
7 ก.ย. 2568 – จากกรณีที่มี กลุ่มสส.เข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น สส. ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคประชาชน และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ
ล่าสุด นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แ เพื่อไทยเปิดฉาก #นิติสงคราม #สามก๊ก ไม่ให้นายกคนที่32 ไปต่อ อาละวาดกวาดหมดทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพราะตกเก้าอี้รัฐบาลกันแล้ว เดี๋ยวคงจะตามด้วย
เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเร่งด่วน ฟ้องคดีอื่นๆ และการเคลื่อนมวลชน ตามมา?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
ปชน. มีมติส่งศาลรธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 'เท้ง' อ้อมแอ้มไม่อยากขยายขอบเขตอำนาจศาล
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนต่อกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้น
ชิงบทนำฝ่ายค้าน! 'พรรคส้ม' ส่อไม่จับมือ ปชป. ยื่นศาล รธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เล็งใช้เวทีสภาอภิปรายรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นให้ ป.ป.ช.ทบทวนมติยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมใช้นอมินี ถือหุ้นแทน ว่า จริงๆ เราก็มีการหารือกันข้างหลังผ่านกลไกวิปฝ่ายค้านมาโดยตลอดอยู่แล้ว
ความเสื่อมทรุดของ 'พรรคส้ม' เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ดี!
ผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนเมษายน 2569 ของ “สวนดุสิตโพล” กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ “พรรคประ
ปชป. เนื้อหอม! '20 สก. เพื่อไทย' แตกรังแห่ซบ 'เฮียล้าน' จ่อลงอิสระ
'20 สก. เพื่อไทย' แตกรัง! วิ่งซบประชาธิปัตย์ 'เฮียล้าน' สก.ห้าสมัย พร้อมครอบครัว จ่อตั้งกลุ่มพัฒนาฝั่งธนบุรี
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

