเป็นคำตอบที่สังคมอยากรู้ ไม่ใช่การไปซักซ้อมพยานที่จะขึ้นให้การ เนื่องจากขณะนี้ตนทราบว่ามีการซักซ้อมพยานเพื่อเตรียมให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญ
“อยากฝากท่านเลขา สมช.ท่านเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหน้าที่ดูแลความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ใช่ดูแลความมั่นคงของคุณแพทองธาร เรียนว่าถ้าท่านมาศาลท่านต้องมือสะอาด คำให้การต่างๆต้องสะอาด เมื่อถ่ายทอดสดแล้วพี่น้องประชาชนจะได้รับทราบข้อเท็จจริง ” นายสมชาย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินท่าทีนายกรัฐมนตรีอย่างไรจะมีการลาออกก่อนหรือจะอยู่จนถึงวันวินิจฉัย นายสมชายกล่าวว่า ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ก่อนแจ้งความดำเนินคดีที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่ลาออก อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ถือว่ายังมีเวลาที่นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจลาออกก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา เพราะตนเห็นว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีเป็นความผิดชัดเจนที่ไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่าบกพร่องโดยสุจริต และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญก็มีข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมากที่จะซักถามนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าประชาชนทั้ง 65 ล้านคนที่ได้ฟังคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุน เซน ก็ต้องการฟังคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ลาออก และจะเดินทางมาเข้าสู่กระบวนการไต่สวนด้วยตัวเอง ตนจึงขอที่จะมารับฟังการไต่สวน และขอให้ศาลถ่ายทอดการไต่สวนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

