
1 ก.ย.2568-ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ไม่ว่านายกฯ จะเป็นใคร ต้องจัดการ “กัมพูชา” ให้ “เบ็ดเสร็จ-เด็ดขาด”! ระบุว่า การเมืองไทยกำลังร้อนแรง พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยต่างยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนเพื่อให้ได้เก้าอี้นายกรัฐมนตรี แต่ท่ามกลางเกมอำนาจที่ซับซ้อนนั้น มีเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญมาก… เงื่อนไขที่ไม่ใช่เพื่อตัวบุคคลหรือพรรคใด แต่เพื่อ “ประเทศชาติ”
1. เงื่อนไขของคนไทย! ไม่ว่าพรรคประชาชนจะต่อรองกับภูมิใจไทยหรือเพื่อไทยอย่างไร ไม่ว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมมั่นใจว่าสิ่งสำคัญที่เราต้องการเห็นคือ รัฐบาลใหม่ที่กล้าชน กล้าแก้ และกล้าจัดการปัญหากัมพูชาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า… (1) พื้นที่ชายแดนไทยถูกกัมพูชาบุกรุก
(2) ชาวกัมพูชาบางส่วนเข้ามาสร้างบ้านเรือนในแผ่นดินไทย (3) ปัญหาการล้ำแดนและการใช้อำนาจนอกกฎหมายยังคงเกิดขึ้น ทุกครั้ง… ไทยกลับถูกมองว่า “อ่อนข้อ” หรือ “ไม่กล้าเอาจริง”
2. เราอยากเห็นอะไรจากรัฐบาลใหม่? (1) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างชัดเจน เรื่องการปกป้องอธิปไตยไทย และท่าทีต่อกัมพูชา (2) มีมาตรการเข้มแข็งครอบคลุมทุกมิติ ป้องกันการรุกรานทุกรูปแบบ… ไม่ว่าจะเป็นการวางทุ่นระเบิด การบุกรุกที่ดิน การล้ำแดน หรือการแทรกแซงเชิงเศรษฐกิจ (3) การขับไล่ผู้บุกรุกออกจากแผ่นดินไทยไปให้หมด โดยไม่ยืดเยื้อ ไม่ละเลย รัฐบาลใหม่ควรมีมาตรการเชิงโครงสร้าง เช่น การสร้างรั้วถาวรตลอดแนว เพื่อป้องกันการบุกรุกซ้ำซาก ไม่ใช่แค่ไล่จับเป็นครั้งคราวแล้วปล่อยให้กลับเข้ามาอีก (4) ไม่เอื้อประโยชน์ส่วนตน ไม่เล่นเกมผลประโยชน์กับกัมพูชา คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ
3. บทสรุป รัฐบาลใหม่อาจมีเวลาไม่มาก แต่ทุกนาทีที่ได้บริหารประเทศ ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่า “ผู้นำไทยและประเทศไทย” มีศักดิ์ศรี และจะไม่ปล่อยให้กัมพูชามารุกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่อไป
นี่คือเงื่อนไขที่คนไทยอยากเห็น… ไม่ว่าจะมีเวลาน้อยเพียงใด รัฐบาลใหม่ต้องจัดการปัญหากัมพูชาให้ “เบ็ดเสร็จ-เด็ดขาด”!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บึ้มสนั่น 'กอทูเล' ตรงข้ามชายแดนท่าแซะชุมพร
กองทัพอากาศเมียนมาทิ้งระเบิด 3 ลูก ถล่มฐานกะเหรี่ยงกอทูเล ตรงข้ามชายแดนท่าแซะ จ.ชุมพร ฝ่ายมั่นคงจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
เปิดเต็มรูปแบบ ทางหลวงทล.101 ’น่าน–เฉลิมพระเกียรติ‘ประตูการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว
‘กรมทางหลวง’แจ้งเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วง‘บ้านปอน–อำเภอเฉลิมพระเกียรติ’ระยะทาง 33.8 กม.เต็มรูปแบบ ยกระดับการเดินทางสู่ด่านห้วยโก๋น เพิ่มความปลอดภัย หนุนโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชื่อม’ไทย–สปป.ลาว’บูมกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน
UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา
จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D
หมอวรงค์ แนะ 'สีหศักดิ์' คิดให้ดีก่อนเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก #คิดให้รอบคอบถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
กองทัพไทย ยืนยันความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา หากปะทะกัมพูชารอบสาม
กองทัพไทย ยืนยัน ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชนและประเทศ มั่นใจ หากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่ย้ำว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้ายเนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียตามมามหาศาล

