ทบ. แจงปมเหตุชาวเขมรขัดขวางการวางลวดหนาม ยืนยันการดำเนินการอยู่ในเขตแดนไทย ย้ำกัมพูชาละเมิด MOU 43 มายาวนาน

26 ส.ค. 2568-สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 พลโท (หญิง) มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ชาวกัมพูชาขัดขวางการวางลวดหนามของทหารไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน

ในเรื่องนี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงตอบโต้ในหลายประเด็น ดังนี้

1.กรณีที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่า ทหารไทยพยายามลักลอบวางลวดหนามในพื้นที่หมู่บ้านโจกเจย ตำบลโอเบยเจือน อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย และถูกประชาชนกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาตรวจพบและสกัดกั้นนั้น

ขอยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย แต่ถูกกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี เนื่องจากเคยถูกใช้เป็นพื้นที่รองรับผู้อพยพชาวกัมพูชาที่หนีภัยสงคราม และภายหลังสงครามสิ้นสุด ชาวกัมพูชาบางส่วนไม่ยอมอพยพกลับ ส่งผลให้กลายเป็นปัญหายืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

2.กรณีที่ฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง โดยเฉพาะการประชุม RBC ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชาและกองทัพภาคที่ 1 ของไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะไม่ขยายขอบเขตข้อพิพาทด้านพื้นที่

ขอย้ำว่า การดำเนินการของไทยไม่ได้เป็นการขยายข้อพิพาทแต่อย่างใด แต่เป็นพื้นที่พิพาทเดิมที่ไทยได้ประท้วงอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี ภายใต้กรอบ MOU 43 ซึ่งกัมพูชาเพิกเฉยไม่แก้ไข และแม้ฝ่ายไทยได้เสนอในที่ประชุม RBC ครั้งล่าสุดให้มีการจัดระเบียบพื้นที่พิพาทร่วมกัน แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ไม่ยอมตอบรับ

3.กรณีที่กัมพูชาระบุว่าปัญหาพื้นที่พิพาทควรแก้ไขผ่านกลไก JBC ตามเจตนารมณ์ MOU 2000

ไทยยืนยันมาโดยตลอดว่าพร้อมใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ในการแก้ไขปัญหา แต่ในระหว่างที่รอการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน จำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ MOU 43 ซึ่งกำหนดห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชากลับละเมิดข้อตกลง โดยสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานและสร้างบ้านเรือนในพื้นที่พิพาทอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ฝ่ายไทยได้ทำการประท้วงมาโดยตลอด อีกทั้งในบางส่วนของพื้นที่ดังกล่าวไม่อยู่ในเขตที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์ หากแต่เป็นดินแดนของประเทศไทยอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ โฆษกกองทัพบกย้ำว่า ไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี ภายใต้กรอบข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกัน พร้อมทั้งเคารพกลไก JBC และ RBC อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ไทยไม่อาจเพิกเฉยต่อการละเมิดที่เกิดขึ้นซ้ำซากจากฝ่ายกัมพูชา จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องสิทธิอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างจริงจัง โดยไทยพร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงและประสานความร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และรักษาสันติภาพตามหลักสากลต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟาด 'โสภณ' เมินส่งตัวแทนร่วมเวที APA ปล่อยเขมรพูดฝ่ายเดียว

'ภัณฑิล' เหน็บ 'โสภณ' สนใจแต่เรื่องหยุมหยิม 'ยืนเคารพธงชาติ-เต้นแอโรบิก' ไม่ยอมส่งตัวแทนร่วมประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชีย ปล่อยกัมพูชาแจงเรื่องพระวิหารฝ่ายเดียว จี้รับผิดชอบผลการกระทำ

'วันวิชิต' ย้อนเล่า 'บิ๊กเล็ก' เคยเปรยห่วงชายแดน 'ตะวันตก' มากกว่าฝั่ง 'ตะวันออก'

วันวิชิต ระบุไม่คิดว่าเรื่องความขัดแย้งระหว่างกองทัพพม่า กับชนกลุ่มน้อยจะมาเป็นประเด็นร้อนเร็วกว่าที่คาด  รอบนี้ดูพม่าเขาขึงขังกร้าวร้าวเป็นพิเศษ ต้องจับตาดุต่อไป

'สีหศักดิ์' เผยคืบหน้าถก UNCLOS ปรามเขมรจริงใจสร้างบรรยากาศเจรจา  

“สีหศักดิ์” ย้ำจุดยืน ถก UNCLOS รักษาผลประโยชน์-อธิปไตยไทย มุ่งกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลเท่านั้น เผย “คณะประนอม” จ่อออกเอกสารมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจไทย-กัมพูชา

'ทภ.2' แจงปม 'เขมร' ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ

ทภ.2 แจง 'เขมรขุดคู-วางลวดหนาม' เนิน 450 ช่องสะงำ ชี้มีฐานทหารกัมพูชาอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย 'กกล.สุรนารี' จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย