
31 ส.ค. 2568 – นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw หรือ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมเป็นคนมองโลกในแง่ไม่ค่อยดี และมองการเมืองไทยในแง่ร้ายมาก ผมเชื่ออยู่ตลอดเวลาว่า การเมืองไทยมีเบื้องลึกเบื้องหลัง มีอำนาจอยู่หลังพรรคการเมือง มีมือที่มองไม่เห็นคอยเดินเกมดีล ต่อรอง จ่ายเงิน ชักใย ทำให้การเมืองในสภาที่เราเห็นนั้น “ไม่ปกติ” และคนข้างหลังเหล่านั้นเอาจริงแม่งมีพลังอำนาจพอที่จะเป็นคนที่เลือกรัฐบาลได้ ไม่ใช่ประชาชนที่ไปเลือกตั้ง
ผมใจร้ายและเชื่อไปว่า ตั้งแต่วันที่มีคลิปเสียงปล่อยออกมา และพรรคภูมิใจไทยแถลงทันทีว่าจะดีดตัวออกจากรัฐบาล มันเป็นอะไรที่พอดีเกินไปหน่อย ตามมาด้วยสงครามที่ถึงวันนี้ยังไม่รู้ว่ายิงกันทำไม ยิงแล้วทหารตายแล้วไทยได้ดินแดนหรือกัมพูชาได้ดินแดนหรือใครได้อะไร สอดคล้องกับความมองโลกในแง่ร้ายของผมว่า คนที่อยู่เบื้องหลังการเมืองเหล่านั้นกำลังต้องการเอาอำนาจคืน
ถึงวันนี้มีหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทยมีส่วนร่วมในการโกงการเลือกสว. แต่สำหรับสนามสส. นั้นยังไม่มีหลักฐานอะไร เขาเป็นแค่พรรคการเมืองหนึ่ง ระดับกลางๆ ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ได้สส. พอสมควร และหวังจะเติบโตเป็นพรรคขนาดใหญ่ขึ้นๆ ในอนาคต
จากสถานการณ์ที่เสียงสว. ชุดนี้ถูกควบคุมได้เบ็ดเสร็จ และรัฐธรรมนูญให้อำนาจสว. ในการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. สตง. กสทช. และอื่นๆ อีกมาก คนที่คุมสว. ได้ตอนนี้จึงเป็นคนคุมประเทศได้ตัวจริงมากกว่าคนที่คุม สส. ได้ บวกกับพฤติกรรมของพรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้ ผมจึงไม่เชื่อว่าเขาต้องการให้มีประชามติรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งสสร. หรือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตราบใดที่เขากุมอำนาจอยู่ในมือได้ เขาก็จะทำทุกทางเพื่ออยู่กับมัน และปกป้องโครงสร้างอันบิดเบี้ยวนี้ต่อไป
พรรคภูมิใจไทยมีสส. ในมือ 69 เสียง ไม่มีทางเป็นรัฐบาลและส่งอนุทินเป็นนายกฯได้ เขาต้องการเสียงให้ครบ 247 เขาควรจะต้องง้อ พรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาชน ไม่งั้นไม่มีทางเป็นได้ ถ้าสองพรรคเพื่อไทยกับประชาชน คุมสส. ตัวเองอยู่หมดและไม่โหวตให้อนุทินเลย ไม่มีทางที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้
ผมวิเคราะห์ทิศทางลมทางการเมืองจากพรรคการเมืองขนาดเล็กๆ ที่ไม่มีอำนาจต่อรอง พวกที่มี 1 2 3 เก้าอี้ พวกนี้ไม่มีทางได้เก้าอี้รัฐมนตรี เก้าอี้ประธานกมธ. หรือเก้าอี้อะไรทั้งนั้น พวกนี้จึงเป็นสส. นั่งเกาะอำนาจอยู่เพื่อรอฟัง “เสียงกระซิบ” จากผู้อยู่เบื้องหลังการเมืองตัวจริง เมื่อคนเหล่านี้กระซิบให้ไปทางไหน พวกเขาก็พร้อมจะไปและขอแลกกับอะไรบางอย่าง พวกพรรค สส. หนึ่งคนตอนโหวตประยุทธ์ก็มาเกาะกลุ่มกันโหวตเฉย เหมือนรู้จักกันมานาน ตอนจะโหวตพิธาไม่เห็นมาพร้อมกัน แต่ตอนโหวตเศรษฐาขึ้นก็จับมือกันโหวตเฉย (ข้ามกันวีร์ไปก่อน) มาวันนี้อยู่ๆ พรรคเล็กๆ ที่เคยอยู่กับเพื่อไทยก็พร้อมวิ่งไปโหวตอนุทินกันเฉย พรรคกล้าธรรมที่ทิ้งประวิตรวิ่งมาหาเพื่อไทยตามเสียงกระซิบก่อนหน้านี้ก็ทิ้งเพื่อไทยโดดไปหนุนอนุทินทันที เห็นภาพพวกนี้แล้วพอชี้วัดอะไรได้บ้าง ตามมาด้วยการหายไปของคีย์แมนไม่ยอมเป็นฝ่ายค้าน “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ผมก็ยิ่งมองโลกในแง่ร้ายใหญ่เข้าไปเลย
ขอจินตนาการต่อไปเองว่า คนที่อยู่เบื้องหลังการเมืองนั้นเขาเคาะแล้วว่า พร้อมจะให้อนุทินขึ้นต่อ และกำลังเดินสายกระซิบให้ทุกคนในองคาพยพที่กระซิบได้ทำยังไงก็ได้ให้อนุทินขึ้นก็แล้วกัน พรรคเล็กๆ จึงแห่กันไปหมดก่อน พรรคใหญ่ๆ ที่ยังห่วงฐานเสียงบ้างก็ไปช้าหน่อย ค่อยๆ พูดค่อยๆ รักษาท่าที
คาดการณ์เล่นๆ ถ้าหากเหลือพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนแข็งขืนไว้ ต่อให้มีเพื่อนอีกหน่อยคือประชาชาติ ที่จะไม่โหวตให้อนุทินเด็ดขาด แต่พรรคเล็กๆ และพรรคคล้อยตามเสียงกระซิบที่วันก่อนเคยหนุนประยุทธ์ก็พร้อมแห่กันไปหนุนอนุทินหมด เสียงสส. เท่าที่ภูมิใจไทยน่าจะรวมได้ มีดังนี้
– ภูมิใจไทย 69 เสียง
– รวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง
– กล้าธรรม 25 เสียง (พลังประชารัฐเดิม)
– ประชาธิปัตย์ 25 เสียง
– พลังประชารัฐ 20 เสียง
– ชาติไทยพัฒนา 10 เสียง
– ไทยสร้างไทย 6 เสียง
– พรรคเล็กรวมเป็นธรรม 9 เสียง
รวมแล้วได้ 200 เสียงเป๊ะๆ หน้าที่ที่เหลือของอนุทิน คือ หางูเห่าอีกสัก 47 ตัวก็น่าจะพอตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้แล้ว ซึ่งงานหางูเห่าและแจกกล้วย ก็เป็นเครื่องมือถนัดของพรรคนี้อยู่แล้วเสียด้วย แล้วก็ได้ข่าวแล้วว่ามีงูเห่าจำนวนไม่น้อยจากพรรคเพื่อไทยพร้อมย้ายข้าง
วันนี้ตัวเลข 47 ยังยาก แต่ถ้าจะหาซัก 10-20 ก่อนคิดว่าไม่น่ายาก ถ้าหากมีสส. ที่ช่วยโหวตๆ ให้อนุทินขึ้นตำแหน่งไปก่อนในวันที่ยังหาไม่ครบ เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้แล้วเขาก็สามารถเอาตำแหน่งต่างๆ อิทธิพลต่างๆ ผลประโยชน์ต่างๆ ไปยื่นเสนอแลก หรือยื่นว่าจะแลกกับการปัดเป่าคดีความ ปัดเป่าผลร้าย จำนวนงูเห่าทั้งจากพรรคส้มพรรคแดง น่าจะเยอะกว่านี้ ใช้เวลาสัก 3-4 เดือน ยิ่งหากว่าเสียงกระซิบนั้นมีจริงและดังพอ ก็น่าจะเล่นเกมนี้จนครบ 247 ได้ไม่ยากเกินไป
หรือถ้ามันจะดื้อนัก ก็ส่งสัญญาณให้สส. จำนวนเต็มหายไปอีกสัก 25 คนได้ไม่ยาก (จากคดี44คน) แล้ว จำนวนที่ต้องหาจาก 247 ก็จะลดมาเหลือ 235 งานก็จะง่ายขึ้นไปอีกหน่อย 
แน่นอนว่า แบบนี้เป็นนายกฯได้ไม่สง่างาม แต่ต้องแคร์ที่ไหนล่ะ !!??!!
แล้วเมื่อถึงเวลาทวงสัญญาให้ยุบสภาโดยเร็ว ก็ไม่ยากถ้าหากว่าเขาจะอ้างว่า ช่วงเวลานั้นพอดีประเทศนี้มีงานใหญ่อะไรสักอย่าง มีศึกสงครามกับกัมพูชา มีกฎหมายอะไรสักอย่าง หรือโครงการอะไรสักอย่างที่ต้องทำให้เสร็จก่อน ขอเลื่อนเวลาไปอีกหน่อย แล้วก็ขอเลื่อนเวลาไปอีกหน่อย แล้วก็ขอเลื่อนเวลาไปอีกหน่อย ถึงวันนั้นสส. ฝ่ายค้านก็จะไม่เหลือเพียงพอที่จะเอาเขาออกจากตำแหน่งแล้ว
การยึดอำนาจบริหารประเทศนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญแบบนี้ มีหลากหลายวิธีที่จะเป็นไปได้
ผมเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ที่เขียนมาทั้งหมดนี้อาจจะไม่เป็นความจริงเลยก็ได้ ก็เป็นเพียงการคาดเดาไปในวันนี้เท่านั้น ผมไม่ได้ชอบพรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้ชอบชัยเกษม ไม่เคยได้รับเงินจากพรรคสีแดง ไม่เคยเลือกพรรคสีแดง และไม่อยากให้พรรคสีแดงเป็นรัฐบาลต่อ แต่ผมกลัวมากว่า อนุทินจะเดินเข้ามาพร้อมกับ “ดีล” จากอำนาจและเสียงกระซิบของมนุษย์ข้างหลังฉากการเมืองเหล่านั้น และจะขึ้นมาเป็นผู้นำฝ่าย “ปกป้องอำนาจเดิม” คนใหม่ ซึ่งเขามีศักยภาพแน่ๆ และมาจากการเลือกตั้ง มาจากการโหวตของสส. เสียด้วย
ผมไม่เครียดถ้าใครจะเป็นนายกฯ เป้าหมายของผมมีแค่อยากเห็นวันที่เรามีรัฐธรรมนูญที่ดีกว่านี้ มีกระบวนการที่มาที่ชอบธรรม มาจากประชาชนมีส่วนร่วมในการร่าง และอยากเห็นนักโทษคดีทางการเมืองได้กลับไปนอนบนเตียงที่บ้านทุกคนไม่เว้นเพียงบางคดี ต้องการแค่นี้ นายกแพทองธารไม่ทำให้ นายกชัยเกษมก็คงไม่ทำให้ ส่วนนายกแบบอนุทินกลัวว่า จะทำให้สิ่งที่อยากเห็นห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ณัฏฐ์ชนน" สวนกลับ "หัวหน้าเท้ง" ระราน "พิพัฒน์" ถาม รับผิดชอบอะไร เอาคนดำมะเมี่ยม มาลงสมัคร สส.
วันที่ 2 พ.ค.2569 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกพรรคภูมิใจไทย สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่มาระรานให้ปลด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เพราะรู้จักกับเสี่ยตือ ว่า เป็นเรื่องพิลึก ที่ฝ่ายค้านที่อวดอ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. ชี้ปม ป.ป.ช. ปล่อยผี 'คดีศักดิ์สยาม'
'ศรีสุวรรณ' บุกร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลวินิจฉัยปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง 'ศักดิ์สยาม' ไม่จงใจซุกหุ้นขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยศาล รธน. หรือไม่
‘มาร์ค’ ลั่นเสียงดัง 21 ปชป. สุดแกร่ง
"อนุทิน" กำชับลูกพรรครักษาเอกลักษณ์ของภูมิใจไทยคือความเป็นปึกแผ่น ยันมีมุ้งเดียว "มุ้งหนู" ขณะที่ "มาร์ค" โวแม้ประชาธิปัตย์มีเพียงแค่ 21 เสียง แต่เป็นเสียงที่ดังพอสมควร เป็นฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีเหตุและผล
'อนุทิน' นำประชุมใหญ่ภูมิใจไทย เปิดเพลงรับ ลั่นพรรคแน่นแฟ้นพร้อมลุยงาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงที่ทำการพรรค เพื่อเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2
‘ไชยชนก‘ เผยภูมิใจไทย ยังไม่มีแผนส่งผู้สมัครชิงผู้ว่าฯกทม.-สก.
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
'นิพิฏฐ์' ก็ถุย! 'ขรก.-นักการเมือง' ที่ยอมศิโรราบ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พูดคำว่าถุย

