
20 ส.ค.2568 - ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
หากจะมีการวินิจฉัยตัดสินจรรยาบรรณ/จริยธรรมของนายกรัฐมนตรี
ไม่ว่าใครหรือองค์กรใดจะเป็นผู้ตัดสิน สามารถใช้เกณฑ์ของการเมืองการปกครองสหราชอาณาจักรเป็นแนวทางได้
เชื่อว่า มีความเป็นสากลอยู่พอสมควรครับ
…..
สหราชอาณาจักรได้กำหนดจรรยาบรรณสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ
โดยเริ่มต้นด้วย
1. หลักการสำคัญ 7 ประการ
1.1 ความเสียสละ (selflessness)
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรดําเนินการในแง่ของผลประโยชน์สาธารณะเท่านั้น
1.2 ความซื่อตรงต่อตนเอง เป็นธรรม ยึดมั่นในหลักการ (integrity)
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องหลีกเลี่ยงในการวางตัวเองภายใต้ภาระผูกพันใด ๆ ต่อบุคคลหรือองค์กรที่อาจพยายามโน้มน้าวให้ตนในการทํางานอย่างไม่เหมาะสม และไม่ควรกระทําหรือตัดสินใจเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ทางการเงินหรือวัตถุอื่น ๆ สําหรับตนเอง ครอบครัว หรือเพื่อน และต้องเปิดเผยและแก้ไขผลประโยชน์และความสัมพันธ์ใดๆของตน
1.3 ความเที่ยงตรง (objectivity)
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องดําเนินการและตัดสินใจอย่างเป็นกลาง ยุติธรรม และมีคุณธรรม โดยใช้หลักฐานที่ดีที่สุดและไม่มีการเลือกปฏิบัติหรืออคติ
1.4 ความรับผิดชอบ (accountability)
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องรับผิดชอบต่อสาธารณชนในการตัดสินใจและการกระทําของตน และต้องยอมรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จําเป็นเพื่อให้แน่ใจในการมีความรับผิดชอบในการกระทำของตน
1.5 การเปิดกว้าง (openness)
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรดําเนินการและตัดสินใจในลักษณะที่เปิดกว้างและโปร่งใส ไม่ควรปกปิดข้อมูลต่อสาธารณชน เว้นแต่จะมีเหตุผลที่ชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมายในการทําเช่นนั้น
1.6 ความซื่อสัตย์ (honesty)
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการต้องมีความซื่อสัตย์ พูดความจริง จริงใจต่อผู้อื่น
1.7 ความเป็นผู้นำ (leadership)
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรแสดงหลักการที่กล่าวไปข้างต้นในพฤติกรรมของตนเองและปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพ และควรส่งเสริมและสนับสนุนหลักการเหล่านี้อย่างจริงจังและท้าทายพฤติกรรมที่ไม่ดีไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ตาม
—-
ที่สำคัญคือ ในการตัดสินวินิจฉัย
ผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินวินิจฉัยจะต้องสร้างเครื่องมือในการชี้วัดถึงการบกพร่องในข้อต่างๆข้างต้นได้อย่างเป็นที่ประจักษ์และให้มีข้อสงสัยน้อยที่สุด
มิฉะนั้น ผู้ตัดสินวินิจฉัยนั้นเองที่จะเป็นผู้บกพร่องในหลักการข้างต้นเสียเอง
……
จากเวปไซต์ รัฐบาลสหราชอาณาจักร (UK Government)
(ลิงก์แนบในคอมเมนต์)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

