'อดีตผู้พิพากษา' เบิกเนตร เกียรติภูมิและผลประโยขน์ของชาติที่นายกฯต้องพิทักษ์รักษา

22 ส.ค.2568 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า

เกียรติภูมิและผลประโยขน์ของชาติที่นายกรัฐมนตรีต้องพิทักษ์รักษาหมายความว่าอย่างไร
-----
1)ผู้เขียนเห็นว่า ตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ 6 องค์กรกำหนด เกียรติภูมิ (prestige) และผลประโยขน์ (interests) ของชาติที่นายกรัฐมนตรีต้องพิทักษ์รักษา หมายถึง ศักดิ์ศรี ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของประชาชนและนานาประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลมีหน้าที่สำคัญในการธำรงรักษา ส่งเสริม และไม่ทำให้เสื่อมเสีย ไม่ว่าจะในด้านการบริหาร การต่างประเทศ หรือพฤติกรรมส่วนตัว

2) มาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐที่รัฐธรรมนูญบัญญัติว่า รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ (มาตรา 52 วรรคหนึ่ง)

วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
22/8/68

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีตผู้พิพากษา' เตือนกกต.ใช้ 'นิติสงคราม' ปิดปากปชช.กระทบความเชื่อมั่น แนะควรรับฟัง

'อดีตผู้พิพากษา' วิเคราะห์กลุ่มพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 6 คน ไม่มีเจตนาทำเพื่อโกง ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ทุจริต เตือนผลเสียอาจย้อนกลับกกต.ใช้นิติสงครามปิดปาก กระทบความเชื่อมั่น อาจต้องเผชิญการฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็น'โมฆะ'แนะรับฟังและปรับปรุงมากกว่าสร้างความขัดแย้ง