ผอ.JIC จับไต๋ ฮุนเซน เสนอตั้ง "คณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภา"ไกล่เกลี่ย หวังใช้พิพากษาเขตแดน ถามกลไกที่อยู่ใช้เต็มที่ยัง หาก2ประเทศ จริงจังข้อตกลงหยุดยิง ก็ไม่ใช่แค่กระดาษ
29 สิงหาคม 2569 - พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า ประเทศไทยสนับสนุนทุกความพยายามที่นำไปสู่สันติภาพ ซึ่งคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะตั้งคณะใหม่กี่คณะ แต่กลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้แล้ว ใช้ให้เต็มประสิทธิภาพหรือยัง
เรามีช่องทางทวิภาคี มีกลไกด้านชายแดน และมีกลไกผู้สังเกตการณ์ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกฝ่ายต้องเคารพข้อตกลงเดียวกัน ใช้ข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน และไม่พยายามให้กลไกสังเกตการณ์กลายเป็นเครื่องมือตัดสินข้อพิพาทเรื่องอธิปไตย ผู้สังเกตการณ์มีหน้าที่สังเกตการณ์ ไม่ใช่ผู้พิพากษาเขตแดน
เมื่อถามว่า ฮุน เซน บอกว่า “ข้อตกลงหยุดยิงอาจเป็นเพียงกระดาษหนึ่งแผ่น ที่ไม่สามารถรับประกันสันติภาพยั่งยืน เห็นอย่างไร พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ตนเห็นต่างในหลักการ ข้อตกลงหยุดยิงจะเป็นเพียงกระดาษ ก็ต่อเมื่อฝ่ายที่ลงนามไม่ปฏิบัติตาม แต่ถ้าทุกฝ่ายเคารพสิ่งที่ตกลงร่วมกัน กระดาษแผ่นนั้นคือคำมั่นระหว่างรัฐ และเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตประชาชนและกำลังพลของทั้งสองประเทศ
ดังนั้น แทนที่จะลดคุณค่าของข้อตกลง เราควรถามว่า เราทำตามสิ่งที่ลงนามไว้ครบถ้วนหรือยังสันติภาพไม่ได้เกิดจากการตั้งกลไกใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรักษาคำพูดและสร้างความไว้วางใจผ่านการปฏิบัติ
ส่วนกรณีที่ ฮุน เซน ระบุถึง Salami Slicing หรือ การรุกคืบยึดพื้นที่ทีละเล็กทีละน้อย เหมือนกำลังพาดพิงประเทศไทย พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ถ้าจะใช้ศัพท์ทางยุทธศาสตร์ เราก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะคำศัพท์ไม่ได้เป็นหลักฐาน สิ่งที่ต้องตอบให้ได้คือ พื้นที่ใด พิกัดใด อ้างอิงเอกสารอะไร และผ่านกลไกที่สองประเทศยอมรับร่วมกันหรือยัง
การประกาศฝ่ายเดียวว่าพื้นที่หนึ่งเป็นของตน แล้วนำการปฏิบัติของอีกฝ่ายไปนิยามว่าเป็น Salami Slicing ไม่ได้ทำให้ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนได้รับการตัดสิน เรื่องเขตแดนต้องคุยกันด้วยแผนที่ เอกสาร หลักฐาน และกลไกที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตัดสินกันบนเวทีสื่อ
เมื่อถามถึงประเด็นที่แรงที่สุดคือ ฮุน เซน ระบุว่า การใช้อาชญากรรมข้ามชาติ เช่น “หลอกลวงออนไลน์” เป็นข้ออ้างยึดครองดินแดนประเทศอื่น ถือเป็นสงครามยุคใหม่พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า คิดว่าเราต้องแยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัด 1. ปัญหาเขตแดน ต้องแก้ด้วยกลไกเขตแดน 2. อาชญากรรมออนไลน์และสแกมเมอร์ ต้องแก้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศ
ประเทศไทยไม่ได้ใช้คำว่า “สแกมเมอร์” เป็นเครื่องมือกำหนดเส้นเขตแดน แต่ในทางกลับกัน การมีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนก็ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบหรือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
ถ้ามีข้อกล่าวหาเรื่องศูนย์หลอกลวงออนไลน์ คำตอบที่ดีที่สุดไม่ใช่การกล่าวหาประเทศอื่น แต่คือ เปิดเผยข้อเท็จจริง ตรวจสอบอย่างโปร่งใส และร่วมกันปราบปราม เพราะเหยื่อของสแกมเมอร์ไม่ได้มีเฉพาะคนไทยหรือคนกัมพูชา แต่มีประชาชนจากหลายประเทศ
เมื่อถามว่า ฮุน เซน บอกว่าสงครามยุคใหม่รวมถึงสงครามบั่นทอนชื่อเสียง และการทำสงครามข้อมูล ไทยกำลังทำ Information Warfare ต่อกัมพูชาหรือไม่ พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การนำเสนอข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่สงครามข้อมูล ถ้าฝ่ายใดเห็นว่าข้อมูลของไทยไม่ถูกต้อง สามารถนำหลักฐานมาโต้แย้งได้ และประเทศไทยพร้อมให้ข้อเท็จจริง
สิ่งที่อันตรายกว่าคือการกล่าวข้อกล่าวหาเดิมซ้ำ ๆ จนสาธารณชนเข้าใจว่าเป็นข้อเท็จจริง ทั้งที่ประเด็นนั้นยังอยู่ในกระบวนการหารือระหว่างสองประเทศ ข้อกล่าวหาที่ถูกพูดหนึ่งร้อยครั้ง ก็ยังเป็นข้อกล่าวหา จนกว่าจะพิสูจน์ด้วยหลักฐาน
เมื่อถามว่า ไทยเห็นด้วยกับข้อเสนอเครือข่ายผู้ไกล่เกลี่ยรัฐสภาระหว่างประเทศหรือไม่ พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ทุกข้อเสนอเพื่อสันติภาพสามารถรับฟังได้ แต่การเพิ่มผู้เล่นไม่จำเป็นต้องหมายความว่าปัญหาจะง่ายขึ้น ก่อนจะถามว่าใครควรเข้ามาไกล่เกลี่ย เราควรถามก่อนว่า กลไกที่ไทยและกัมพูชามีอยู่แล้ว ได้รับโอกาสให้ทำงานเต็มที่หรือยัง ถ้าเราต้องการสันติภาพจริง สิ่งที่ทำได้ทันทีคือ ลดถ้อยคำกล่าวหา ลดการตัดสินผ่านสื่อ รักษาข้อตกลง และนำประเด็นที่เห็นต่างกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
พล.อ.อ.ประภาส ย้ำว่า ผู้สังเกตการณ์ไม่ใช่ผู้พิพากษา ข้อกล่าวหาไม่ใช่คำตัดสินเขตแดน และสแกมเมอร์ไม่ใช่หลักเขตแดน เรื่องเขตแดนให้กลไกเขตแดนทำงาน เรื่องอาชญากรรมให้กฎหมายทำงาน ส่วนหน้าที่ของเราทั้งสองประเทศ คือทำให้สันติภาพทำงาน
“ถ้าเห็นว่าข้อตกลงหยุดยิงเป็นเพียงกระดาษ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ฉีกคุณค่าของกระดาษแผ่นนั้น แต่คือทำให้ทุกคำที่ลงนามไว้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เพราะสันติภาพพิสูจน์กันด้วยการปฏิบัติ ไม่ใช่ด้วยจำนวนเวทีที่เราพูดถึงสันติภาพ” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย
พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ
ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า
ผอ.JIC โต้กัมพูชา เส้นเขตแดนไม่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ด้วยแถลงการณ์ไร้ข้อเท็จจริง
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และขอให้แยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”
'ผอ.JIC' สวน 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนปมบ้านหนองจาน ย้ำเขมรต้องกลับพื้นที่ของตนเอง
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกรณี นาย Tom Andrews เรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยอนุญาตให้ชาวกัมพูชากลับบ้านในพื้นที่หนองจาน ว่า ขอให้กลับไปอ่านถ้อยแถลงร่วมทั้งฉบับ ไม่ควรหยิบข้อความเพียงบางส่วนมาตีความโดยตัดบริบทออก
รัฐบาลอนุมัติงบ 433 ล้าน เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
รัฐบาลอนุมัติงบ 433.5 ล้านบาท ให้ มท. เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา สร้างบังเกอร์ -หอกระจายข่าว เพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารและการแจ้งเตือนภัย
ตชด. แจงปมค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา ทำเรื่องของบแล้วยังอยู่ระหว่างพิจารณา
บช.ตชด. ชี้แจงค้างเบี้ยเลี้ยงกำลังพลชายแดนไทย–กัมพูชา หลังโฆษกพรรค ปชป.เผชิญปัญหาเบี้ยเลี้ยงไม้ออก เผยจัดสรรงบให้แล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 อยู่ระหว่างเบิกจ่ายให้กำลังพล ส่วนห้วงเดือน พ.ค.-ก.ค.69อยู่ระหว่างสำนักงบประมาณพิจารณา

