‘เทพไท’ ชี้ เพื่อไทย ทำใจดีสู้เสือ คดีคลิปเสียง

26 ส.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ลิ่วล้อนายใหญ่ ใจดีสู้เสือ

ผมเห็นการออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีคดีคลิปเสียงหลุดของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยระดับแกนนำ ระดับรัฐมนตรีเรียงหน้ากันออกมาสร้างความมั่นใจว่า นางสาวแพทองธารจะรอดพ้นจากข้อกล่าวหา และไม่ต้องเตรียมการใดๆทางการเมือง ที่จะเกิดขึ้นหลังวันที่ 29 สิงหาคมนี้

ซึ่งการแสดงออกของสมาชิกเหล่านี้ เป็นเพียงสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นลูกน้องของนายทักษิณ ชินวัตร คงจะไม่รู้เรื่องอะไรมากไปกว่าตัวนายใหญ่ คนที่เตรียมการ หรือเตรียมพร้อม หรือเคลื่อนไหวต่อดีลหรือดีลต่อกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม ก็คือนายทักษิณเพียงคนเดียว ลิ่วล้อพวกนี้เปรียบเสมือนพนักงานบริษัทของพรรคเพื่อไทย พูดไปเพื่อสร้างกระแสเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ถ้าหากนางสาวแพทองธารหลุดพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ การเมืองก็จะมีความเคลื่อนไหวเข้มข้นมากขึ้น ต้องหานายกรัฐมนตรีใหม่ นายทักษิณเคยพูดเรื่องนี้บนเวทีการแสดงวิสัยทัศน์มาแล้วว่า ถ้าหากนางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่งไป ก็จะเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่เหลืออยู่อีกคนหนึ่ง และถ้าหากไม่มีเสถียรภาพ ก็ยุบสภา

คำถามก็คือ เมื่อนางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะผลักดันนายชัยเกษมขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน พรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้จะสนับสนุนหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายชัยเกษม ติดเงื่อนไขทัศนคติจุดยืนเกี่ยวกับมาตรา 112 ที่พรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ตั้งข้อสังเกตไว้

ในวันนี้ถ้าหากเปลี่ยนจากนางสาวแพทองธารเป็นนายชัยเกษม พรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ ยังจะยกมือให้หรือไม่ จะสนับสนุนนายชัยเกษมหรือไม่ ถ้ายังสนับสนุนก็ต้องตอบคำถามต่อสังคมว่า ได้มีการปรับทัศนคติของนายชัยเกษมเกี่ยวกับมาตรา 112 แล้วใช่หรือไม่

ส่วนการที่จะให้รักษาการนายกรัฐมนตรีนายภูมิธรรม เวชยชัย ใช้อำนาจยุบสภา ก็ยังเป็นปัญหาข้อกฎหมายอยู่ ถ้าหากยุบสภา ก็จะมีคนยื่นขอตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายภูมิธรรมจะกล้าเสี่ยงที่ยุบสภาโดยสุ่มเสี่ยงต่อขัดต่อข้อกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

แม้ว่าลิ่วล้อลูกน้องของนายทักษิณ จะประสานเสียงออกมาว่า มั่นใจว่านางสาวแพทองธารรอดพ้นจากคดี มีสัญญาณที่ดี และไม่ต้องเตรียมการทางการเมืองใดๆ เป็นเรื่องที่พูดในลักษณะใจดีสู้เสือ และไม่รู้ข้อเท็จจริง เพราะคนที่รู้ความจริงมากที่สุด คือนายทักษิณ และเชื่อว่านายทักษิณกำลังดิ้นอยู่ทุกวิถีทาง เพื่อที่จะให้ฝ่ายตัวเองอยู่ในอำนาจต่อไป รอดูว่าวันที่ 29 สิงหาคมนี้ การเมืองจะพลิกเกมอย่างไรบ้าง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชัยชนะ' สส.เมืองคอน เข้ารับทราบข้อหาทำร้ายร่างกาย รอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่

“ชัยชนะ” เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ รับทราบข้อหาและให้ปากคำคดีทำร้าย รอง ผกก.ทุ่งใหญ่ ยันพร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งลุยคดี 'ชัยชนะ' ตบบ้องหู รอง ผกก. ไม่ต้องสนใจตำแหน่งทางการเมือง

พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องดังกล่าว เบื้องต้น พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

ตำรวจภูธรภาค 8 สอบ 'ชัยชนะ' ตบหน้ารอง ผกก. เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ โพสต์ข้อความ สส.คนดัง เมืองนคร ตบหน้ารองผู้กำกับการในจังหวัดนครศรีธรรมราช นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตรวจสอบและสืบสวนสอบสวน ดำเนินการทางวินัย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

คดีพลิก! ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ เคลียร์ข่าว 'ชัยชนะ' ตบตำรวจ ไม่เป็นความจริง เผยสนิทกับรอง ผกก.

พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ระบุว่า อดีตรัฐมนตรีบ้านใหญ่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย หรือ “ตบหน้า” รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ว่า

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน

'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก