04 ก.ย.2568 - รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะบทความในหัวข้อ “3 เส้นทางเศรษฐกิจที่นายกฯอนุทินต้องเลือก” ระบุว่า สี่เดือนนี้นายกฯ อนุทินจดจ่อไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างก็พอ
ศึกชายแดนไทย–กัมพูชา วันนี้ไม่ใช่ภาระที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องแบกรับเต็มสองบ่าอีกแล้ว เพราะกองทัพไทยและประชาชนได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่านักการเมืองที่เอาแต่เล่นเกมอำนาจเสียอีก เพราะกองทัพไทยเดินหมากเด็ดขาด
แม่ทัพภาค 1 อนุมัติสร้างรั้วกั้นเขตถาวรที่สระแก้ว จากเดิม 10 กม. ขยายเป็น 16 กม. แบบ “ปิดตายถาวร”
แม่ทัพภาค 2 ล้อมรั้วลวดหนามตลอดแนวรอยต่อกับกัมพูชา สั่งปิดล้อมปราสาททุกแห่งที่เขมรบุกรุก และผลักดันชุมชนผิดกฎหมายออกจากแผ่นดินไทย
ช่องอานม้า มีการรื้อถอนบ้านเรือนเขมรกว่า 100 หลังคาเรือนที่บุกรุกเข้ามา และผลักดันออกนอกเขต
นี่คือการแสดงให้เห็นว่า อธิปไตยไทยไม่ใช่ของเล่นการเมือง แต่คือสมบัติที่ต้องปกป้องด้วยกำลังและสติปัญญา
ดังนั้นนายกฯ อนุทินต้องหันมาจดจ่อที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างแทน เพราะกองทัพไทยทำหน้าที่ชายแดนได้อย่างมั่นคง
หน้าที่หลักของนายกรัฐมนตรีอนุทินคือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ที่ฝังรากลึกมานาน:
การคลัง → ฟื้นวินัยการคลัง เลิกประชานิยม ปฏิรูปภาษีด้วย AI
การพาณิชย์ → สร้างแพลตฟอร์ม “ตลาดคนไทย” ปกป้อง SME จากทุนผูกขาด
การลงทุน → ฟื้นความเชื่อมั่นต่างชาติ ดึง FDI ที่สร้างงานและเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่เงินร้อน ด้วยการโชว์วิสัยทัศน์เกี่ยวกับ "เศรษฐกิจอนาคต" ที่ไทยจะมุ่งหน้าไป
มี 3 เส้นทางเศรษฐกิจที่อนุทินต้องเลือก
1. เส้นทางประชานิยม: ทางสั้นที่หอมหวาน แต่พาประเทศล่ม
นี่คือเส้นทางที่ง่ายที่สุดและนักการเมืองไทยเลือกเดินซ้ำแล้วซ้ำเล่า — แจกเงิน สร้างหนี้ และซื้อเวลา แต่ไม่เคยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจริง ๆ
ผลลัพธ์ระยะสั้น: ได้คะแนนนิยมทันที
ต้นทุนระยะยาว: หนี้สาธารณะพุ่ง ฐานะการคลังทรุด ความน่าเชื่อถือนักลงทุนหาย
บทสรุป: ถ้าอนุทินเลือกเส้นนี้ เขาจะกลายเป็นเพียง “นายกฯ แจกกล้วย” ที่ไม่ต่างจากอดีตนักการเมืองหลายคน
2. เส้นทางตลาดเสรี: ปล่อยมือเสือ หวังให้เศรษฐกิจโตเอง
นี่คือเส้นทางที่ยึดหลักเสรีนิยมเต็มที่ — ลดการแทรกแซง ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานเอง หวังว่าการลงทุนและการแข่งขันจะสร้างการเติบโต
ผลลัพธ์ระยะสั้น: กลุ่มทุนใหญ่และต่างชาติได้ประโยชน์
ต้นทุนระยะยาว: SME และประชาชนฐานรากถูกกดทับ ความเหลื่อมล้ำพุ่ง
บทสรุป: ถ้าอนุทินเลือกเส้นนี้ เขาอาจได้เสียงชื่นชมจากโลกการเงิน แต่เศรษฐกิจระดับรากหญ้าจะย่อยยับและใช้เวลานานกว่าจะฟื้น
3. เส้นทางปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง: ทางยากแต่พาประเทศยืนได้จริง
นี่คือเส้นทางที่ต้องใช้ “วิสัยทัศน์และความกล้า” — ปฏิรูปภาษีด้วย AI, ดึงเศรษฐกิจใต้ดินเข้าสู่ระบบ, สร้างแพลตฟอร์ม “ตลาดคนไทย” ให้ SME รอด และวางโรดแมปเศรษฐกิจใหม่ที่ลดการพึ่งพาประชานิยม
ผลลัพธ์ระยะสั้น: อาจไม่หวือหวา และถูกโจมตีจากนักการเมืองที่เสียผลประโยชน์
ต้นทุน: ต้องเผชิญแรงต้านมหาศาลจากทั้งทุนใหญ่และระบบราชการ
ผลลัพธ์ระยะยาว: ประเทศมีเสถียรภาพทางการคลัง, ฐานราก SME อยู่รอด, นักลงทุนเชื่อมั่น, ไทยกลับมาเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน” ได้จริง
บทสรุป: ถ้าอนุทินเลือกเส้นนี้ เขาจะถูกจดจำว่าเป็น “นายกฯ ขัดตาทัพที่สร้างรอยเท้ายาวที่สุด”
บทสรุป
สามเส้นทางนี้คือ สามภพแห่งการเมืองไทย
ประชานิยม → วงจรอุบาทว์เดิมที่หมุนวนไม่รู้จบ
ตลาดเสรี → ความไม่สมดุลที่บิดเบี้ยว เพิ่มความเหลื่อมล้ำ
ปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง → ทางสายเอก ที่ต้องใช้ปัญญาและความกล้าหาญ
นายกฯ อนุทินมีเวลาเพียง สี่เดือนเท่านั้น ในการเลือกเส้นทาง และทางที่เขาเลือกจะเป็นเงาสะท้อนว่า ประเทศไทยจะยังติดกับเกมการเมืองเดิม ๆ หรือจะเริ่มมีความหวังใหม่จริง ๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เร่งถกสหรัฐหวังได้ภาษีเดิม
นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม.ชุดนี้ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ไม่ยุ่งเกี่ยว
นายกฯถึงญี่ปุ่น หวังเจรจาภาษี กดตํ่ากว่า19%
นายกฯ ถึงโตเกียวแล้ว ปิ๊งไอเดียผุดทีมประเทศไทยพลัส ดึงเอกชนร่วม พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาในเอเชียนเกมส์
อนุสรณ์ฟุ้ง20ปี ‘นิติรัฐประหาร’ ดันรธน.ใหม่แก้
นายกฯ ติดตลก บอกลงยันต์หลวงพ่อสำลีหลังมือ พุทธคุณกันสื่อถาม "ธนกร" สวน "เท้ง" อย่าเหมารวม 21 ล้านเสียง
เสริมพลัง! เปิดโพสต์ 'อนุทิน' ลงยันต์ฝ่ามือหลวงพ่อสำลี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ใช้ช่วงวันหยุดเดินทางไปไหว้พระขอพร ที่วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก กับนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ก่อนวันที่ 20 ก.ย.
ไทยพลัส2ฉลุย/ลดค่าFt
“อนุทิน” ยันไฟเขียว “ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2” แล้ว รอให้ “เอกนิติ” สรุปวงเงิน “เอกภพ” ปูดได้คนละ 1 พันใช้จ่าย 2 เดือน “กพช.” หั่นค่าเอฟทีงวด ก.ย.-ธ.ค.
เคารพเสียงข้างมาก หนูกระตุกสังคม/ปูดสว.น้ำเงินเติมเสียง
“อนุทิน” เมินเสียงวิจารณ์คำวินิจฉัย กกต.ปมฮั้ว สว. ลั่นรัฐบาลไม่เกี่ยว ชี้หลักประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงข้างมาก

